ผู้ว่าฯเลยยัน เหตุมือยิงปืนขู่ ‘กลุ่มดาวดิน-คนรักษ์บ้านเกิด’ ไม่เกี่ยวกับราชการ ชี้โดนดำเนินคดีหลายข้อหา

สืบเนื่องจากวานนี้ (12 มกราคม) กลุ่มคนรักษ์บ้านเกิด 6 หมู่บ้าน รอบเหมืองทองทุ่งคำ ต.เขาหลวง อ.วังสะพุง จ.เลย พร้อมกับกลุ่มดาวดิน นำโดยนายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือไผ่ ดาวดิน ได้เดินทางเข้ายื่นหนังสือถึงผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ผ่านทางผู้กำกับ สภ.วังสะพุง เพื่อให้มีมาตรการคุ้มครองความปลอดภัยของชาวบ้าน 6 บ้าน ซึ่งถูกชายฉกรรจ์คุกคามข่มขู่ และให้หาแนวทางในการปกป้องแร่และสินทรัพย์ในพื้นที่เหมืองทองทุ่งคำ ที่ สภ.วังสะพุง และในช่วงเวลา 17.00 น. ได้มีลูกจ้างลูกจ้างชั่วคราวอำเภอวังสะพุงเข้ามาก่อกวนชาวบ้านและกลุ่มดาวดิน ขณะเข้าเวรยามหน้าทางเข้าเหมืองทอง และได้ยิงปืนข่มขู่จำนวน 1 นัด

อ่านข่าว : ‘ไผ่ ดาวดิน’ เดือด จนท.รัฐยิงปืนขู่ หลังช่วยปกป้อง ชาว จ.เลย ปม ‘เหมืองทองคำ’
ชายฉกรรจ์ขวาง กลุ่มไผ่ ดาวดิน-ฅนรักษ์บ้านเกิด ยื่นหนังสือจี้ ผบ.ตร.คุ้มครองนักสิทธิ ปมเหมืองทอง ‘ทุ่งคำ’

ล่าสุด เมื่อวันที่ 13 มกราคม นายชัยธวัช เนียมศิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดเลย เปิดเผยว่า ในช่วงเวลาประมาณ 5 โมงเย็น จากการรายงานทราบว่า ผู้ก่อเหตุชื่อนายธนกฤต อินทะระ อายุราว 50 ปี เป็นลูกจ้างชั่วคราวอำเภอวังสะพุง ได้เข้าไปในพื้นที่ ขณะที่นายอำเภอวังสะพุงได้มอบหมายให้ปลัดอำเภอวังสะพุงเข้าพื้นที่เพื่ออำนวยการรักษาความสงบและเรียบร้อย แต่ก็มีนายธนกฤตได้ตามเข้าไปและมีอาการมึนเมาสุรา โดยที่ไม่มีใครสั่งการใดๆ ทั้งสิ้น ต่อมา เกิดมีปากเสียงกับคนอยู่ในพื้นที่ พอทีมที่เข้าไปทำงานเห็นดังนั้นจึงไปไล่และกันนายคนนี้ออกไปจากพื้นที่ พอออกจากพื้นที่ก็ได้ยิงปืนขึ้นฟ้าจำนวน 1 นัด และขับรถออกไปเลย เมื่อนายคนนี้ออกไปจากพื้นที่ ทางเจ้าหน้าที่ที่เข้าไปทำงานได้ประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ดักและให้ทำการจับกุมทันที

“หลังตำรวจได้ดักจับแล้ว ผมได้รับรายงานว่าจับตัวได้แล้วประมาณ 6 โมงเย็น จึงได้ไปยัง สภ.วังสะพุง ทันที และได้สอบถามเจ้าหน้าที่ว่านายธนกฤต อินทะระ ได้ขับรถคันก่อเหตุมามอบตัวที่ สภ.เอง พร้อมกับอาวุธปืน ขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินคดีแล้วในหลายข้อหา และผมได้กำชับให้การดำเนินคดีไปตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด และให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

“ในเรื่องนี้ไม่เกี่ยวข้องกับราชการแต่อย่างใด เป็นเรื่องส่วนตัวของนายธนกฤตเพียงคนเดียว ต้องดำเนินคดีตามกฎหมายไม่มีการผ่อนปรน หรือให้การช่วยเหลืออะไรทั้งสิ้น” นายชัยธวัชกล่าว

นายชัยธวัชกล่าวว่า ส่วนที่มีกระแสข่าวว่า กลุ่มชายฉกรรจ์ที่เข้าไปข่มขู่คุกคามชาวบ้าน และอ้างว่าได้เคลียร์และติดต่อกับผู้ว่าฯแล้วนั้น เรื่องนี้การดำเนินการของเหมืองทุ่งคำเสร็จสิ้นกันไปเรียบร้อยแล้ว ศาลก็พิพากษาถึงที่สุดแล้ว ทางกองบังคับคดีก็ดำเนินขายทอดตลาดไปแล้ว และก็มีคนมาประมูลถูกต้องแล้ว เพียงแต่รอขนย้ายออกไป แต่ในระหว่างรอตนเองก็เพิ่งทราบว่ามีคนไปแอบอ้างเอาชื่อตนไปทำแบบนั้นแบบนี้

“ในเรื่องนี้ ขอยืนยันอย่างเด็ดขาดว่าไม่รับรู้หรือรับทราบ และไม่ได้เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้แต่อย่างใด หากใครเอาชื่อไปแอบอ้าง ช่วยกรุณามาบอกหรือแจ้งความจับได้ทันที จะยินดีจะไปเป็นพยาน และจะได้กล่าวโทษร้องทุกข์เพิ่มเติมอีกคดี” นายชัยธวัชกล่าว

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้ตรวจน้ำลายผู้ค้าตลาด 1.2 หมื่น พบ 14 ราย ติดโควิด-19 สัปดาห์หน้าค้นอีก 1.8 หมื่นราย
บทความถัดไปกรมพระศรีสวางควัฒน ทูลกเล้าฯ ถวายแจกันดอกไม้ถวายพระพร กรมสมเด็จพระเทพฯ ให้ทรงหายจากพระอาการประชวร