ทนหิวไม่ไหว ‘แหยม’ ออกจากเขา ขอมอบตัว เปิดปากสาเหตุสังหารเฒ่าเร่ร่อน เผาแล้วหนี
เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม หลังจากเมื่อวานนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจ ฝ่ายปกครอง ป่าไม้ กดดันอย่างหนัก จนเมื่อช่วงเย็นได้รับการติดต่อจาก เพื่อนของนายแหยม ว่าจะพานายแหยม มาทำการมอบตัว เนื่องจากเจ้าหน้าที่กดดันอย่างหนัก ประกอบกับ ร่างกายของ นายสุรชาติ หรือแหยม มีสภาพอิดโรย หิวอย่างหนัก จนเวลา 22.00 น. จึงได้เดินทางมาด้วยรถปิกอัพของ นายยากร หรือเฒ่า ซึ่งเป็นเพื่อน มายัง สภ.มวกเหล็ก อ. มวกเหล็ก จ.สระบุรี
จากการสอบถาม นายยากร ซึ่งเป็นเพื่อนสนิทและเพื่อนที่ไว้ใจของนายแหยม ทราบว่า หลังก่อเหตุนายแหยมได้หลบหนีไปบนเขาหลังบ้านของตนเองอาศัยอยู่ รอยต่อหมู่บ้าน ม.2 ต.ลำสมพุง อ.มวกเหล็ก โดนอาศัยซ่อนในพื้นที่ ซึ่งเป็นเขาล้อมรอบ และประมาณ 20.00 น. นายแหยมที่หลบซ่อนตัวหลังจากก่อเหตุได้เดินลงมาจากเขาโดยอาการอิดโรย และหิวเข้าขอมากินข้าวกินน้ำ จากนายแหยมได้ปรึกษาว่าจะขอเข้ามอบตัวโดยให้นายเฒ่าประสาน และนำพาส่งตัว
จากการสอบถาม นายยากร ให้การกับผู้สื่อว่า นายแยมได้ลงมาตนเมื่อ 20.00 น. เพื่อมาขอข้าวกิน หลังจากนายเฒ่าหาให้กิน กินข้าวจานใหญ่ๆ 1 จาน น้ำ 1 ขันใหญ่ กินข้าวแล้วเสร็จ นายแหยมขอให้นายเฒ่าประสานผู้ใหญ่บ้านเพื่อเข้าขอมอบตัว โดยนายแหยมยอมรับและเล่าให้ตนเองฟังว่า ตนทะเลาะวิวาทกันเรื่องเงิน และยืมเงินกัน จากนั้นนายบัว (ผู้ตาย) ได้ใช้ไม้ตีนายแหยมก่อน แต่นายแหยมสู้จึงใช้ไม้ตีศีรษะนายบัวจนแน่นิ่ง นึกว่าเสียชีวิตแล้ว จึงทำการเผาศพโดยใช้เศษไม้แห้งและเศษเสื้อผ้าที่อยู่บริเวณนั้นเป็นเชื้อเพลิงเผา จนกระทั่งเช้าจึงมีชาวบ้านมาเจอ
หลังเข้าทำการมอบตัว ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้คุมตัว นายแหยม เข้าห้องขังโดยทันที
ล่าสุด เวลา 10.30 น. ร.ต.ท.สุรชัย เชียงวัดเกตุ รอง.สว.สอบสวน สภ. มวกเหล็ก จ.สระบุรีได้นำตัวนายสุรชาติ หรือแหยม ผู้ต้องหาในคดีนี้ ทำการสอบสวน พร้อมด้วย ทนาย พ่อแม่ ของนายแหยมเข้าร่วมรับฟัง หลังจากสอบสวน นายแหยมรับสารภาพว่าเป็นคนลงมือทำร้ายร่างกายตาบัวจนเสียชีวิต และใช้เศษผ้า ไม้ในบริเวณที่เกิดเหตุเผา
