พ.ต.ท.ขับรถสวมทะเบียน ชนเยาวชนวัย 16 เสียชีวิต แล้วหนี ที่พิษณุโลก อ้างมอบตัววันจันทร์ ครอบครัวขอความเป็นธรรม ส.ส.ปชน.ยื่นมือช่วย เจอแชตข่มขู่
เมื่อวันที่ 6 กันยายน ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่วัดสุดสวาสดิ์ ต.บ้านคลอง อ.เมือง จ.พิษณุโลก สถานที่ประกอบพิธีทางศาสนาของนายพีรณัฐ หรือน้องข้าวปั้น อายุ 16 ปี เสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถยนต์เฉี่ยวชนรถจักรยานยนต์ บริเวณทางลงสะพานนเรศวร ถนนสิงหวัฒน์ เมื่อวันที่ 2 กันยายนที่ผ่านมา โดยวันนี้ครอบครัวทำพิธีเก็บอัฐิ เพื่อนำไปลอยอังคาร
นายพลกฤษณ์ อายุ 37 ปี พร้อมด้วย น.ส.ศิริพร อายุ 37 ปี พ่อแม่บุญธรรมน้องข้าวปั้น และนางอัมพร อายุ 58 ปี ยาย เปิดเผยว่า น้องข้าวปั้นเป็นเด็กน่ารัก ร่าเริง ขยัน และพยายามหารายได้จากการทำงานพิเศษมาโดยตลอด เคยทำงานที่ร้านนม วันเกิดเหตุได้ไปทำงานที่ร้านข้าวต้ม เพื่อเก็บเงินซื้อของที่ตัวเองอยากได้

น้องข้าวปั้นเติบโตมาในครอบครัวที่พ่อและแม่แยกทางกัน ขณะที่คุณแม่มีโรคประจำตัวหลายโรคจนกลายเป็นผู้ป่วยติดเตียง หลังจากนั้นครอบครัวของน้องสาวคุณแม่จึงรับน้องข้าวปั้นเป็นบุตรบุญธรรม คอยดูแลและส่งเสียให้ได้รับการศึกษา
นอกจากความขยันแล้ว น้องข้าวปั้นยังเป็นเด็กกิจกรรมและมีความสามารถด้านดนตรี เคยเป็นสมาชิกวงโยธวาทิตทั้งของโรงเรียนจ่านกร้องและโรงเรียนพุทธชินราช โดยเล่นเครื่องดนตรี “ทรัมเป็ต” ปัจจุบันกำลังศึกษาอยู่ชั้นปีที่ 1 วิทยาลัยเทคนิคพิษณุโลก
วันเกิดเหตุ หลังจากเลิกงานที่ร้านข้าวต้ม น้องข้าวปั้นแวะพูดคุยกับเพื่อน ก่อนขี่รถจักรยานยนต์เดินทางกลับบ้าน แต่ระหว่างทางกลับเกิดเหตุสลดขึ้น
ครอบครัวเล่าด้วยว่า เช้าวันรุ่งขึ้น (3 ก.ย.) เมื่อพบว่าน้องยังไม่กลับบ้านจึงพยายามติดต่อ แต่ไม่สามารถติดต่อได้ จนกระทั่งได้รับโทรศัพท์จากเจ้าหน้าที่ตำรวจแจ้งว่าน้องประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตแล้ว และรถยนต์คู่กรณีหลบหนีไปจากจุดเกิดเหตุ เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้ครอบครัวรู้สึกทั้งเสียใจและโกรธ โดยเฉพาะการที่ตั้งแต่วันที่เกิดเหตุจนถึงวันฌาปนกิจยังไม่มีผู้ใดมาแสดงตัวรับผิดชอบ
ครอบครัวตั้งคำถามว่า หากผู้เสียชีวิตที่นอนอยู่บนถนนเป็นลูกของคุณจะรู้สึกอย่างไร พร้อมยอมรับว่าก่อนหน้านี้รู้สึกหวั่นเกรงว่าคดีอาจไม่สามารถติดตามตัวผู้ก่อเหตุมารับผิดได้

