การไฟฟ้าประเมินความเสียหาย รถส่งน้ำชนเสาไฟฟ้าล้ม 52 ต้น สูญกว่า 10 ล้านบาท คาดบ่ายสามโมง จ่ายไฟคืนได้ปกติ ยืนยันเสาไฟแข็งแรงได้มาตรฐาน ต้านพายุ-ดินไหวได้ แต่ไม่ได้ออกแบบรับแรงชนหรือแรงกระแทกที่รุนแรง
เมื่อวันที่ 10 กันยายน ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าอุบัติเหตุรถกระบะขนส่งน้ำดื่มซิ่งแหกโค้งชนเสาไฟฟ้าแรงสูงหักโค่น แรงกระชากของสายไฟแรงสูงส่งผลให้มีเสาไฟฟ้าแรงสูงและเสาไฟฟ้าแรงต่ำหักโค่นตามมาทั้งหมด 52 ต้น ร้านอาหารถูกเพลิงไหม้บางส่วน 1 แห่ง บ้านเรือนและร้านค้าถูกเสาไฟล้มทับกว่า 24 หลัง รถยนต์เสียหาย 9 คัน และจักรยานยนต์อีก 2 คัน เหตุเกิดเมื่อเวลา 15.00 น. วานนี้ (9 ก.ย.68) บนถนนหนองฮ่อ ตำบลช้างเผือก อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ โดยอุบัติเหตุครั้งนี้ยังส่งผลกระทบต่อระบบจ่ายไฟ มีกระแสไฟฟ้าดับเป็นวงกว้างเป็นระยะเวลาประมาณ 20 นาที ในพื้นที่อำเภอเมืองเชียงใหม่ อำเภอแม่ริม และอำเภอสันทราย มีผู้ใช้ไฟได้รับผลกระทบ 217,323 ราย หลังเกิดเหตุการไฟฟ้าสามารถทยอยจ่ายกระแสไฟฟ้าให้แต่ละพื้นที่ได้ตามปกติ ยกเว้นบริเวณจุดเกิดเหตุที่มีความจำเป็นต้องตัดกระแสไฟฟ้าเพื่อความปลอดภัย
- ด่วน! รถบรรทุกน้ำ พุ่งชนเสาไฟฟ้าล้มระเนระนาด ทับร้านอาหารไหม้วอด ไฟดับเป็นวงกว้าง
- เปิดความเสียหาย รถส่งน้ำชนเสาไฟฟ้า จ.เชียงใหม่ หัก 52 ต้น บ้านพัง 20 หลัง
ล่าสุด วันนี้ (10 ก.ย.68) เจ้าหน้าที่การไฟฟ้าเชียงใหม่เขต 1 และ 2 กว่า 100 นาย ยังเดินหน้าเร่งเคลียร์พื้นที่จุดเกิดเหตุ โดยสามารถนำเสาไฟแรงสูงที่ล้มขวางถนนออกได้หมดแล้ว และกู้ซากเสาไฟฟ้าที่ล้มทับบ้านเรือน ร้านค้าของประชาชนออก เบื้องต้นยังมีบ้านเรือนที่ไม่มีกระแสไฟฟ้าใช้อีก 24 หลัง

ดร.ทองศุกร์ วงศ์โสภา ผู้จัดการ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค สาขาเมืองเชียงใหม่ เปิดเผยว่า แผนงานวันนี้สุดท้ายจะต้องจ่ายไฟฟ้าให้ได้ครบ ขณะนี้มีทีมงานกว่า 20 ชุดงานลงพื้นที่เพื่อเร่งดำเนินการแก้ไขแล้ว คาดว่าจะสามารถจ่ายกระแสไฟฟ้าให้บ้านเรือนประชาชนที่เหลือได้ในเวลาประมาณ 15.00 น.วันนี้ แต่ในส่วนเสาไฟแรงสูงระบบ 115 กิโลโวลต์ที่หักโค่น เป็นเสาที่จ่ายกระแสไฟฟ้าไปยังสถานีจ่ายไฟก่อนจ่ายให้บ้านเรือนประชาชน อาจต้องใช้เวลาในการดำเนินการอีกระยะหนึ่งเพราะต้องปักเสาใหม่ทั้งหมด
สำหรับมูลค่าความเสียหายจากการประเมินเบื้องต้นตัวเลขคราวๆ น่าจะเกินหลัก 10 ล้านบาทขึ้นไป แต่ยังต้องสรุปภาพรวมอีกครั้ง โดยทีมงานประเมินค่าเสียหายได้ลงสำรวจพื้นที่แล้วคาดว่าจะมีความชัดเจนในช่วงบ่ายนี้

