แม่ร่ำไห้ ร้องลูกวัย17 ถูกครูสาวขับเก๋งชนท้ายเสียชีวิต ตร.-ประกันชี้ประมาทร่วม จ่าย 3 พัน
เมื่อวันที่ 4 กันยายน ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนจาก สอบถาม น.ส.สุฑาทิพย์ อายุ 37 ปี อาชีพรับจ้าง ชาวบ้านศรีตะครอง ต.ปังกู อ.ประโคนชัย จ.บุรีรัมย์ ผู้ร้องเล่าว่า เมื่อวันที่ 18 สิงหาคมที่ผ่านมา นายศิวกร หรือ น้องไท อายุ 17 ปี นักเรียนชัน ม.5 โรงเรียนแห่งหนึ่งใน อ.ประโคนชัย เป็นลูกชายของตนเองขี่รถจักรยานยนต์ยี่ห้อยามาฮ่า สปาร์ค ขับไปคนละคันกับ น.ส.นางสาว ป้าของน้องไทย จะไปตัวอำเภอประโคนชัย ระยะทางประมาณ 8 กม.เมื่อขับไปถึงกลางทาง หรือประมาณ 4 กม.ตอนนั้นเวลาประมาณ 14.00 น.
น.ส.สุฑาทิพย์ กล่าวต่อว่า ได้มีรถเก๋งสีขาว มีครูสาวเป็นคนขับพุ่งชนท้ายรถของลูกชายก่อน เพราะขับตามหลังรถของป้า ลูกชายเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ ส่วนป้าได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย จากนั้นได้มีพนักงานสอบสวน สภ.ประโคนชัย และบริษัทประกันภัยที่รถเก๋งครูทำไว้มาตรวจสอบที่เกิดเหตุ

น.ส.สุฑาทิพย์ กล่าวต่อว่า ผ่านไป 1 วัน ตำรวจแจ้งตนว่ากรณีดังกล่าวเป็นการ ”ประมาทร่วม”(ต่างคนต่างผิด) ต่อมาครูคนขับรถเก๋งเอาเงินมาช่วยงานศพ 3,000 บาท หลังจากจัดงานศพเสร็จ ตนก็ไปทักท้วงกับตำรวจหลังจากมีกล้องวงจรปิดในที่เกิดเหตุ ซึ่งพบว่าลูกชายขับชิดซ้ายตามปกติ แต่รถเก๋งขับมาด้วยความเร็วสูงแล้วพุ่งชนลูกชายจนกระเด็นไปไกลกว่า 50 เมตร จะเป็นการประมาทร่วมได้อย่างไร
หลังจากนั้นพนักงานสอบสวนได้เรียกตนไปพบ ไปเจอคนขับรถเก๋ง มอบเงินให้ตน 10,000 บาท ตอนแรกตนไม่รับแต่พนักงานสอบสวนบอกว่ารับไปเถอะ “ถือว่าเป็นการช่วยงานศพก็แล้วกัน”ตนจึงรับไว้แบบไม่เต็มใจ
น.ส.สุฑาทิพย์ กล่าวทั้งน้ำตาว่า ลูกชายเป็น LGBTQ เคยคุยกับแม่ว่าจะแต่งตัวสวยๆไปขึ้นทะเบียนทหาร อยากรู้ว่าสัสดีจะว่าอย่างไร ส่วนทางคดีตอนนี้ตนได้เงินค่าทำศพลูกชายเพียง 13,000 บาท ตนไม่มีที่พึ่งเพราะทั้งหมดเป็นอำนาจของพนักงานสอบสวนในการวิเคราะห์ว่าเป็นการประมาทร่วม ส่วนตัวคาใจเพราะจุดที่เกิดเหตุไม่มีทางแยกทางร่วม จึงอยากจะให้ผู้รู้มาชี้แนะหาแนวทางให้ตนได้รับความเป็นธรรมด้วย

ขณะที่ นางสาว สุภาพร อายุ 40 ปีป้าของน้องไทย ผู้เสียชีวิตได้ออกมายืนยันว่า ตนกับหลานยังไม่กล้าขับรถคู่กันเพราะเกรงว่าจะไปขวางถนน ขับตามกันไปความเร็วไม่เกิน 60 กม./ชม.เห็นสภาพหลานตอนนั้นรู้สึกเสียใจ ส่วนตนได้รับการเยียวยามา 1,000 บาท
ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ตรวจสอบจุดเกิดเหตุ พบว่าบริเวณนั้นเป็นถนน 4 เลนทางตรงไม่มีทางแยกทางร่วม สอบถามนายปิยะ ปาประโคน อู่ซ่อมรถที่มีกล้องวงจรปิด เล่าว่าช่วงนั้นตนซ่อมรถอยู่หน้าบ้าน เห็นรถเก๋งมาด้วยความเร็วสูงแล้วพุ่งชนรถจักรยานยนต์อย่างจัง เมื่อไปดูกล้องแล้วเชื่อได้ว่ารถเก๋งวิ่งมาด้วยความเร็วไม่น้อยกว่า 120 กม./ ชม.




