หน้าแรก ภูมิภาค จนท.โรงตึ๊งตร...

จนท.โรงตึ๊งตรังเปิดปาก รับลักทอง 270 บาท อ้างทำคนเดียว ตร.เชื่อตามคืนได้หมด

9.01.26 | 19:41 น.

จนท.โรงตึ๊งตรังเปิดปากสารภาพ ลักทอง 270 บาท ตร.เผยยึดคืนได้ 80 บาท เร่งประสานร้านทอง-โรงรับจำนำเอาของคืน เชื่อได้ของครบ ชี้ลงมือคนเดียวแต่ตร.ยังไม่ปักใจเชื่อ ผู้ว่าฯสั่งล้อมคอกความปลอดภัย พร้อมชดเชยให้เจ้าทรัพย์

จากกรณีทองคำแท่ง และทองคำรูปพรรณ ที่ประชาชนนำไปจำนำไว้กับสถานธนานุบาลเทศบาลนครตรัง (โรงรับจำนำ) ได้ถูกคนร้ายโจรกรรมหายไปจากตู้เซฟภายในที่ทำการสถานธนานุบาลฯ ในช่วงวันหยุดยาวเทศกาลปีใหม่ที่ผ่านมา กระทั่งพบพิรุธของเจ้าหน้าที่บางคน ตำรวจจึงสอบเครียดยาวนาน กระทั่งศาลจังหวัดตรังได้อนุมัติหมายจับ และตำรวจสามารถจับกุมผู้ต้องหาแล้ว 1 คน คือนายนิพิฐพนธ์ (สงวนนามสกุล) ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่โรงรับรับจำนำ และเป็น 1 ในคนถือกุญแจตู้เซฟ ตามที่นำเสนอข่าวไปแล้วนั้น

ล่าสุด เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 9 มกราคม ที่ สภ.เมืองตรัง อ.เมือง จ.ตรัง นายทรงกลด สว่างวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง พร้อมด้วย พล.ต.ต.ภาสกร ภักดีวานิช ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดตรัง พ.ต.อ.อภิชัย กรอบเพชร รองผู้บังคับการฯ พ.ต.อ.ภูมิ บาลทิพย์ ผกก.สภ.เมืองตรัง พ.ต.อ.ธนวัต เส้งสุย ผกก.สืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดตรัง นพ.รักษ์ บุญเจริญ นายกเทศมนตรีนครตรัง ปลัดเทศบาลนครตรัง ผู้จัดการสถานธนานุบาลเทศบาลตรัง ร่วมกันแถลงข่าวกรณีคนร้ายลักทรัพย์ทองคำแท่ง และทองรูปพรรณ จากสถานธนานุบาลเทศบาลนครตรัง (โรงรับจำนำ) มูลค่าทองคำจำนวน 270 บาท คิดเป็นมูลค่ากว่า 17 ล้านบาท ภายหลังตำรวจสามารถจับกุมนายนิพิฐพนธ์ เจ้าหน้าที่โรงรับจำนำ ซึ่งเป็น 1 ในคนถือกุญแจตู้เซฟได้ เบื้องต้น ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ

Advertisement

พล.ต.ต.ภาสกรกล่าวว่า เบื้องต้นพบผู้ต้องหาก่อเหตุเพียงลำพัง แต่ตำรวจยังอยู่ระหว่างการสอบปากคำ เพื่อติดตามทรัพย์ที่เหลือกลับคืน โดยเกิดเหตุระหว่างวันที่ 31 ธ.ค. 2568 เวลาประมาณ 17.00 น. ถึงวันที่ 5 ม.ค. 2569 เวลาประมาณ 07.55 น. ตามภาพจากกล้องวงจรปิด พบว่าผู้ก่อเหตุซึ่งมีหน้าที่รักษาทรัพย์ของสถานธนานุบาลฯ ลงมือหลังเลิกงาน เบื้องต้นพบว่าก่อเหตุเพียงลำพัง แต่ตำรวจยังอยู่ระหว่างการสอบปากคำเพิ่มเติม

พล.ต.ต.ภาสกรกล่าวว่า จากการสอบปากคำผู้ต้องหารับสารภาพ แบ่งทรัพย์ออกเป็น 4 ส่วน คือ

1.ทองแท่ง ทองรูปพรรณ ไปขายที่โรงรับจำนำแห่งหนึ่ง ต.เที่ยง อ.เมืองตรัง จำนวนประมาณ 50 บาท อยู่ระหว่างการดำเนินการสืบสวนติดตามทรัพย์กลับ

