หน้าแรก ภูมิภาค ภาคปชช.พบ คหบ...

ภาคปชช.พบ คหบดี อ้างถือโฉนดที่ดิน แต่รุกโบราณสถานสงขาล โดยไม่ขออนุญาตอธิบดีกรมศิลป์

16.03.26 | 14:10 น.

ภาคปชช.พบ คหบดี อ้างถือโฉนดที่ดิน แต่รุกโบราณสถานสงขาล โดยไม่ขออนุญาตอธิบดีกรมศิลป์ จี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการตามกฎหมาย

 

เมื่อวันที่ 16 มีนาคม ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้า กรณีคหบดีใหญ่ บุกรุกปรับพื้นที่โบราณสถานเมืองสงขลาเก่า บริเวณป้อมหมายเลข 9 ในอำเภอสิงหนคร จังหวัดสงขลา โดยได้มีการปรับพื้นที่ติดตั้งประติมากรรมวัวชนบ้านทรงไทยและศาลาที่พักโดยไม่ได้รับอนุญาต จากอธิบดีกรมศิลปากร แม้จะเป็นที่ดินที่มีเอกสารสิทธิ์โฉนดที่ดิน

ล่าสุดภาคประชาชนในจังหวัดสงขลา ตรวจสอบเอกสารหลักฐานในการขออนุญาตปรับพื้นที่ในเขตโบราณสถานเมืองสงขลาเก่า การยื่นขออนุญาตปรับสภาพพื้นที่ มายังสำนักศิลปากรที่ 11 สงขลา แต่ไม่ได้มีหนังสืออนุญาตให้ดำเนินการ จากอธิบดีกรมศิลปากรแต่อย่างใด ทำให้ถือเป็นการกระทำความผิดตามมาตรา 10 พระราชบัญญัติโบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุและพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พ.ศ. 2535

อ่านข่าว 

ดร.จเร สุวรรณชาต อาจารย์ประจำ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย เห็นว่ากรณีนี้กรมศิลปากรควรจะมีมาตรการที่ชัดเจนในเรื่องข้อกฎหมาย โดยเฉพาะการให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเข้ามามีส่วนร่วมในการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนที่อยู่ในเขตโบราณสถานทราบถึงข้อกฎหมายที่จะต้องยื่นขออนุญาตกับอธิบดีกรมศิลปากรในการขอปรับพื้นที่แม้จะเป็นที่ดินเอกสารสิทธิ์ส่วนบุคคลก็ตามไม่เช่นนั้นก็จะเกิดปัญหาเช่นนี้ขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า

Advertisement

อย่างไรก็ตามเห็นว่าการพัฒนาพื้นที่โบราณสถานอาจจะมีการพัฒนาร่วมกับศิลปกรรมสมัยใหม่ภายใต้การดูแลของผู้เชี่ยวชาญเพื่อไม่ให้กระทบต่อความงดงามหรือคุณค่าของโบราณสถานนั้นๆในกรณีนี้ก็เช่นเดียวกัน

“โดยเฉพาะเมื่อชาวบ้านที่ถือเอกสารสิทธิ์ในที่ดิน ต้องการที่จะปรับพื้นที่ของตัวเอง โดยอาจไม่ทราบว่าที่ดินอยู่ในเขตโบราณสถานหรืออาจจะยังไม่ทราบว่าต้องยื่นขออนุญาตไปยังอธิบดีกรมศิลปากร ซึ่งในส่วนนี้ ถือเป็นกฎหมายเฉพาะทำให้จะต้องมีการชี้แจงทำความเข้าใจร่วมกับส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเพื่อให้มีความเข้าใจและป้องกันไม่ให้ประชาชนที่ถือกรรมสิทธิ์ในที่ดินเดือดร้อน จากการถูกดำเนินคดีซึ่งมีโทษจำคุกด้วย ดังนั้นจึงควรที่จะมีความชัดเจนหรือหน่วยงานแต่ละหน่วยที่มีการอนุญาตให้ปรับพื้นที่โดยการก่อสร้างต่างๆควรจะทราบข้อกฎหมายนี้”ดร.จเรกล่าว

นายบรรจง นะแส เครือข่ายภาคประชาชนในพื้นที่กล่าวว่าภาคประชาชน กล่าวว่า มีความกังวลว่าการดำเนินคดีนั้น ไม่มีมาตรฐานเดียวกัน กรณีนี้ทราบว่าถือเอกสารสิทธิ์โฉนดที่ดินถูกต้อง ซึ่งภาคประชาชนเราทราบดี เพียงแต่ท่านยังไม่ได้รับอนุญาตให้ปรับพื้นที่ ที่ดินของท่านที่อยู่ในเขตโบราณสถาน ซึ่งต้องได้รับอนุญาตจากอธิบดีกรมศิลปากร โดยแม้ท่านจะอ้างเอกสารการยื่นขออนุญาตปรับพื้นที่เพื่อพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่เชื่อมต่อกับป้อมเมืองสงขลาเก่าหมายเลข 9 แต่อธิบดีกรมศิลปากร ยังไม่อนุญาตให้ท่านดำเนินการใดๆ แต่กลับมีการปรับพื้นที่จนเกือบแล้วเสร็จ ดังนั้นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงจะต้องปฏิบัติตามกฎหมายเพราะขณะนี้ถือว่าความผิดสำเร็จซึ่งเป็นความผิดตามมาตรา 10 พรบ.โบราณสถาน