ด้านตำรวจภูธรจังหวัดพิษณุโลกระบุว่า ทราบตัวผู้ขับขี่รถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ ที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ดังกล่าวแล้ว เบื้องต้น เป็นข้าราชการตำรวจ ยศพันตำรวจโท อายุ 53 ปี ขณะนี้ยังพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล โดยแจ้งว่าจะเข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในวันจันทร์
เมื่อทราบความคืบหน้าดังกล่าว ครอบครัวน้องข้าวปั้นยอมรับว่ารู้สึกโล่งใจที่เจ้าหน้าที่ตำรวจให้ความสำคัญกับคดีและสามารถติดตามตัวผู้เกี่ยวข้องได้ แต่ยังมีความกังวลใจเกี่ยวกับกระบวนการหลังจากนี้ เนื่องจากเหตุการณ์ผ่านมานานถึง 5 วันแล้ว
พร้อมกันนี้ ยังออกข่าวประชาสัมพันธ์เพิ่มเติมว่า อุบัติเหตุดังกล่าวมีผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ 1 ราย เพศชาย และบาดเจ็บ 2 รายเช เจ้าหน้าที่ยังตรวจสอบพบว่า กันชนสรเทาและป้ายทะเบียนรถยนต์ตกอยู่ในที่เกิดเหตุ เมื่อนำไปตรวจสอบพบเป็นรถยนต์ยี่ห้อฮอนด้าน แจส สีดำ แต่รถยนต์ที่หลบหนีเป็นรถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ ประมาณปี 2549 จึงเป็นการสวมทะเบียน
ครอบครัวยังตั้งคำถามว่า ผู้ขับขี่จะถูกดำเนินการตามขั้นตอนอย่างไร มีการตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์หรือไม่ และจะมีการตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับรถยนต์และทะเบียนอย่างละเอียดหรือไม่ เนื่องจากโลกออกไลน์ตั้งข้อสังเกตอาจเป็นทะเบียนปลอม โดยยืนยันว่าอยากให้ทุกอย่างเป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม
ครอบครัวกล่าวด้วยว่า ตลอดระยะเวลา 5 วันที่ผ่านมา ไม่เคยเห็นผู้ขับขี่ออกมาแสดงตัว ไม่เคยเห็นการติดต่อหรือการแสดงความรับผิดชอบจากครอบครัวของผู้ก่อเหตุ จึงรู้สึกเสียใจเป็นอย่างมาก พร้อมตั้งข้อสังเกตว่าหากเรื่องนี้ไม่ได้รับความสนใจและถูกพูดถึงในโลกโซเชียล คดีอาจไม่ได้รับความสนใจมากเท่านี้
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมวาน ในพิธีฌาปนกิจวันที่ 5 ก.ย.ที่ผ่านมา นายณฐชนน ชนะบูรณาศักดิ์ หรือโฟล์ค ส.ส.พิษณุโลก พรรคประชาชน ได้เดินทางเข้าพบครอบครัวน้องข้าวปั้น และร่วมพิธีฌาปนกิจ พร้อมรับปากว่าจะช่วยติดตามเรื่องดังกล่าว เพื่อให้ครอบครัวได้รับความเป็นธรรม และพยายามติดตามผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมาย

ขณะที่เช้าวันนี้ นายณฐชนนก็เดินทางมาร่วมพิธีเก็บอัฐิของน้องข้าวปั้นที่วัดสุดสวาสดิ์ พร้อมเปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า หลังจากเข้ามาช่วยเหลือครอบครัวแล้ว ต้องการให้ครอบครัวได้รับความเป็นธรรมมากที่สุด และต้องการให้สามารถนำตัวผู้กระทำผิดมารับโทษตามกระบวนการยุติธรรม
นายณฐชนนกล่าวว่า ตั้งแต่เมื่อวานจนถึงวันนี้มีกระแสเกี่ยวกับคดีเกิดขึ้นจำนวนมาก โดยเฉพาะเมื่อคืนที่ผ่านมามีบุคคลส่งคลิปเสียงในลักษณะข่มขู่มาให้ ซึ่งยังไม่ทราบแน่ชัดว่าเกี่ยวข้องกับคดีนี้หรือไม่ โดยเป็นลักษณะคลิปเสียงส่งมาในช่องแชตเฟซบุ๊กเมื่อคืนนี้ใจความประมาณว่า “(คำหยาบ) ไอ้โฟล์ค ณฐชนน ชนะบูรณาศักดิ์ ไอ้อ่อนไอ้ (คำหยาบ) อย่าเปรี้ยวให้มากมึง ทะลึ่งจะเอา (คำหยาบ) อะไรมึง ได้เดี๋ยวมึงก็รู้จักกูเอง (คำหยาบ) ตุ๊ดมึงอ่ะ ลูกตุ๊ด เจอกูได้มึงอ่ะ..” จึงเตรียมเดินทางไปลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน
นายณฐชนนกล่าวอีกว่า ได้แจ้งกับครอบครัวน้องข้าวปั้นว่าหากต้องการความช่วยเหลือในด้านใด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องทนายความ หรือการช่วยเหลือด้านอื่นๆ ก็พร้อมให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ อยากช่วยคืนความยุติธรรมให้น้องผู้เสียชีวิตและครอบครัว
ทั้งนี้ คดีดังกล่าวยังอยู่ระหว่างการดำเนินการของเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยประเด็นสำคัญหลังจากนี้คือการติดตามตัวผู้ขับขี่มาดำเนินคดี การตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับรถยนต์และทะเบียน รวมถึงพยานหลักฐานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ความจริงปรากฏและให้ทุกฝ่ายได้รับความเป็นธรรมตามกระบวนการยุติธรรมต่อไป
อย่างไรก็ดี เมื่อตรวจสอบไปที่เฟซบุ๊กของนายณฐชนนพบว่าการโพสต์ข้อความในลักษณะถูกข่มขู่ ดังนี้





