ทศพล ติดตามยื่นขอสถานะบุคคลและสัญชาติไทย ตามมติ ครม. หลังกระแสเรียกเงินจากบุคคลต่างด้าว ย้ำไม่ได้มีส่วยสัญชาติ ใครผิดดำเนินการขั้นเด็ดขาด ประสาน ป.ป.ท.-ป.ป.ช.ร่วมตรวจสอบ
เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม นายทศพล เผื่อนอุดม ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยระหว่างลงพื้นที่ อ.ฝาง เพื่อติดตามการยื่นขอสถานะบุคคลและสัญชาติไทย ตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2567 หลัง มีกระแสข่าวเรียกเงินจากบุคคลที่ได้รับสิทธิและสถานะเป็นคนไทยตามกฎหมายว่า ขอยืนยันผู้มีสิทธิตามมติ ครม.29 ต.ค.67 กว่า 4.8 แสนคน ซึ่งอยู่ในเชียงใหม่กว่า 8.8 หมื่นคน เป็นคนที่มีชื่ออยู่ในฐานระบบที่มีการสำรวจมากวก่า 12 ปีแล้ว จึงมั่นใจได้ว่าจะไม่มีการสวมรอย แฝงตัว หรือสับเปลี่ยนตัวได้ ซึ่งมติ ครม.ดังกล่าวช่วยเร่งรัดให้กระบวนการแล้วเสร็จหลังจากยื่นคำขอภายใน 5 วัน จึงได้มาติดตาม เพราะมีเรื่องร้องเรียนการเรียกรับผลประโยชน์ของเจ้าหน้าที่
นายทศพลกล่าวว่า ถ้ามีใครแอบอ้างว่าเอามาให้ผู้ว่าฯจะดำเนินการขั้นเด็ดขาด เรื่องนี้ ครม.ให้สถานะคนมีสิทธิ มีสัญชาติ เพื่อได้ทำมาหากินได้ถูกต้องตามกฎหมาย เป็นเรื่องยุทธศาสตร์ของจังหวัดต้องช่วยทำให้ปัญหานี้บรรลุผลตามมติ ครม. ซึ่งเชียงใหม่มีกว่า 80,000 คน เฉพาะ อ.ฝาง ก็มีกว่า 22,000 คน
- กัณวีร์ แฉ ทุจริตจ่ายส่วยแลกสัญชาติ ยอดเสียหายพุ่ง 2.5 พันล. จี้ อนุทิน เร่งแก้ด่วน
- อนุทิน จ่อเชือด ขรก.มหาดไทยเอี่ยว ส่วยสัญชาติ ลั่น ไม่มีแทรกแซงเขากระโดง
นายทศพลกล่าวต่อว่า ดังนั้น จำเป็นต้องบริหารให้ดีที่สุด ให้โปร่งใส ตรวจสอบได้ ซึ่งจังหวัดมีคิวอาร์โคด เบอร์โทรศัพท์ แจ้งร้องเรียนมาโดยตรงได้ และตั้งกรรมการตรววจสอบมา 1 ชุด ทั้งกรมการปกครอง พร้อมประสาน ป.ป.ช.และ ป.ป.ท.ตรวจสอบว่ามีมูลหรือไม่ ตรวจสอบทั้งคนที่หาประโยชน์ และคนอยากสวมสิทธิดังกล่าว
“เรื่องนี้เป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาล ต้องทำให้ดีที่สุด ให้โปร่งใส ไม่ให้เรียกรับประโยชน์ นอกจากค่าธรรมเนียมต้องประกาศให้ชัดเจน ให้ประชาชนไม่เสียสิทธิ ยืนยันว่าทุกคนมีหน้าที่ทำตามมติคณะ ครม. ถ้า ตรวจสอบพบการกระทำผิดจริงต้องสั่งลงโทษ เพราะไม่ควรรังแกคนด้อยโอกาส
เจ้าหน้าที่ของรัฐและข้าราชการที่ได้สาบานตน สนองเบื้องพระยุคลบาท ทำหน้าที่ตอบแทนแผ่นดินต้องยึดมั่น คนจำนวนกว่า 4.8 แสนคน ที่มีสิทธิ มีการตรวจสอบมากว่า 10 ปี ถ้าเขาไม่มีสิทธิไปสู้กันในศาลอุทธรณ์ ไม่ใช่เอานโยบายนี้ไปเรียกรับผลประโยชน์ใดๆ” ผู้ว่าฯเชียงใหม่กล่าว
ผู้ว่าฯเชียงใหม่กล่าวอีกว่า รับไม่ได้ ต้องจริงจัง และประกาศว่าผู้ว่าฯเชียงใหม่ไม่เคยเกี่ยวข้องกับเรื่องดังกล่าว ถ้าใครมีหลักฐานอ้างชื่อผู้ว่าฯให้เอามาแสดง จะดำเนินการอย่างเข้มข้น
“ยืนยันว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ หากใครมีข้อมูลก็แจ้งร้องเรียนได้โดยตรง ไม่ต้องกลัวการข่มขู่ จะให้ความเป็นธรรมและพร้อมคุ้มครองเป็นพยานด้วย” ผู้ว่าฯเชียงใหม่กล่าว

