ครอบครัวร่ำไห้ เผาร่างเหยื่อสาว ถูกแฟนขับชนเสียชีวิต ลูก 2 คนกำพร้าแม่ ตร.นำตัวผู้ก่อเหตุฝากขัง-แจ้งข้อหาหนัก
จากกรณี น.ส.ธิดารัตน์ อายุ 32 ปี ชาวสุรินทร์ ทะเลาะกับแฟน ก่อนลงจากรถ ขอขึ้นรถ จยย. นายณัฐนนท์ อายุ 28 ปี ซึ่งเป็นพลเมืองดี ขอให้ไปส่งในเขตเทศบาลเมืองสุรินทร์ ก่อนถูกนายอานนท์ อายุ 32 ปี แฟน น.ส.ธิดารัตน์ ขับรถเก๋งพุ่งชนท้ายรถ จยย.ด้วยความเร็ว กระทั่งทั้ง 2 เสียชีวิตนั้น
อ่านข่าว
- หนุ่ม โมโห แฟนสาวหนีลงรถขอพลเมืองดีช่วย ขับเก๋งไล่ชนจยย. เสียชีวิต 2 ศพ
- ครอบครัวเป่าเค้กวันเกิดหน้าโลงศพ หนุ่มพลเมืองดี แฟนสาวร่ำไห้ เผยมีแพลนแต่งงานปีหน้า
เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่วัดป่ามณีประชาราษฎร์ บ้านตาน็วง ม.14 ต.เฉนียง (ฉะ-เหนียง) อ.เมือง จ.สุรินทร์ ซึ่งเป็นสถานที่ฌาปนกิจศพ นางสาวธิดารัตน์ หรือแป้ง อายุ 32 ปี ที่เสียชีวิต จากการถูกแฟนขับรถพุ่งชนท้าย พร้อมกับพลเมืองดี ที่ช่วยเหลือพาขึ้นรถจักรยานยนต์ พาเข้าไปส่งเขตเทศบาลเมืองสุรินทร์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศเป็นไปด้วยความเศร้าโศกเสียใจของบรรดาญาติ พี่น้อง เพื่อนฝูง และพ่อแม่ โดยเฉพาะผู้เป็นพ่อ ซึ่งทำใจไม่ได้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ร้องห่มร้องไห้อยู่ตลอดเวลา ญาติๆ ต้องคอยปลอบใจอยู่ตลอดเวลา โดยการจากไปของนางสาวธิดารัตน์ ยังทำให้ น้องไข่มุก อายุ 5 ขวบ เรียนอยู่ชั้นอนุบาล 3 และเด็กชาย ธนกฤต อายุ 9 ปี เรียนอยู่ชั้น ป.3 ต้องกำพร้าแม่ ที่เป็นเสาหลักครอบครัว
นางพรทิพย์ อายุ 52 ปี น้าสาวผู้เสียชีวิต กล่าวว่า เหตุการณ์มันโหดร้ายเกินที่จะรับได้ อยากจะให้คนที่ทำมันตายตามไปกับหลานสาวของตน หลานสาวคือเสาหลักของครอบครัว ปกติเขาจะไปกลับที่ทำงานทุกวัน หลานสาวกับนายอานนท์ มีลูกด้วยกัน 1 คน เป็นลูกสาวอายุ 5 ขวบ ส่วนอีกลูกอีกคนเป็นลูกกับสามีเก่า อายุ 9 ปี เรียนชั้น ป.4
ที่ผ่านมาทั้งสองก็มีเรื่องระหองระแหงกันอยู่มาแล้ว นายอานนท์เคยทำร้ายร่างกายเขาหลายครั้งจนหลานขอหย่าขาด เมื่อวันที่ 24 พฤศภาคมที่ผ่านมา จากนั้นผู้ก่อเหตุก็ตามมาทำร้ายอีกหลายครั้ง ครั้งล่าสุดเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาก็เอารถมาเบียดรถของหลานจนยางแตก พอวันอาทิตย์หลานไปทำงานก็โดนทำร้ายและขับรถชนจนเสียชีวิต ที่ผ่านมาหลานเคยโดนทำร้ายจนเข้าโรงพยาบาลหลายครั้งแล้ว แต่ก็ทนเพื่อลูก มันไม่น่าจะมาทำแบบนี้ ทำไมไม่คิดถึงลูกบ้างเขาจะอยู่อย่างไร ลูกสาวเขาก็พอรับรู้ว่าแม่เขาไปไหน เห็นรูปแม่ที่ตั้งหน้าโลงศพเขาก็บอกว่า “หนูอยากอยู่กับแม่ทำไมแม่ไม่นอนกับหนู” ต่อไปก็ต้องช่วยกันเลี้ยงหลานทั้ง 2 คนต่อไป
