ทม.หล่มสักวิกฤต น้ำท่วมใหญ่เทียบปี 2554 เผย 11 ชุมชนจมน้ำ เขตเศรษฐกิจเสียหายหนัก ประเมินเสียหายไม่ต่ำกว่า 100 ล้าน
เมื่อวันที่ 1 กันยายน ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์น้ำท่วมในเขตพื้นที่ อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์ หลังจากมวลน้ำก้อนใหญ่จากแม่น้ำป่าสักจากพื้นที่ อ.หล่มเก่า ไหลเข้าสู่เขตพื้นที่ อ.หล่มสัก ช่วงค่ำวานนี้ พร้อมเอ่อทะลักออกจากตลิ่ง ส่งผลให้บ้านเรือนราษฎรโดยเฉพาะที่อยู่ริมสองฝั่งแม่น้ำป่าสักจมน้ำทันที โดยเฉพาะพื้นที่เขตเทศบาลเมือง (ทม.) หล่มสัก
โดยกระแสน้ำแม่น้ำป่าสักเอ่อทะลักล้นออกจากแนวพนังกั้นน้ำที่มีความสูงราว 1 เมตร เข้าท่วมเขตพื้นที่ชุมชนชั้นใน ซึ่งเป็นย่านเศรษฐกิจโดยทันที ทำให้ตลอดคืนวันที่ 31 สิงหาคมที่ผ่านมา พื้นที่น้ำท่วมในเขต ทม.หล่มสัก กระจายเต็มพื้นที่ 11 ชุมชนของเทศบาล ส่งผลให้สถานการณ์เกิดความตึงเครียด โดยเฉพาะชุมชนในเมือง ซึ่งระดับน้ำท่วมสูงตั้งแต่ 50-100 เซนติเมตร ซึ่งราษฎรส่วนใหญ่จำเป็นต้องปล่อยให้น้ำเข้าท่วมบ้านพัก

- หล่มสักตึงเครียด มวลน้ำป่าสักเอ่อล้นพนังกั้นน้ำ ทะลักเข้าชุมชนเศรษฐกิจ
- เพจดัง เปิดภาพมุมสูงเมืองหล่มสัก ลั่นรอบนี้หนักมาก น้ำท่วมสูง รถเล็กไม่สามารถวิ่งได้
นายภาคภูมิ ภูมี นายอำเภอหล่มสัก กล่าวว่า ประเมินสถานการณ์น้ำท่วมขณะนี้ในเขตเทศบาลถือว่าค่อนข้างวิกฤต เนื่องจากเป็นพื้นที่ย่านเศรษฐกิจซึ่งเป็นหัวใจสำคัญถูกน้ำท่วมหนัก เชื่อว่าน่าจะหนักที่สุดในรอบ 14 ปี เทียบเคียงปี 2554 ที่ผ่านมา ความเสียหายเท่าที่ประเมินคร่าวๆ คงไม่ต่ำกว่า 100 ล้านบาท ส่วนสาเหตุที่ทำให้หล่มสักเกิดภาวะน้ำท่วมใหญ่มาจากมวลน้ำก้อนมหึมาจากแม่น้ำป่าสัก, ลำน้ำพุง และลำน้ำหนาว โดยน้ำทั้ง 3 สายต่างไหลมากองรวมกันในเขต ทม.หล่มสัก เพื่อจะไหลลงแม่น้ำป่าสัก
“ตอนนี้พื้นที่น้ำท่วมไม่เพียงถนนสายสำคัญในเขตเทศบาลเท่านั้น แม้กระทั่งสถานที่ราชการ อาทิ ที่ว่าการอำเภอหล่มสัก ศาลจังหวัดหล่มสัก หรือบ้านพักของผมก็ถูกน้ำท่วมขัง ถนนหน้าอำเภอระดับน้ำท่วมสูงเกือบ 1 เมตร บริเวณหอนาฬิกาแลนด์มาร์กใจกลางย่านเศรษฐกิจถูกน้ำท่วม และตลาดสดเทศบาลก็จมน้ำเช่นกัน เวลานี้บรรดาพ่อค้าแม่ค้าต่างย้ายตลาดไปอยู่บริเวณหน้าโรงเรียนบนถนนผดุงวิทย์ บริเวณก่อนจะเข้าตัวเมืองหล่มสัก” นายภาคภูมิกล่าว

นายภาคภูมิกล่าวอีกว่า ในวันนี้แผนหลักยังคงอยู่ที่การให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัย โดยแบ่งแยกทีมกู้ภัยซึ่งมีทั้งทีมเจ้าหน้าที่และทีมอาสาสมัครกู้ภัยออกเป็น 3 ทีม เพื่อระดมอพยพผู้ประสบภัยออกจากจุดเสี่ยง โดยเฉพาะเด็ก ผู้หญิง ผู้สูงอายุ คนเจ็บและป่วยติดเตียง แม้ก่อนหน้านี้จะอพยพออกมาบางส่วนแล้ว แต่ยังมีอีกหลายรายที่ไม่อยากทิ้งบ้านพักออกมา ซึ่งทีมกู้ภัยจำเป็นต้องเกลี้ยกล่อมให้อพยพออกชั่วคราวเพื่อความปลอดภัย
“นอกจากนี้ จะมีโรงครัวพระราชทาน โรงครัวมูลนิธิกกไทร และโรงครัวมูลนิธิพั้วช่วยมาตั้งเพื่อช่วยดูแลด้านการประกอบอาหารให้แก่ทีมเจ้าหน้าที่และผู้ประสบภัย ส่วนสถานที่อพยพพักพิงชั่วคราวนั้น กำหนดใช้อาคารสมาคมกกไทรชั่วคราว แต่ผู้ประสบภัยส่วนใหญ่จะไปอาศัยพักพิงบ้านเครือญาติมากกว่า” นายภาคภูมิกล่าว





