หน้าแรก ภูมิภาค มีปัญหาโทรหาน...

มีปัญหาโทรหานายหัว? ผอ.สบอ.5 ปรี๊ดแตก เรือท่องเที่ยวยื่นซองให้จนท.เจ้าไหมต่อหน้า

7.12.23 | 08:33 น.

หลุดลุ่ย..เก็บเงินค่าเข้าเที่ยวอุทยานเจ้าไหมบริเวณหน้าถ้ำมรกต ต่อหน้า ผอ.ส่วนอุทยานแห่งชาติ สบอ.5 นครศรีฯที่ลงไปติดตาม พบไม่เคร่งครัดระเบียบปฏิบัติ คนเก็บตั้งคำถามขณะนำเรือเข้าเทียบเรือ นทท. “เอาตังค์มามั้ย” ขณะที่เรือหลายลำบรรทุกนักท่องเที่ยวต่างชาติ โฉบเข้าเที่ยวถ้ำมรกตออกมาเลี่ยงที่จะจ่าย บ้างนำเงินมาจ่ายไม่ครบจำนวน นทท. คนขับเรือ ไกด์ บอกถ้ามีปัญหา “นายหัว..บอกว่า…ให้โทรหา???” ด้าน ผอ.สำนักส่วนอุทยาน สบอ.5 ฉุนปล่อยปละละเลยมายาวนาน ตอกย้ำทำรัฐสูญเสียรายได้จำนวนมาก

เมื่อวันที่ 7 ธ.ค. จากรณีที่ก่อนหน้านี้ นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร ผู้อำนวยการสำนักอุทยานแห่งชาติ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช นำทีมชุดพญาเสือลงพื้นที่ปฏิบัติภารกิจพื้นที่เกาะกระดานเขตอุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม ต.เกาะลิบง อ.กันตัง จ.ตรัง โดยเข้าสุ่มตรวจบริเวณหน้าถ้ำมรกต ซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวอันซีนไทยแลนด์ ทั้งช่วงเช้าและช่วงบ่าย พบว่าไม่มีเจ้าหน้าที่อุทยานฯหาดเจ้าไหมเข้ามาจัดเก็บค่าธรรมเนียมแต่อย่างใด พร้อมข้อสังเกตสำคัญที่ว่า ผู้ประกอบการอาจมีการจ่ายตรงกับเจ้าหน้าที่ โดยไม่ผ่านตั๋วเข้าชมหรือไม่ พร้อมสั่งการให้นายพริษฐ์ นราสฤษฏ์กุล หัวหน้าอุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม ทำหนังสือชี้แจงข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นโดยด่วน

โดยนายชัยวัฒน์ระบุสาเหตุที่จู่โจมลงพื้นที่บริเวณหน้าถ้ำมรกตเนื่องจากได้รับเรื่องร้องเรียนส่งต่อมาจาก ป.ป.ช. เกี่ยวกับความโปร่งใสในการจัดเก็บรายได้เข้าชมของอุทยานฯ ทั้งนี้ ทางอุทยานแห่งชาติ ได้รับการร้องเรียนมายาวนานว่า เจ้าหน้าที่อุทยานหาดเจ้าไหมไม่ได้ดำเนินการจัดเก็บค่าเข้าใช้บริการที่บริเวณถ้ำมรกตมายาวนานแล้ว ประกอบกับรายงานการจัดเก็บค่าธรรมเนียมของอุทยานหาดเจ้าไหมซึ่งมีพื้นที่จัดเก็บหลายแห่ง แต่รายได้ต่อวันต่ำกว่าอุทยานอื่นๆ มาก โดยได้เพียงหลักหมื่นบาทต่อวัน