ผู้ตายกับนายอานนท์ แต่งงานอยู่ด้วยกันจนมีลูกสาวอายุ 5 ขวบหนึ่งคน ที่ผ่านมานายอานนท์มักจะทำร้ายผู้เสียชีวิตบ่อยครั้ง บางครั้งถึงขนาดต้องเข้าโรงพยาบาล จนผู้ตายทนไม่ไหวขอเลิกไปบ่อยครั้ง แต่นายอานนท์ไม่ยอม ล่าสุดเมื่อวันเสาร์ก่อนเกิดเหตุก็ลงมือทำร้าย อยากให้กฎหมายลงโทษให้หนักให้ตายไปตามกัน
นางสำราญ อายุ 64 ปี แม่ของหญิงสาวผู้เสียชีวิต เปิดเผยทั้งน้ำตาว่า ก่อนเกิดเหตุลูกสาวได้แยกทางกับแฟนหนุ่มมาประมาณ 1 สัปดาห์ หลังมีปัญหาทำร้ายร่างกายรุนแรง จึงขอให้ฝ่ายชายย้ายออกจากบ้านไปอยู่ในตัวเมือง ที่ผ่านมาทั้งคู่มีปากเสียงและทะเลาะกันเป็นประจำ โดยเหตุรุนแรงที่สุดเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 23 พฤษภาคมที่ผ่านมา จนลูกสาวต้องเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาล ก่อนเรื่องราวจะบานปลายมาสู่เหตุสลดครั้งนี้
“คิดไม่ถึงจริงๆ เขาเป็นคนหน้าตาดี ดูนิสัยดี แต่กลับทำกับคนที่รักได้ถึงขนาดนี้” แม่กล่าว พร้อมยอมรับว่าไม่เคยเห็นด้านอารมณ์ร้อนของฝ่ายชายมาก่อน เพราะลูกสาวไม่เคยเล่ารายละเอียดให้ฟัง

แม่ยังเผยอีกว่า ลูกสาวเคยถูกทำร้ายร่างกายมาแล้วหลายครั้ง รวมถึงถูกพาไปทำร้ายบริเวณอ่างเก็บน้ำหลายหน แต่ครอบครัวเลือกให้อภัยและให้โอกาสมาตลอด เพราะเห็นแก่หลานทั้ง 2 คน “อยากรู้แค่ว่าลูกแม่ผิดอะไร ถึงต้องใช้ชีวิตแลกแบบนี้” ผู้เป็นแม่กล่าวด้วยความเจ็บปวด
สำหรับผู้เสียชีวิตเป็นเสาหลักของครอบครัว คอยทำงานหาเลี้ยงทั้งพ่อแม่และลูกๆ โดยแบ่งรายได้ดูแลคนในบ้านอย่างสม่ำเสมอ ทำให้การจากไปครั้งนี้สร้างความสูญเสียอย่างใหญ่หลวงแก่ครอบครัว ตลอดระยะเวลาที่คบหากันกว่า 6 ปี ฝ่ายชายเข้าออกบ้านเป็นประจำ ครอบครัวพยายามเปิดใจยอมรับมาตลอด แม้ลูกสาวจะเคยถูกทำร้ายร่างกายหลายครั้ง รวมถึงเหตุการณ์ทำร้ายขณะตั้งครรภ์ที่ต้องเย็บบาดแผลถึง 7 เข็ม
แม้ทั้งคู่จะเลิกรากันแล้ว แต่ฝ่ายชายยังไม่ยอมตัดใจ ขณะที่ลูกสาวมักใจอ่อนเมื่อพบหน้ากันอยู่เสมอ จนกระทั่งเกิดเหตุสะเทือนใจครั้งนี้ หลังจัดพิธีฌาปนกิจศพแล้ว พรุ่งนี้จะทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้กับลูกต่อไป
ทั้งนี้ ด้านการดำเนินคดีกับนายอานนท์ ผู้ก่อเหตุ ด้าน พ.ต.อ.เอกพงษ์ พลมณี ผกก.สภ.เมืองสุรินทร์ เปิดเผยว่า ได้แจ้งข้อกล่าวหา กระทำความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา และทำให้เสียทรัพย์ ตามประมวลกฎหมายพิจารณาความอาญามาตรา 66(2) มาตรา 66 วรรคท้าย มาตรา 78(3) และมาตรา 80 ซึ่งนายอานนท์รับสารภาพทุกข้อกล่าวหา ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัวฝากขังที่ศาลจังหวัด เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป โดยไม่มีการทำแผนประกอบคำรับสารภาพ เพราะผู้ต้องหาไม่สมัครใจ และคดีดังกล่าวเป็นคดีที่กระทบต่อความรู้สึก จึงคัดค้านการประกันตัว


