ช่างใหญ่ V10 วอนสังคมให้ความเป็นธรรม แจงยิบทุกดราม่า เทสลาโครงไก่-สลับอะไหล่
เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน ที่อู่ซ่อมรถยนต์ V10 GARAGE ซึ่งตั้งอยู่ถนนใต้ทางด่วน ต.บ้านใหม่ อ.เมือง จ.ปทุมธานี นายชัชวาล คายลิ้น หรือ ใหญ่ V10 เจ้าของอู่แถลงข่าวเปิดใจถึงกรณีดราม่าที่ตกเป็นประเด็นร้อนในสื่อสังคมออนไลน์ หลังจากที่คู่รักอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง “มอส-เจีย” พร้อมด้วยกลุ่มผู้เสียหาย ได้นำเรื่องไปร้องเรียนในรายการโหนกระแส โดยกล่าวหาว่าทางอู่ซ่อมรถหรูไม่ได้มาตรฐาน มีการสลับอะไหล่ และเรียกเก็บค่าบริการแพงเกินจริง
อ่านข่าว
- สาวช็อก Tesla Model3 กลายเป็น Tesla โครงไก่ อยากได้รถคืน อู่ลั่นถ้าไม่ซ่อมต่อ ก็ไปฟ้องเอา
- ‘ใหญ่ วี10’ พาเหยื่อแจ้งความ เคลมประกันเบนซ์ 1.3 ล. สงสัยอะไหล่ไม่ตรง VIN-ไมล์คลาดเคลื่อน
- ตร.ค้นโกดังเก็บรถ อู่ V10 เจอแล้ว ‘เชฟโรเลตสีแดง’ ของลูกค้า ส่อโดนคดีเพิ่ม ไร้ใบอนุญาตกิจการ
นายชัชวาล ได้ชี้แจงถึงกรณีของอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดังว่า ข้อกล่าวหาที่ระบุว่าทางอู่เปลี่ยนอะไหล่เพียง 11 ชิ้น และโช้กอัพเพียงต้นเดียวนั้นไม่เป็นความจริง ในความเป็นจริงการซ่อมรถยนต์โตโยต้า อัลพาร์ด (Toyota Alphard) คันดังกล่าว มีรายการอะไหล่มากกว่าที่ถูกกล่าวอ้าง โดยทางอู่ประเมินราคาซ่อมไว้ที่ 1,300,000 บาท แต่ลูกค้าได้ชำระเงินค่าซ่อมมาเพียง 315,000บาท และได้นำรถออกจากอู่ไปโดยไม่ได้รับความยินยอม

นายชัชวาล กล่าวต่อว่า สำหรับ รถเทสล่า “โครงไก่” เจ้าของอู่ยันซ่อมได้หากอะไหล่ครบ ชี้ติดปัญหาลูกค้าไม่ชำระค่าอะไหล่ต่อเนื่องนายใหญ่ เจ้าของอู่ V10 Garage ยังได้ชี้แจงกรณีรถยนต์ไฟฟ้า Tesla ที่ถูกนำเสนอผ่านสื่อสังคมออนไลน์ในลักษณะเป็น “รถโครงไก่” จนกลายเป็นประเด็นวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างการแถลงข่าว นายใหญ่ได้นำรถ Tesla รุ่นใหม่ล่าสุดอีกคันหนึ่งที่ซ่อมเสร็จแล้วมาแสดงต่อหน้าสื่อมวลชน เพื่อยืนยันว่าการซ่อมรถประเภทดังกล่าวไม่ได้มีความซับซ้อนอย่างที่ถูกกล่าวหา หากมีอะไหล่ครบถ้วนก็สามารถดำเนินการซ่อมได้อย่างรวดเร็ว โดยยกตัวอย่างรถอีกคันที่สามารถซ่อมแล้วเสร็จภายในระยะเวลาเพียง 4 วัน หลังจากอะไหล่ครบถ้วนทุกรายการและพร้อมเปิดให้สื่อมวลชนตรวจสอบสภาพรถจริง
