ตร.พุนพิน ล่าชายอันตรายก่อ 2 เหตุซ้อน บุกสไลค์หนอนปล้ำสาวในร้านค้า จับก้นสาวขับรถติดไฟแดง
เมื่อวันที่ 28 มกราคม 2564 ที่ สภ.พุนพิน จ.สุราษฎร์ธานี ร.ต.อ.ชัยวัฒน์ ปั้นทอง รองสารวัตรสอบสวน สภ.พุนพิน ได้สอบปากคำ น.ส.ไหม (นามสมมุติ) อายุ 19 ปี ลูกจ้างร้านมินิช็อป ริมถนนแยกนายพัน หมู่ที่ 5 ต.มะลวน อ.พุนพิน ผู้เสียหายที่ถูกคนร้ายเป็นผู้ชายอายุ 25-30 ปี ทำอนาจารและพยายามปลุกปล้ำจะขืนใจในร้าน และน.ส.นุ่น (นามสมมุติ) อายุ 31 ปี ที่ถูกชายคนเดียวกันทำอนาจารจับก้นที่บริเวณสามแยกตัดใหม่ใกล้กับสนามบินสุราษฎร์ธานี
น.ส.ไหม ให้การว่า เมื่อเวลา 19.20 น.วันที่ 27 ม.ค.64ที่ผ่านมา ขณะที่กำลังจะปิดร้านได้ผู้ชาย ดังกล่าว รูปร่างสันทัด ไว้ผมทรงสกินเฮด สวมเสื้อยืดสีดำแขนยาวลายขวาง กางเกงสีน้ำตาลสามส่วน รองเท้าแตะสีเหลือง ขี่รถจักรยานยนต์จอดที่หน้าร้านเดินวนเวียน 2-3 รอบผิดสังเกต ตนจึงโทรบอกแฟนที่พักอยู่ใกล้ร้าน ขณะนั้นชายดังกล่าวได้เปิดประตูเข้ามาในร้านใช้มือจับที่อวัยวะเพศ พูดว่า “ผมขอชักว่าวแป๊บเดียวได้มั้ย” พร้อมปิดล็อกประตูร้าน ตนจึงตะโกนว่า มีพ่อเป็นตำรวจและกำลังจะมาทำให้คนร้ายตกใจกลับออกไปหน้าร้าน แล้วกลับเข้ามาอีกตรงเข้ามาล็อกคอและผลักตนจนล้มลงแล้วคร่อมชกต่อยตนที่ใบหน้าและลำตัวหลายครั้ง จนกระทั่งแฟนตนเข้ามาช่วยเหลือได้ทัน ส่วนคนร้ายวิ่งไปขึ้นรถจักรยานยนต์จอดติดเครื่องที่หน้าร้านขับหลบหนีไป
น.ส.นุ่นให้การว่า เหตุเกิดวันเดียวกันตนขี่รถจักรยานยนต์จอดติดไฟแดงอยู่ที่บริเวณแยกตัดใหม่ใกล้สนามบินสุราษฎร์ธานี ได้มีคนร้ายขี่รถจักรยานยนต์แบบผู้หญิงสีเทามาประกบแล้วใช้มือจับก้นแล้วขับรถหนีไปทางแยกกองบิน 7 และมาทราบภายหลังว่าได้ไปก่อเหตุต่อที่ร้านมินิช็อปริมถนนห่างจากจุดที่ตนถูกทำอนาจารประมาณ 50 เมตร
จากการสอบปากคำพยาน 3 ปากรวมทั้งชาวบ้านบริเวณใกล้เคียงไม่มีผู้ใดรู้จักคนร้ายดังกล่าว คาดว่า เป็นคนนอกพื้นที่ผ่านเข้ามาก่อเหตุในหมู่บ้าน ซึ่งตำรวจ สภ.พุนพิน เร่งไล่ตรวจสอบกล้องวงจรปิด เพื่อติดตามตัวมาดำเนินคดีโดยเร็ว เนื่องจากมีพฤติกรรมที่อันตรายสร้างความหวาดกลัวให้กับชาวบ้าน โดยล่าสุดพบเบาะแสผู้ต้องสงสัยลักษณะคล้ายผู้ต้องหารายหนึ่งที่เคยก่อคดีข่มขืนแรงงานพม่าที่ ต.ปากฉลุย อ.ท่าฉาง พ้นโทษมาได้ประมาณ 1 ปี


