หน้าแรก ภูมิภาค ผู้การสุรินทร...

ผู้การสุรินทร์ แจงปม น.ร.กัมพูชา ชี้ ไม่ได้มาตั้งแต่แบเบาะ ลอบเข้าไทยพร้อมแม่ตอน 6 ขวบ 

28.08.25 | 15:41 น.

ผู้การสุรินทร์ แจงปม น.ร.กัมพูชา ชี้ ไม่ได้มาตั้งแต่แบเบาะ ลอบเข้าไทยพร้อมแม่ตอน 6 ขวบ


จากกรณีครูโรงเรียนแห่งหนึ่ง เผยลูกศิษย์ อายุ 13 ปี ถูกตำรวจจับ หลังถูกแจ้งความในข้อหาเป็นบุคคลต่างด้าวเดินทางเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักร โดยไม่ได้รับอนุญาต เนื่องจากแม่สัญชาติกัมพูชา นำลูกศิษย์เข้าไทยมาตั้งแต่วัยทารก และไม่เคยกลับเข้าไปที่กัมพูชาเลย และไม่มีบ้านอยู่ที่กัมพูชาแล้ว จึงอยากขอความเห็นใจในฐานะเพื่อนมนุษย์ ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น

อ่านข่าวครูหดหู่ ตร.รวบลูกศิษย์ถึงร.ร. หลังมีคนแจ้งจับ ‘ต่างด้าว’ ชี้เรียนดีอนาคตไกล วอนหยุดล่าแม่มด

เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม พล.ต.ต.สุคนธ์ ศรีอรุณ ผบก.ภ.จว.สุรินทร์ เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบข้อเท็จจริงพบว่าเด็กชายชาวกัมพูชา ที่ถูกจับกุมชื่อ ด.ช.ตงเฮง อายุ 13 ปี หลบหนีเข้าเมืองมาพร้อมกับ นางเซียบ อายุ 38 ปี มารดาที่ถูกจับกุมก่อนหน้า เมื่อประมาณ 7 ปีที่แล้ว ขอยืนยันว่า ตอนที่เด็กเดินทางเข้ามานั้น มีอายุ 6 ขวบไม่ใช่แบเบาะอย่างที่ถูกนำเสนอข่าวออกไปก่อนหน้า

Advertisement

โดยเมื่อวันที่ 26 ส.ค.68 เวลา 13.00 น. ได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่ามีต่างด้าวสัญชาติกัมพูชา มาอยู่ในพื้นที่บ้านโนนสังข์ ตำบลบัวเชด อำเภอบัวเชด จังหวัดสุรินทร์ จึงสั่งการให้ฝ่ายสืบสวนออกหาข่าว จนกระทั่งวันที่ 27 ส.ค.68 เวลา 07.40 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บัวเชด ร่วมกับฝ่ายปกครองอำเภอบัวเชดทำการจับกุมตัว นางเซียบ  อายุ 38 ปี และ เด็กชายตงเฮง อายุ 13 ปี ที่บริเวณถนนในหมู่บ้านโนนสงข์ ม.10 ต.บัวเชด อ.บัวเชด จ.สุรินทร์

และจากการสอบสวนนางเซียบ ฟารม ให้การว่าได้พา ด.ช.ตงเฮง ซึ่งเป็นบุตรของตนเองกับสามีชาวกัมพูชาที่เกิดตั้งแต่ปี 55 ลักลอบเข้ามาทางช่องทางธรรมชาติ ใกล้ช่องสะงำ อ.ภูสิงห์ จ.ศรีสะเกษ เมื่อปี 61 มาอยู่อาศัยกับชายชาวไทย ที่บ้านโนนสังข์ ต.บัวเชด จ.สุรินทร์ เข้ามาได้ประมาณ 1 เดือน ด.ช.ตงเฮง ได้เข้าศึกษาชั้น ป.1 ที่โรงเรียนบ้านโนนสังข์ จนจบชั้น ป.6 และในปี 2568 ได้เข้าศึกษาต่อชั้น ม.1 โรงเรียนบัวเชดวิทยา จนกระทั่งถูกจับกุม

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหา “เป็นบุคคลต่างด้าวเดินทางเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต” พร้อมแจ้งสิทธ์ของผู้ถูกจับกุมให้ทราบ และนำตัวส่งพนักงานสอบสวน ตม.จว.สุรินทร์ เพื่อดำเนินการตามกฎหมาย และผลักดันตามระเบียบต่อไป