จากนั้น ทางด้าน นายแสวง บิดานายแหยม ผู้ต้องหา เผยว่า ตอนนี้รู้สึกสบายใจมากที่มาถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจ ส่วนตัวกังวลหลายอย่าง ว่าจะไม่เจอตัว กลัวจะยืดยาวไปอีกนาน เมื่อมาถึงเจ้าหน้าที่แล้วก็สบายใจ ความปลอดภัยของลูกตนเองก็จะขึ้น เกรงว่าชาวบ้านจะทำร้ายลูก เพราะว่าตอนเอาออกมาเขายังตามกันมาถึง 2-3 คันรถเลย ดีที่มีทางเจ้าหน้าที่ตำรวจป้องกันไว้ให้
ส่วนที่ตนเองต้องปกป้องลูกนั้นมันมีสาเหตุจากที่ลูกเล่าว่า เขานอนอยู่ ไปขอที่นอน ซึ่งแต่ก่อนก็นอนอยู่ร่วมกันมานานถึง 3-4 ปีแล้ว แต่วันที่เกิดเหตุลูกตนเองขอเข้าไปนอน แต่ผู้ตายไม่ให้นอน ก็เลยเอาท่อนฟืนมาตี ซึ่งลูกตนเองก็มีบาดแผลอยู่บริเวณหัว เนื่องจากถูกนายบัวใช้ไม้ตี ตนก็บอกให้ไปมอบตัว
นายแสวง กล่าวอีกว่า วันนี้ตนได้เข้ามาเยี่ยมลูกชาย ถามว่าอยากได้อะไรบ้าง ซึ่งลูกชายก็อยากได้เสื้อผ้า และอยากได้เงินสักหนึ่งหมื่นบาทเพื่อนำไปใช้ และไม่ได้ขอให้ประกันตัว ก็กลัวลูกจะคิดมาก แต่เมื่อทำความผิดไปแล้วก็ต้องรับกรรมไป เรื่องที่เกิดขึ้นอย่างไรก็เล่าให้เจ้าหน้าที่ตำรวจฟังไปตามตรง ส่วนตัวก็รู้สึกเสียใจกับการกระทำของลูกชาย ซึ่งที่ผ่านมาก็อยู่ด้วยกันมาเหมือนพี่เหมือนน้อง กินข้าวหม้อเดียวกันมา มีอะไรก็ช่วยเหลือกันมาตลอดไม่เคยที่จะผิดใจกันเลย แต่คนเสียสติ 2 คนเขามาเจอกัน แล้วมาทำควมผิดกันก็อยากให้พี่น้องคิด ๆ ดูด้วย พ่อแม่ไม่ได้สนับสนุนให้ลูกทำชั่ว
ทางด้าน ทางด้าน พ.ต.อ.ชาณภาค สุวรรณชื่น ผกก.สภ.มวกเหล็ก เผยว่า จากการสอบถามปากคำเบื้องต้น ทราบว่าทางผู้ตายเป็นบุคคลเร่ร่อนใช้ศาลาในหมู่บ้านพักอาศัย จะมีเครื่องนอนสัมภาระ ข้าวของรุงรังอยู่ในบริเวณศาลาที่พัก ส่วนผู้ต้องหาเป็นผู้ป่วยจิตเวช เคยใช้ยาเสพติดหรือใช้สารเสพติด เคยมีประวัติถูกจับกุมหลายครั้ง และเคยส่งตัวไปบำบัดที่ค่ายบำบัด ออกมากลับมาก็ ในวันที่เกิดเหตุเวลากลางคืนซึ่งทั้ง 2 คนก็อยู่ในศาลาที่เกิดเหตุได้มีการทำร้ายร่างกายกันโดยผู้ต้องหาหรือว่า นายสุรชาติ อ้างว่าตัวผู้ตายได้ทำร้ายก่อน แล้วตนเองก็เลยได้ใช้ท่อนไม้และจอบตีไปจำนวน 2-3 ครั้งจนบาดเจ็บล้มแน่นิ่งไป ก็เลยใช้ผ้าห่ม ข้าวของที่อยู่ในศาลามาสุมแล้วก็ห่อดำเนินการจุดไฟเผา