2.ทองแท่ง นำไปขายที่ห้างทองแห่งหนึ่ง ใน ต.ทับเที่ยง อ.เมืองตรัง น้ำหนักทอง ประมาณ 80 บาท อยู่ระหว่างการดำเนินการของฝ่ายสืบสวน

3.นำทรัพย์สินบางส่วน ซึ่งเป็นทองรูปพรรณไปซุกซ่อนไว้บริเวณห้องเก็บของ ชั้น 4 ของสถานธนานุบาลฯ เจ้าหน้าที่ตามไปตรวจยึดทองรูปพรรณมาได้ จำนวน 31 รายการ น้ำหนักรวม 50.40 บาท

4.นำทองรูปพรรณไปฝากเพื่อนไว้แถวสนามกีฬาติดตามตรวจยึดมาได้ จำนวน 5 รายการ รวมน้ำหนักทอง 30 บาท

เบื้องต้นสามารถยึดทองกลับคืน มาได้น้ำหนักรวมจำนวน 80.40 บาท หรือประมาณกว่า 5 ล้านบาท ทั้งสร้อย แหวน นาฬิกา กำไล พระเลี่ยมทอง

พล.ต.ต.ภาสกรกล่าวว่า ส่วนที่เหลือน้ำหนักทองประมาณ 200 บาท มูลค่ากว่า 13 ล้านบาท ซึ่งมีทองแท่งรวมอยู่ด้วยนั้น ได้ประสานกับร้านทอง และโรงรับจำนำแล้ว อยู่ระหว่างการดำเนินการของชุดสืบสวนที่จะติดตามกลับคืนมา เชื่อว่าจะได้กลับมาทั้งหมด เบื้องต้นตำรวจแจ้งข้อหาลักทรัพย์ของผู้อื่นในสถานที่ราชการ ซึ่งเป็นของนายจ้างหรืออยู่ในความครอบครองของนายจ้างโดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำความผิดหรือการพาทรัพย์นั้นไป และรวบรวมของกลางส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย

ด้าน นางบุษบากล่าวว่า ระบบรักษาความปลอดภัยของห้องมั่นคงที่เก็บรักษาทรัพย์มีทั้งหมด 2 ชั้น กุญแจมีทั้งหมด 5 ดอก ผู้ต้องหาซึ่งมีหน้าที่รักษาทรัพย์ที่อยู่ในห้องมั่นคงจะถือกุญแจ 4 ดอก เพราะเขาจะมีสิทธิเหนือผู้จัดการ ตนเป็นผู้จัดการถือ 1 ดอก ซึ่งเป็นไปตามระเบียบของสำนักงานคณะกรรมการสถานธนานุบาลขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

ด้าน นายทรงกลดกล่าวว่า เท่าที่รับฟังพบว่าแม้จะมีระเบียบกำหนดระบบการรักษาความปลอดภัยที่เข้มงวดแล้ว แต่พบว่าอาจมีจุดบอด ซึ่งจะต้องให้ท้องถิ่นจังหวัดตรังรายงานช่องโหว่ดังกล่าวให้หน่วยงานกำกับดูแลให้รับทราบ เพื่อได้ออกระเบียบปฏิบัติให้เข้มงวดมากขึ้น และต่อไปจะให้เชื่อมโยงกล้องวงจรปิด ซึ่งเป็นระบบความปลอดภัยของสถานธนานุบาลฯ กับห้องควบคุมระบบรักษาความปลอดภัยของตำรวจภูธรจังหวัด เพื่อให้ทางตำรวจได้มอนิเตอร์ความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมงด้วย ทางด้านเทศบาลนครตรังเสนอว่าต่อไปจะต้องมีการตรวจค้นตัวเจ้าหน้าที่ทุกคนเวลาออกจากงาน เพื่อเพิ่มระบบรักษาความปลอดภัย ส่วนทรัพย์สินของประชาชนที่เหลือนั้น ทางตำรวจจะติดตามกลับมาโดยเร็ว หากพบส่วนไหนที่หายไป ทางสถานธนานุบาลจะรับผิดชอบให้ หากประชาชนต้องการเป็นทรัพย์ หรือเงินสด สามารถแจ้งได้ โดยจะมีการติดต่อกับเจ้าของทรัพย์โดยตรงหลังจากนี้ และจะเปิดให้บริการตามปกติในวันจันทร์ที่ 12 มกราคมนี้ ส่วนของกลางที่ยึดได้ทั้งทั้งหมด ทางเจ้าหน้าที่จะเก็บไว้ เพื่อประกอบสำนวนคดีต่อไป