พ่วง เบรกแตก ไฟคลอกโชเฟอร์ดับสยองเส้น 304 ชาวบ้านผวา โค้ง 100 ศพ
เมื่อเวลา 00.30 น. วันที่ 18 กรกฎาคม ร.ต.อ.สมัย สุดาชาติ รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.วังขอนแดง อ.นาดี จ.ปราจีนบุรี รับแจ้งเหตุระทึกขวัญจากหน่วยกู้ภัยสัจจะพุทธธรรมแห่งประเทศไทย (กบินทร์บุรี) ว่าเกิดเหตุรถบรรทุกพ่วงเสียหลักพลิกคว่ำและมีเพลิงลุกไหม้อย่างรุนแรง บนถนนทางหลวงหมายเลข 304 ขาลงเขาศาลโทน ช่วงกิโลเมตรที่ 209 ต.บุพราหมณ์ อ.นาดี จ.ปราจีนบุรี มีคนติดอยู่ภายในรถถูกไฟคลอก และตัวรถขวางทางจราจรปิดตาย 100% ทุกช่องทาง รถไม่สามารถสัญจรผ่านได้ จึงรีบรายงานผู้บังคับบัญชาพร้อมประสานรถน้ำดับเพลิง อบต.บุพราหมณ์, แขวงทางหลวงปราจีนบุรี, เทศบาลเมืองหนองกี่ และ ปภ.เขต 3 บึ่งไประงับเหตุทันที
ที่เกิดเหตุเป็นถนนผ่านบนภูเขาระหว่างอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่กับอุทยานแห่งชาติทับลานมรดกโลก ช่วงทางโค้งลาดชันอันตราย พบรถบรรทุกพ่วง หมายเลขทะเบียน 70-5674 กรุงเทพมหานคร สภาพคว่ำตะแคงอัดก๊อปปี้ติดอยู่กับแท่งปูนแบริเออร์เกาะกลางถนน โดยมีเปลวไฟสีแดงฉานลุกโชนท่วมหัวลากและตัวถังอย่างน่ากลัว ควันดำพวยพุ่งเหนือท้องฟ้า เจ้าหน้าที่ต้องระดมฉีดน้ำและโฟมเข้าสกัดด้วยความยากลำบากเนื่องจากมีไฟลุกไหม้อยู่ตลอดเวลา ใช้เวลานานกว่า 1 ชั่วโมง จึงสามารถควบคุมเพลิงให้อยู่ในวงจำกัดได้

หลังเพลิงสงบ เจ้าหน้าที่กู้ภัยเข้าตรวจสอบภายในห้องโดยสารหน้ารถต้องเจอภาพสุดสยอง เมื่อพบร่างผู้เสียชีวิต 1 ราย ติดคาซากถูกไฟคลอกไหม้เกรียมเป็นตอตะโก จนไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นชายหรือหญิง และไม่พบหลักฐานว่าเป็นใคร กู้ภัยต้องใช้อุปกรณ์ตัดถ่างงัดซากรถนำร่างออกมาอย่างทุลักทุเล ก่อนนำส่งชันสูตรที่ รพ.นาดี เพื่อพิสูจน์อัตลักษณ์และติดต่อญาติมารับศพ
ต่อมาเวลา 06.55 น. ว่าที่ร้อยตรีทนงศักดิ์ สุวรรณเตย์มี ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดปราจีนบุรี ในฐานะเลขานุการ ศปถ.จ.ปราจีนบุรี เปิดเผยรายงานว่า อุบัติเหตุดังกล่าวปิดกั้นทุกช่องทางจราจรขาเข้า กทม. ส่งผลกระทบต่อเส้นทางลอจิสติกส์ขนส่งสายสำคัญ เบื้องต้นทางตำรวจทางหลวงนาดี (รถวิทยุ 3505 และ 3517) ได้ร่วมกับหมวดทางหลวงกบินทร์บุรี เร่งเคลียร์ซากปรักหักพังและคราบน้ำมันบนพื้นผิวถนน ล่าสุดสามารถเปิดช่องจราจรฝั่งขวาชั่วคราวได้ 1 ช่องทางเพื่อระบายรถที่ติดสะสมยาวหลายกิโลเมตรแล้ว

ขณะที่ ร.ต.อ.สมัย สุดาชาติ เจ้าของคดี เปิดเผยความคืบหน้าล่าสุดหลังตรวจสอบที่เกิดเหตุช่วงเวลา 06.40 น. สันนิษฐานว่า รถพ่วงคันดังกล่าววิ่งมาจากฝั่งนครราชสีมามุ่งหน้ากบินทร์บุรี เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุซึ่งเป็นช่วงลาดชันและเป็นโค้งสุดท้ายก่อนลงเขาโทน คาดว่ารถเกิดอาการ “เบรกแตก” หรือระบบเบรกลมหมด ทำให้คนขับควบคุมรถไม่อยู่ พุ่งอัดแผงกั้นเสียงและแบริเออร์เต็มเหนี่ยวจนพลิกคว่ำ ประกอบกับสินค้าที่บรรทุกมาในตู้พ่วงคือ “ยางอัดก้อน” หรือผลิตภัณฑ์ยางพารา ซึ่งเป็นเชื้อเพลิงอย่างดี ทำให้ไฟลุกไหม้วอดอย่างรวดเร็วและย่างสดคนขับดับอนาถคาที ซึ่งทางตำรวจจะเร่งสืบสวนหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า สำหรับถนนสาย 304 ช่วงผ่านภูเขาระหว่างอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่และทับลาน ต.บุพราหมณ์ อ.นาดี โดยเฉพาะช่วงกิโลเมตรที่ 208-210 ทางลงเขาศาลปู่โทน ถือเป็น “โค้งร้อยศพ” จุดเสี่ยงภัยขั้นสุดระดับประเทศ เนื่องจากทางโค้งลาดชันยาวต่อเนื่อง 4-6% รถใหญ่ที่ไม่ชำนาญเส้นทางมักเบรกแตกซ้ำซาก
ย้อนดูประวัติศาสตร์ความหลอนรอบ 10 ปีที่ผ่านมา จุดนี้สังเวยชีวิตรวมกันไปแล้วหลายสิบศพ ล่าสุดเมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2568 เกิดโศกนาฏกรรมช็อกโลก รถทัวร์นำคณะดูงานจาก จ.บึงกาฬ เบรกแตกพุ่งทลายแผงกั้นตกข้างทาง สังเวยดับสยองทันที 18 ศพ เจ็บระนาว 31 ราย, วันที่ 27 พฤษภาคม 2569 พ่วงเบรกแตกชนท้ายพ่วง ดับ 1 เจ็บ 2 ราย และวันที่ 30 พฤษภาคม 2569 รถชนวินาศกรรม 4 คันรวดเจ็บระนาว รวมถึงอดีตปี 2557-2558 รถทัวร์นักเรียนชนท้ายรถพ่วงตายหมวดหมู่รวมถึง 26 ศพมาแล้ว จนชาวบ้านขนานนามว่าเป็นถนนสายมรณะที่ใครผ่านต้องระวังตัวทุกวินาที