ขณะที่สถานที่ท่องเที่ยวภายในเขตอุทยานหาดเจ้าไหมมีหลายจุด รวมทั้งถ้ำมรกตที่เป็นพื้นที่เป้าหมายของนักท่องเที่ยว ทั้งจากที่ลงเรือฝั่ง จ.ตรัง และเดินทางมาทางเรือจากจังหวัดใกล้เคียง ทั้งจากกระบี่ พังงา ภูเก็ต และ จ.สตูล เข้ามาท่องเที่ยว แต่ผลการจัดเก็บรายได้ต่ำมากเพียงแค่วันละหลักหมื่นบาท หรือบางเดือนแค่ 2-3 หมื่นบาท แต่ไม่เคยเกิน 4 หมื่นบาท ขณะที่อุทยานอื่นๆ ในพื้นที่ใกล้เคียงรายได้ต่อวันนับแสนบาท จนทำให้นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่า และพันธุ์พืช ลงนามคำสั่งโยกย้ายลงวันที่ 6 ธ.ค. ย้ายนายพริษฐ์ นราสฤษฏ์กุล หัวหน้าอุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม จ.ตรังไปประจำสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 5 และให้ นายแสงสุรี ซองทอง นักวิชาการป่าไม้ชำนาญการ สบอ.5 ไปเป็น หัวหน้าอุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม

ล่าสุด นายจรัญ ด้วงแป้น ผู้อำนวยการส่วนอุทยานแห่งชาติ สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 5 (นครศรีธรรมราช) ลงพื้นที่ติดตามดูการจัดเก็บค่าธรรมเนียมของอุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม ทั้งบริเวณท่าเรือปากเมง รวมทั้งตรวจสอบเอกสารการจัดเก็บย้อนหลัง ณ ที่ทำการอุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม จากนั้นได้ลงเรือยางเดินทางไปติดตามสังเกตดูวิธีการจัดเก็บค่าธรรมเนียนบริเวณหน้าถ้ำมรกต จุดที่นายชัยวัฒน์ ลงพื้นที่มาสุ่มตรวจเมื่อวันที่ 29 พ.ย.ที่ผ่านมา

Advertisement

ทั้งนี้ จากการลงพื้นที่ติดตามดูการจัดเก็บ พบเจ้าหน้าที่อุทยานฯหาดเจ้าไหมประจำหน่วยเกาะกระดาน จำนวน 3 คน นำเรือยางมาลอยลำเฝ้าจัดเก็บบริเวณหน้าถ้ำมรกต เนื่องจากถ้ำมรกตเป็นถ้ำที่มีชื่อเสียงของจ.ตรัง อยู่ด้านหลังเกาะมุกด์ ต.เกาะลิบง อ.กันตัง จ.ตรัง จึงมีเรือท่องเที่ยวทั้งเรือยอชต์ และเรือหางยาวจากกระบี่ ภูเก็ต สตูล จำนวนมากมุ่งหน้ามาเข้าถ้ำมรกต โดยบางส่วนไม่ได้แวะที่เกาะกระดาน หรือจุดเก็บค่าธรรมเนียมบนฝั่ง ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องนำเรือมาลอยลำจัดเก็บค่าเข้าเที่ยวชม

โดย ผอ.ส่วนอุทยานฯ สบอ.5 ได้สังเกตการณ์การจัดเก็บอย่างใกล้ชิด เพื่อดูปัญหาและข้อจำกัด พบว่ามีเรือหางยาวนับสิบลำ รวมทั้งเรือยอชต์ เกือบทั้งหมดเป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางมาจาก จ.กระบี่ จ.ภูเก็ต พานักท่องเที่ยวมาเข้าถ้ำมรกต

ทั้งนี้ เมื่อเจ้าหน้าที่นำเรือยางเข้าไปเทียบเรือนักท่องเที่ยว เพื่อจะเก็บค่าธรรมเนียม กลับได้ยินคำถามที่เจ้าหน้าที่อุทยานฯถามคนขับเรือ หรือไกด์นำเที่ยวว่า “เอาตังค์มามั้ย” โดยเรือบางลำเมื่อนักท่องเที่ยวออกจากถ้ำกลับขึ้นเรือครบจำนวน ก็รีบขับเรือออกจากพื้นที่ โดยไม่สนใจจะจ่ายเงินค่าเข้าเที่ยวเขตอุทยานฯ กับเจ้าหน้าที่ที่ลอยลำเรือรอจัดเก็บ ผอ.ส่วนอุทยานฯ สบอ.5 จึงได้สั่งให้เจ้าหน้าที่อุทยานฯหาดเจ้าไหมตะโกนเรียกให้คนขับเรือหยุดเรือ แล้วเข้าตรวจสอบ พบว่ามีนักท่องเที่ยวต่างชาติมาเต็มลำ จำนวน 20 คน มาจากเกาะลันตา จ.กระบี่

