หน้าแรก ภูมิภาค แม่เล่าทั้งน้...

แม่เล่าทั้งน้ำตา เหมือนเพิ่งเกิดเหตุ 23 ครู-น.ร.สิ้นใจ ไฟไหม้รถบัสทัศนศึกษา เสียลูกไป 1 รอด 1

1.10.25 | 12:50 น.

ครอบครัว ร่วมกับเพื่อนครู นักเรียน ส่วนราชการ ร่วมพิธีวางดอกไม้รำลึกและทำบุญอุทิศถึงครบรอบ 1 ปีการจากไปของ 23 ครู-นักเรียน แม่น้ำตาซึม 23 ครอบครัว​เสียคนรัก แต่เจ้าของรถบัสได้รอลงอาญา​ 4 ปี

วันที่ 1 ตุลาคม บรรยากาศที่โรงเรียนวัดเขาพระยาสังฆาราม อ.ลานสัก จ.อุทัยธานี ซึ่งวันนี้เป็นวันครบรอบ 1 ปี การเสียชีวิตของ 23 ครูและนักเรียนโรงเรียนวัดเขาพระยาสังฆาราม จากเหตุการณ์ไฟไหม้รถบัสทัศนศึกษา บนถนนวิภาวดี-รังสิต ขาเข้า กทม. เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2567 ที่โรงเรียนจัดพิธีทำบุญเพลอุทิศส่วนกุศลและรำลึกถึงการจากไปของ 23 ครูและนักเรียน

ในช่วงพิธีวางดอกไม้รำลึก กล่าวคำระลึกถึง และพิธีทำบุญถวายภัตตาหารเพลแด่พระสงฆ์ มีนายอนุพันธ์ สารสุวรรณ์ กำนันตำบลระบำ ตัวแทนนายชาดา ไทยเศรษฐ์ ส.ส.อุทัยธานีและประธานวิปรัฐบาล เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย น.ส.อามาลีนา ซักเซ็ค บุตรสาว น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ดร.เสาวลักษณ์ บุญจันทร์ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุทัยธานี เขต 2 ตลอดจนส่วนราชการ ผู้นำท้องถิ่น ท้องที่ ครอบครัวผู้เสียชีวิต พร้อมด้วย นายวรเชรษฐ ชาเมืองกุล ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดเขาพระยาสังฆาราม ตลอดจนคณะครูและนักเรียนร่วมพิธี

นางอัชรา อายุ 42 ปี หนึ่งในแม่ของน้องนักเรียนที่เสียชีวิต เปิดเผยด้วยน้ำตาซึมว่า ถึงจะครบ 1 ปีแล้วก็จริงแต่ตอนนี้ยังทำใจไม่ได้​ ยังรู้สึกเหมือนเหตุการณ์เพิ่งเกิดขึ้น วันเกิดเหตุนั้น พอทราบข่าวก็เดินทางไปหาลูกทันทีเพราะที่ทำงานอยู่ไม่ห่างจากที่เกิดเหตุ ตอนไปถึงพบว่าสภาพรถถูกไฟไหม้ไปจนหมดแล้ว ยังจำได้ดีว่าวันนั้นตนพยายามตามหาลูกว่าอยู่ตรงไหน

Advertisement

นางอัชรากล่าวว่า วันนั้นลูกอยู่ในรถบัส 2 คน น้องคนเล็กสามารถวิ่งหนีลงมาได้ทัน ส่วนลูกอีกคนที่เสียชีวิตลงมาจากรถไม่ทัน ในเรื่องของคดีความนั้น ตนมีทนายความส่วนตัว หลังจากศาลตัดสินให้เจ้าของรถบัสรอลงอาญา ตนให้ทนายช่วยดูว่าควรจะดำเนินการไปในทิศทางไหนดี แต่หากมองภาพรวมแล้วว่าไม่ได้มีประโยชน์อะไรกับลูกๆ และครอบครัวผู้เสียชีวิตแล้ว อาจจะจบลงกันไป เพราะการรอลงอาญา 4 ปีเทียบกับ 23 ชีวิตไม่ได้ ตีค่าไม่ได้ จึงบอกว่ามันสมควรไหมกับสิ่งที่ครอบครัว​พวกเราสูญเสียกันไป

นางอัชรา