SCB WEALTH เปิดเวที THE NEW MARKET REGIME ชู One Smart Wealth พลิกผันผวนสู่ความมั่งคั่ง

13.08.26 | 17:30 น.

SCB WEALTH ร่วมกับ SCBAM, InnovestX และพันธมิตรการลงทุนระดับโลก จัดสัมมนา “SCB WEALTH INVESTMENT OUTLOOK: THE NEW MARKET REGIME – Turning Uncertainty into Opportunity” ถ่ายทอดมุมมองเศรษฐกิจและการลงทุน พร้อมแนวทางรับมือความผันผวนในตลาดยุคใหม่ ภายใต้กลยุทธ์ “One Smart Wealth” ที่มุ่งบหารความมั่งคั่งแบบองค์รวม เชื่อมโยงการลงทุนกับเป้าหมายชีวิตของลูกค้า


นางสาวปรมาศิริ มโนลม้าย Head of Wealth Business ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่า SCB WEALTH มุ่งเป็น “เพื่อนคู่คิดทางการเงินที่ลูกค้าไว้วางใจ” พร้อมดูแล ปกป้อง และส่งต่อความมั่งคั่งจากรุ่นสู่รุ่น โดย One Smart Wealth ผสานศักยภาพของบริษัทในกลุ่ม SCBX และพันธมิตรทั้งในและต่างประเทศ เพื่อส่งมอบโซลูชันทางการเงินที่ครอบคลุมและเหมาะสมกับเป้าหมายของลูกค้าแต่ละราย ตั้งแต่เงินฝาก สินเชื่อ การลงทุน ประกันภัย การวางแผนทรัพย์สิน ภาษี และการส่งต่อมรดก พร้อมผสานความเชี่ยวชาญจาก SCB CIO, SCB EIC, Investment Consultant และ Family Office  เพื่อให้ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าอย่างแท้จริง

SCB WEALTH  ได้นำ VAULT Framework มาใช้บริหารทรัพย์สิน 5 มิติ ได้แก่ Value Income สร้างกระแสรายได้สม่ำเสมอ, Accumulation สร้างการเติบโต เน้นการเพิ่มมูลค่าของเงินลงทุนในระยะยาว , Umbrella  สร้างความคุ้มครองและให้ความสำคัญกับการบริหารความเสี่ยง, Liquidity  สร้างสภาพคล่อง เพื่อนำทรัพย์สินมาใช้ได้ในยามเร่งด่วน และ Tactical  สร้างโอกาสระยะสั้น  จัดสรรเงินบางส่วนเพื่อคว้าโอกาสจากภาวะตลาด  และมุมมองการลงทุนของ SCB CIO ภายใต้ระดับความเสี่ยงที่เหมาะสม  โดยแนวทางดังกล่าวช่วยยกระดับการจัดพอร์ต จากมุ่งสร้างผลตอบแทนเพียงอย่างเดียว ไปสู่การบริหารทรัพย์สินที่เชื่อมโยงกับเป้าหมายชีวิตของลูกค้าเพื่อความมั่งคั่งในระยะยาว

Advertisement

นายศรชัย สุเนต์ตา CFA, Deputy Head of Wealth Business ธนาคารไทยพาณิชย์ มองว่า ในครึ่งแรกปี 2569 ตลาดโลกได้รับแรงขับเคลื่อนจากการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน AI ของกลุ่ม Hyperscalers และความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ขณะที่ครึ่งหลังของปี AI ยังคงเป็น Mega Force ที่มีศักยภาพสนับสนุนการเติบโตของเศรษฐกิจโลกในระยะยาว อย่างไรก็ตาม ราคาหุ้น AI ต้นน้ำปรับขึ้นมามาก และสะท้อนความคาดหวังเชิงบวกไปแล้วบางส่วน จึงมีความเสี่ยงที่จะปรับฐาน หากผลประกอบการเติบโตต่ำกว่าที่ตลาดประเมินไว้ และนักลงทุนต้องระมัดระวังความเสี่ยงจากการกระจุกตัวในหุ้นหรือดัชนีที่มีน้ำหนัก AI ต้นน้ำอยู่ในระดับสูง จึงแนะนำให้กระจายการลงทุนปยังธุรกิจAI กลางน้ำและปลายน้ำที่มีศักยภาพเติบโต แต่ราคาหุ้นยังปรับขึ้นช้ากว่ากลุ่มต้นน้ำ รวมถึงเพิ่มสินทรัพย์สร้างกระแสรายได้ให้แก่พอร์ต  เช่น กองทุนทึ่ลงทุนใน SET REITs หุ้นไทยปันผลสูง ตราสารหนี้ต่างประเทศ และ Structured Notes