อ่านข่าวรมว.ศธ. แจงปมจับน.ร.กัมพูชา วัย 13 ยันยึดหลักมนุษยธรรม แต่จะเข้าเรียนต้องถูกกฎหมาย

นางนางสูพล หงปัญญา ผญบ.โนนสังข์ ม.10 ต.บัวเชด อ.บัวเขด บอกว่า พ่อของเด็กคือนายใบ เภาว์เพ็ง 67 ปี ชาวบ้านโนนสังข์ฯ ได้อยู่กินกับนางมอม ชาวกัมพูชา อายุประมาณ 40 กว่าปี โดยนางมอมฯได้นำลูกติดมาด้วยตั้งแต่อายุ 8 ขวบ จากนั้นก็เข้าเรียนหนังสือจนจบประถมและต่อชั้นมัธยมปีที่ 1 ปัจจุบัน ซึ่งผู้ใหญ่บ้านพึ่งมารับตำแหน่งไม่กี่ปี ก็พยายามสอบถามนางมอมว่ามีเอกสารถูกต้องหรือไม่ นางมอมฯก็บอกว่ามีพาสปอร์ตต่อตลอด และหลังถูกจับก็บอกว่าพาสปอร์ดขาดไป 4-5 ปีแล้ว ส่วนเอกสารพาสปอร์ตตัวจริงมีหรือไม่ตนก็ไม่เคยเห็นนางมอมเอาให้ดู ซึ่งทั้งสองแม่ลูกก็ถูกคุมตัวไปที่ สนง. ตม.สุรินทร์ อ.กาบเชิง เพื่อรอผลักดันกลับ

ขณะที่สองแม่ลูกก็เข้าใจแล้ว โดย จนท.ที่เกี่ยวข้องได้อธิบายให้เข้าใจถึงสถานการณ์ชายแดน และต้องผลักดันกลับเนื่องจากไม่มีเอกสารที่ถูกต้อง และให้สองแม่ลูกลับไปทำเอกสารให้ถูกต้องก่อน เมื่อเหตุการณ์สงบจึงค่อยกลับมาเรียนเหมือนเดิม ซึ่งสองแม่ลูกก็เข้าใจ และจะทำตาม ส่วนการเรียนก็พักไว้ก่อน ทั้งนี้สองแม่ลูกได้ถูกนำตัวไปควบคุมไว้ที่ สภ.กาบเชิง ตั้งแต่เมื่อวานนี้ จากนั้นก่อนเที่ยง จนท.ตม.สุรินทร์ ได้นำสองแม่ลูกเดินทางไปยังจุดผ่านแดนอรัญประเทศ จ.สระแก้ว เพื่อผลักดันกลับประเทศแล้ว

พ.ต.อ.สราวุธ ศรีวิฑูลย์ศักดิ์ ผกก.สภ.บัวเชด กล่าวว่า มีคนร้องเรียนมาว่ามีคนต่างด้าวเข้ามาอาศัยออยู่ในพื้นที่ ตำรวจจึงเข้าไปตรวจสอบ จนกระทั่งพบตัว ช่วงเช้าพบคนเป็นแม่ เขาบอกว่ามีลูกด้วยและหลักฐานก็ไม่มี เราจึงไปเชิญตัวจากโรงเรียน เอามาตรวจสอบ ก็ไม่มีหลักฐานเข้ามาโดยถูกต้อง เราจึงได้ดำเนินการแจ้งข้อหาในเรื่องของหลบหนีเข้าเมือง ซึ่งเราได้แนะนำสองแม่ลูกไปแล้วว่า เข้าเมืองมาไม่ถูกต้อง ต้องกลับไปทำให้ถูกต้องก่อนเข้ามา อาจจะมาช่องทางอื่นที่เปิดหรือเครื่องบิน ก็สามารถมาเรียนได้ปกติ ซึ่งคณะครูและสองแม่ลูกก็เข้าใจ ซึ่งสุรินทร์ก็มีการกวาดล้างบุคคลต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองเป็นประจำอยู่แล้ว ยิ่งในห้วงสถานการณ์ไม่ปกติ ซึ่งเราก็เห็นใจเด็ก แต่ก็ต้องทำให้ถูกต้องตามที่แนะนำไป