สำหรับกรณีรถ Tesla ที่ถูกเรียกว่า “รถโครงไก่”นายชัชวาล ระบุว่า รถคันดังกล่าวประสบอุบัติเหตุรุนแรงจนได้รับความเสียหายหนัก อีกทั้งยังจมน้ำ ทำให้การประเมินความเสียหายจำเป็นต้องรื้อชิ้นส่วนหลายจุดเพื่อตรวจสอบโครงสร้าง ระบบไฟฟ้า และอุปกรณ์ต่าง ๆ อย่างละเอียด

นายชัชวาล กล่าวต่อว่า ยืนยันว่า การรื้อชิ้นส่วนรถเป็นไปตามขั้นตอนการตรวจสอบและซ่อมแซมตามสัญญาจ้าง มิใช่การกระทำโดยไม่มีเหตุผล พร้อมพาสื่อมวลชนเดินตรวจดูสภาพรถจริงภายในอู่ โดยชี้ให้เห็นว่าหากไม่มีการรื้อชิ้นส่วนออกมาตรวจสอบ ก็ไม่สามารถทราบได้ว่ามีจุดใดได้รับความเสียหายเพิ่มเติมจากอุบัติเหตุหรือจากการจมน้ำบ้าง นายใหญ่ยังกล่าวอ้างว่า อุปสรรคสำคัญที่ทำให้รถคันดังกล่าวยังไม่แล้วเสร็จ ไม่ได้เกิดจากความสามารถในการซ่อมของอู่ แต่เป็นเพราะเจ้าของรถได้ทำสัญญาว่าจ้างซ่อมไว้แล้ว ก่อนจะหยุดชำระค่าอะไหล่และค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้อง ทำให้ไม่สามารถดำเนินการสั่งซื้ออะไหล่และซ่อมต่อได้ตามแผนงาน
นายชัชวาล กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ เจ้าของอู่ยังตั้งข้อสังเกตว่า ภายหลังเจ้าของรถไปออกรายการโทรทัศน์และระบุว่าตนเองเป็นผู้เสียหาย พร้อมเรียกร้องขอรับเงินคืนและขอรถคืน ขณะที่ในมุมของอู่มองว่ารถคันดังกล่าวยังอยู่ในกระบวนการซ่อมแซมตามสัญญาจ้างที่ยังไม่สิ้นสุด
นายชัชวาล กล่าวต่อว่า รถคันดังกล่าวสามารถซ่อมให้แล้วเสร็จได้ หากได้รับการสนับสนุนด้านอะไหล่และค่าใช้จ่ายตามเงื่อนไขที่ตกลงกันไว้ พร้อมย้ำว่าการรื้อสภาพรถในลักษณะที่ปรากฏต่อสาธารณะเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการตรวจสอบความเสียหายที่จำเป็น และไม่ใช่การปล่อยรถทิ้งไว้โดยไม่มีการดำเนินการตามที่ถูกกล่าวหาแต่อย่างใด ปัจจุบันยังรอ ชำระค่าอะไหล่เพื่อซ่อมให้แล้วเสร็จตามสัญญา
ส่วนกรณีรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ (Mercedes-Benz SLC300) สีดำ นายชัชวาลระบุว่า มีญาติผู้ใหญ่ของผู้ครอบครองรถมาดำเนินการแทน ซึ่งทราบว่าทางนั้นได้รับเงินประกันค่าซ่อมไปแล้วจำนวน 1,200,000 บาท แต่กลับไม่นำเงินมาชำระให้กับทางอู่ และจอดรถทิ้งไว้ที่อู่นานกว่าครึ่งปีนับตั้งแต่ไปออกรายการทีวี ปัจจุบันมูลค่ารถลดลงอย่างต่อเนื่องและรถคันนี้ยังติดไฟแนนซ์อยู่ ทำให้ทางอู่ได้รับผลกระทบและไม่ทราบว่าจะต้องดำเนินการอย่างไรต่อไป