ส่วนที่มีกระแสสังคมตั้งข้อสังเกตเรื่องความแข็งแรงของเสาไฟฟ้าหลังถูกรถกระบะพุ่งชนแล้วหักถึง 52 ต้น ดร.ทองศุกร์อธิบายว่า ปกติเสาไฟฟ้าจะมีระยะห่างตามมาตรฐาน เวลาที่เสา 1 ต้นล้มจะมีแรงดึงเสาต้นข้างๆ ล้มลงมาด้วย ซึ่งช่วงทางโค้งระยะการวางเสาจะแคบกว่าปกติ เมื่อเทียบกับระยะทางตรงที่ช่วงห่างของเสายาวกว่า เมื่อเสาที่ถูกชนล้มยังไม่ทันถึงพื้น เสาต้นอื่นจะถูกแรงดึงล้มตามลงมา
ดร.ทองศุกร์กล่าวยืนยันว่า การไฟฟ้าก่อตั้งมานานกว่า 65 ปี จึงมั่นใจได้ว่าวัสดุอุปกรณ์ทุกอย่างมีการตรวจสอบ และผ่านมาตรฐาน มอก.ทั้งหมดจึงรับประกันได้ แต่ต้องยอมรับว่าแรงชนของรถกระบะมีความรุนแรงสูงมาก ซึ่งปกติเสาไฟฟ้าจะมีแรงดึงจากสายไฟด้านบน และแรงดึงด้านล่างจากความลึกของเสาที่ปักลงไปในดิน

ด้านเจ้าหน้าที่การไฟฟ้า ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า เสาไฟแรงสูงถูกออกแบบให้ใช้เหล็กสปริงซึ่งมีขนาดเล็ก เพื่อรับแรงดึง แรงบิด และแรงกด ในกรณีที่เกิดพายุฝน แผ่นดินไหว และแรงดึงจากสายไฟ เสาจะมีความยืดหยุ่นไม่ต้านแรงเพื่อป้องกันเสาล้ม ไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อรับแรงชนหรือแรงกระแทกที่รุนแรง
น.ส.กมลชนก โพธิอุโมงค์ อายุ 35 ปี เจ้าของร้านฮิมโก้ง ที่เกิดเพลิงไหม้หลังถูกเสาไฟฟ้าล้มทับร้าน กล่าวว่า ตอนนี้ร้านต้องปิดไม่มีกำหนด และยังไม่แน่ใจว่าจะสามารถกลับมาเปิดได้เมื่อไหร่ ช่วงเกิดเหตุเดินไปทำธุระที่ร้านน้ำข้างๆ เห็นกระบะคันเกิดเหตุขับมาด้วยความเร็วก่อนเสียหลักพุ่งชนเสาไฟฟ้าหัก จากนั้นเสาไฟต้นอื่นก็หักตามลงมาเป็นโดมิโน เธอรีบวิ่งหนีเอาตัวรอดได้หวุดหวิด จากนั้นได้ยินคนตะโกนบอกไฟไหม้ร้านจึงรีบวิ่งกลับมาดู โชคดีพนักงานในร้านรีบนำถังดับเพลิงมาดับไว้ได้บางส่วน ก่อนที่รถดับเพลิงจะเข้ามาช่วย