ด้าน BlackRock แนะนำ 3 ธีมลงทุนสำคัญ ได้แก่ AI Scarcity  ยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของเศรษฐกิจ แต่มูลค่าหุ้นที่สูง นักลงทุนจึงควรให้ความสำคัญกับการคัดเลือกหลักทรัพย์ และบริหารความเสี่ยงจากการกระจุกตัวอย่างรอบคอบ, Beyond Labels มองข้ามการแบ่งประเภทสินทรัพย์แบบเดิม เนื่องจากสินทรัพย์ที่อยู่คนละประเภท อาจมีปัจจัยเสี่ยงหรือแรงขับเคลื่อนร่วมกัน  ส่งผลให้ราคาและผลตอบแทนเคลื่อนไหวไปในทิศทางเดียวกันได้ การกระจายการลงทุนจึงควรวิเคราะห์ให้ลึกถึงปัจจัยพื้นฐาน และความเสี่ยงเฉพาะของทรัพย์สินแต่ละรายและ Durable Income สร้างรายได้สม่ำเสมอ และยั่งยืนควบคู่กับการกระจายความเสี่ยง เป็นหัวใจสำคัญของการสร้างพอร์ตที่มีความยืดหยุ่น และพร้อมรับมือกับความผันผวน  นักลงทุนอาจเพิ่มสินทรัพย์ต่างประเทศเพื่อเสริมความหลากหลาย พร้อมกระจายการลงทุนในตราสารหนี้จากตลาดพัฒนาแล้ว ไปยังตราสารหนี้เอเชียที่มีความสัมพันธ์กับตลาดหุ้นในระดับต่ำกว่า  และพิจารณาเพิ่มโอกาสลงทุนที่เข้าถึงได้ยากในสัดส่วนที่เหมะสม เช่น การลงทุนในสินทรัพย์นอกตลาด ( Private Markets)  เพื่อเปิดรับแหล่งผลตอบแทน และรายได้ที่แตกต่างจากสินทรัพย์ในตลาด

SCB CIO ให้ความสำคัญกับ Stay Invested คือ การมี Core Portfolio ที่แข็งแรง และสามารถปรับตัวได้ เพื่อไม่ต้องเปลี่ยนการตัดสินใจทุกครั้งที่สภาวะตลาดเปลี่ยนแปลง โดยใช้แนวคิด“Core + Opportunistic” คือการสร้าง Core Portfolio  เป็นรากฐานของพอร์ต ก่อนต่อยอดด้วยการลงทุนเชิงโอกาส ( Opportunistic Investment) ตามภาวะตลาดและความเสี่ยงที่เหมาะสม โดยแนวคิดดังกล่าวมุ่งให้ Core Portfolio ทำหน้าที่ทั้งสร้างการเติบโต กระจายความเสี่ยง และบริหารความผันผวน เพื่อให้นักลงทุนสามารถลงทุนได้อย่างต่อเนื่องในระยะยาว หนึ่งในทางเลือกคือ กองทุนSCBGMCORE(A)  (ความเสี่ยงระดับ5)  เพื่อเปิดโอกาสให้นักลงทุนเข้าถึงการบริหารพอร์ต Global Multi-Asset ระดับโลก

ขณะที่ SCBAM มองว่า ความสัมพันธ์ระหว่างหุ้นและตราสารหนี้ที่เปลี่ยนแปลงไป ทำให้พอร์ตแบบดั้งเดิม 60:40 อาจกระจายความเสี่ยงได้ไม่ดีเท่าเดิม จึงมองว่า  Hedge Fund สามารถใช้เป็นส่วนเสริมของพอร์ต เนื่องจากมีกลยุทธ์ยืดหยุ่น เช่น Long -Shot และ Leverage รวมทั้งแสวงหาผลตอบแทนสินทรัพย์หลากหลายประเภท โดยกองทุนของ Verition มีจุดเด่นด้านประสิทธิภาพ การสร้างผลตอบแทนต่อความเสี่ยง แต่ Hedge Fund มีข้อจำกัดทั้งด้านการเข้าถึงสภาพคล่อง และความซับซ้อน จึงเหมาะสมผู้ลงทุนสถาบัน และผู้ลงทุนรายใหญ่พิเศษที่มีความเข้าใจ รับความเสี่ยงได้ในระดับสูง และลงทุนระยะยาวได้

SCB WEALTH ย้ำบทบาท “Your Trusted Wealth Banking Partner” ที่พร้อมเดินเคียงข้างลูกค้า เพื่อเปลี่ยนความไม่แน่นอนของตลาดให้เป็นโอกาส และสร้างความมั่งคั่งอย่างยั่งยืนในระยะยาว ภายใต้แนวคิด “Your Success. Our Success.”

คำเตือน

  • การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน ความเสี่ยง ข้อมูลในหนังสือชี้ชวน รวมถึงควรขอคำแนะนำเพิ่มเติมจากผู้ประกอบธุรกิจก่อนตัดสินใจลงทุน