สำหรับอัตราจัดเก็บตามระเบียบกรมอุทยานฯ นักท่องเที่ยวต่างชาติ ถ้าเป็นผู้ใหญ่ค่าธรรมเนียม 200 บาท/คน เด็ก 100 บาท/คน ค่ายานพาหนะ เรือหางยาวลำละ 20 บาท เรือทัวร์ เรือยอชต์ ลำละ 100 บาท โดยเมื่อเรียกเก็บค่าธรรมเนียมไกด์นำเที่ยวได้นำเงินยื่นส่งให้เจ้าหน้าที่เพียงจำนวน 1,800 บาท จากที่จะต้องจ่ายจำนวน 4,020 บาทรวมค่าเรือ

เมื่อสอบถามว่าทำไมจ่ายไม่ครบจำนวน กลับได้รับคำตอบว่า “ไม่ทราบ..เพราะนายหัวให้มาเท่านี้ โดยนายหัวบอกว่า ถ้ามีปัญหาให้โทรหานายหัว” เมื่อถามว่า นายหัวคือใคร ให้ใครโทรหาใคร ไกด์คนดังกล่าวบอกว่า คือเจ้าของบริษัท เมื่อถามต่อว่า ถ้าจ่ายทุกครั้งต้องทราบจำนวนและรู้ระเบียบการเข้าชมว่าต้องจ่ายค่าธรรมเนียม ทำไมครั้งนี้นำเงินมาจ่ายไม่ครบตามจำนวนนักท่องเที่ยว ไกด์และคนขับตอบได้เพียงว่า ไม่ทราบ นายหัวให้มา และไม่มีเงินติดตัวเลย ได้มาเท่านี้ สุดท้ายเจ้าหน้าที่อุทยานฯก็ต้องปล่อยไป

นอกจากนี้เรือท่องเที่ยวบางลำ นักท่องเที่ยวต่างชาติ 20 คน กลับยื่นซองปิดผนึกส่งให้เจ้าหน้าที่ต่อหน้า ผอ.ส่วนอุทยาน สบอ.5 เมื่อฉีกซองขาวออก กลับพบธนบัตรใบละ 500 บาท เพียง 2 ใบ รวมเป็นเงิน 1,000 บาท จากที่ต้องจ่ายรวม 4,020 บาท เมื่อถามคนขับเรือลำดังกล่าว กลับได้รับคำตอบจากคนขับเรือเช่นเดียวกัน ว่า “นายหัวบอกว่า ถ้ามีปัญหาให้โทรหานายหัว” เมื่อถามว่านายหัวคือใคร ให้ใครโทรหาใคร? แล้วเงินที่ขาดจะจ่ายอย่างไร คนขับเรือไม่ยอมตอบคำถาม แล้วโทรหาปลายสายหลีกไปพูดคุยด้วยสีหน้าเคร่งเครียด เมื่อสอบถามนักท่องเที่ยวต่างชาติได้รับคำตอบว่า จ่ายมาครบแล้วรวมทั้งค่าเข้าเที่ยวอุทยานฯหาดเจ้าไหมด้วย

จากเหตุการณ์ดังกล่าว ทำให้ ผอ.ส่วนอุทยานฯ สบอ.5 กล่าวอย่างมีอารมณ์ และตำหนิการทำงานของเจ้าหน้าที่อุทยานฯเจ้าไหม ว่า “ต้องเก็บให้ครบ ปล่อยปละละเลยแบบนี้มานานขนาดไหน ไม่ทำตามระเบียบ ถ้าจ่ายไม่ครบ ผมไม่ยอม ให้ยืมจากนักท่องเที่ยวมาก็ได้ บริษัท ไกด์นำเที่ยว คนขับเรือทราบกฎระเบียบดี เข้าเที่ยวอุทยานฯไหนต้องจ่ายค่าธรรมเนียม” และให้คนขับเรือยืมเงินสดจากนักท่องเที่ยวมาจ่ายให้ครบพร้อมค่าเรือ ขณะที่บางลำอ้างว่าจ่ายที่อื่นมาแล้ว แต่ไม่สามารถแสดงหลักฐานตั๋วเข้าชมได้

ในขณะที่เรือยอชต์ลำหนึ่ง มีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติจำนวน 7 คน เมื่อเห็นเรือเจ้าหน้าที่เข้าไปใกล้ นักท่องเที่ยวคนหนึ่งเดินลงมายืนท้ายเรือ พร้อมกำเงินมาตามจำนวนพร้อมจ่ายเงินค่าธรรมเนียมเข้าอุทยานฯคนละ 200 บาท ค่าพาหนะเรือยอชต์ 100 บาท รวมจำนวน 1,500 บาท ครบจำนวนทันที สอบถามทราบว่าเดินทางตรงมาจาก จ.ภูเก็ต ตั้งใจมาเข้าถ้ำมรกตแห่งเดียว ไม่แวะจุดเก็บค่าธรรมเนียมจุดอื่นของอุทยานฯหาดเจ้าไหม

อย่างไรก็ตาม จากการสอบถามเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานลอยลำจัดเก็บค่าธรรมเนียมถึงปัญหา ได้รับคำตอบว่า บางครั้งจัดเก็บไม่ทัน ดูเรือไม่ทัน ทำให้บางส่วนไม่ได้เก็บ ทั้งช่วงวันปกติ วันหยุด และโดยเฉพาะทุกเทศกาล ขณะที่เรือจัดเก็บมีเพียง 1 ลำเท่านั้น เมื่อ ผอ.ส่วนอุทยาน สบอ.5 สอบถามว่าเคยรายงานเรื่องดังกล่าวให้ผู้บังคับบัญชาทราบหรือไม่ จนท.บอกว่าเคยแจ้ง แต่ก็ไม่มีเรือและเจ้าหน้าที่มาเพิ่ม

นายจรัญ ด้วงแป้น ผู้อำนวยการส่วนอุทยานแห่งชาติ สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 5 (นครศรีธรรมราช) กล่าวหลังการลงพื้นที่ว่า มาติดตามดูวิธีการจัดเก็บว่ามีปัญหาอุปสรรคอย่างไร เพื่อจะได้รายงานให้ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 5 ได้รับทราบต่อไป และหากพบข้อบกพร่องตรงไหนจะได้หาทางแก้ไขปัญหา ปล่อยปละละเลยมาได้อย่างไร ไม่โทษเลยที่ผู้บังคับบัญชามาสุ่มตรวจแล้วเจอปัญหา เงินหายไปจำนวนมากในแต่ละวัน โดยเฉพาะช่วงวันหยุด พร้อมจะยกเครื่องการจัดเก็บใหม่ทั้งหมด ส่วนตั้งกรรมการตรวจสอบ หรือสอบสวนข้อเท็จจริงนายพริษฐ์ ทางสำนักอุทยานแห่งชาติ กรมอุทยานฯ คงจะเป็นฝ่ายดำเนินการเอง

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง :
เจอกลิ่นตุ ‘อุทยานเจ้าไหม’ รายได้ต่ำผิดปกติ สุ่มตรวจโป๊ะ ไม่มีจนท.เก็บค่าเข้า สั่งแจงด่วน
หน.อุทยานเจ้าไหม แจงแล้ว เหตุไร้เงาจนท.ขายตั๋ว เพราะจัดไปต้อนรับ ‘ชัยวัฒน์’
ย้ายด่วน หัวหน้าอุทยานหาดเจ้าไหม เซ่นไม่เก็บตั๋วถ้ำมรกต
ชัยวัฒน์ โต้หน.อช.เจ้าไหม จัดกำลังมารับ ยันสุ่มตรวจ ไม่ได้แจ้งให้ทราบก่อน