หน้าแรก ภูมิภาค รวบ ชายจีน หน...

รวบ ชายจีน หนีคดีรื้อบ้าน-ยึดบริษัท-ทำร้ายคนปางตาย หนีซุกภูเก็ต โอเวอร์สเตย์ 2,823 วัน

14.09.26 | 20:48 น.

ตำรวจไซเบอร์ ภูเก็ตรวบ จาง โหย่ง บุคคลตามหมายศาลจีน โอเวอร์สเตย์ 2,823 วัน เปิดแฟ้มคดีในจีน เคยปรากฏเป็นข่าวดังปี 60 ปมรื้อบ้าน-ยึดบริษัท-ป่วนโรงแรม-ทำร้ายคนสาหัส


เมื่อวันที่ 14 กันยายน เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.3 บก.สอท.5 ร่วมกับ กก.สส.ภ.จว.ภูเก็ต ติดตามจับกุม นายจาง โหย่ง อายุ 52 ปี สัญชาติจีน ผู้ต้องหาตามข้อมูลที่ได้รับการประสานจากทางการจีน โดยสามารถจับกุมได้เมื่อวันที่ 13 ก.ย.69 วลาประมาณ 19.30 น. บริเวณริมถนนหน้าบ้าน ต.ตลาดเหนือ อ.เมืองภูเก็ต จ.ภูเก็ต

หลังเจ้าหน้าที่ฯได้รับข้อมูลจากแหล่งข่าวว่าบุคคลดังกล่าวพักอาศัยอยู่ในพื้นที่ จึงเฝ้าติดตามตรวจสอบจนพบชายที่มีตำหนิรูปพรรณตรงตามข้อมูล เจ้าหน้าที่ฯจึงแสดงตัวและแสดงบัตรประจำตัวขอตรวจสอบ ก่อนนำหนังสือเดินทางมาให้ตรวจสอบและสอบถามยืนยันตัวบุคคล ซึ่ง นายจาง โหย่ง ยืนยันว่าเป็นบุคคลตามหนังสือเดินทางจริง จากนั้นเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวไปจัดทำบันทึกการจับกุมที่ สภ.เมืองภูเก็ต เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมาย

เบื้องต้นแจ้งข้อกล่าวหา “เป็นคนต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรสิ้นสุด” โดยพบว่าอยู่เกินกำหนดถึง 2,823 วัน และเจ้าตัวรับสารภาพในข้อกล่าวหาดังกล่าว หลังเจ้าหน้าที่แจ้งสิทธิและข้อกล่าวหาผ่านล่ามภาษาจีนแล้ว

Advertisement

การจับกุมครั้งนี้อยู่ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.สุรพล เปรมบุตร ผบช.สอท. พร้อมด้วย พล.ต.ต.วิวัฒน์ คำชำนาญ รอง ผบช.สอท., พล.ต.ต.ทินกร รังมาตย์ รอง ผบช.สอท., พล.ต.ต.นิเวศน์ อาภาวศิน รอง ผบช.สอท., พล.ต.ต.อรุษ แสงจันทร์ รอง ผบช.สอท. และ พล.ต.ต.ชัชปัณกาณฑ์ คล้ายคลึง รอง ผบช.สอท. โดยมี พล.ต.ต.ศิลา กาญจน์รักษ์ ผบก.สอท.5 พร้อมด้วย พ.ต.อ.เอกวีร์ พงศ์สร้อยเพชร, พ.ต.อ.บัญชา ศรีสุข, พ.ต.อ.ณัฐวุฒิ ชมเชย, พ.ต.อ.พรรณศักดิ์ วรวิบูลย์สวัสดิ์, พ.ต.อ.ฐาปกรณ์ หนุมาศ และ พ.ต.อ.กฤษดา มานะวงศ์สกุล รอง ผบก.สอท.5 รวมถึง พ.ต.อ.สุทธิชัย เทียนโพธิ์ ผกก.3 บก.สอท.5 และ พ.ต.ท.พัฒน์ชพล มีนวลสิน รอง ผกก.3 บก.สอท.5 สั่งการให้ชุดสืบสวนติดตามบุคคลดังกล่าว

ด้านฝ่ายสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต อยู่ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.สินเลิศ สุขุม ผบก.ภ.จว.ภูเก็ต, พ.ต.อ.อกนิษฐ ด่านพิทักษ์ศาสน์ รอง ผบก.ภ.จว.ภูเก็ต, พ.ต.อ.เอกลักษณ์ บุญแสงเจริญ ผกก.สส.ภ.จว.ภูเก็ต และ พ.ต.ท.สุวิศิษฏ์ คีรีรักษ์ รอง ผกก.สส.ภ.จว.ภูเก็ต โดยมี พ.ต.ต.โสภณัฐ นายาว สว.กก.สืบสวน ภ.จว.ภูเก็ต ร่วมปฏิบัติการ

จากข้อมูลการจับกุมระบุว่า การติดตามตัว นายจาง โหย่ง เกิดขึ้นหลัง สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย ประสานขอความร่วมมือมายังหน่วยงานไทย เนื่องจากนายจาง โหย่ง เป็นบุคคลที่มีข้อมูลเกี่ยวข้องกับหมายศาลในประเทศจีน เจ้าหน้าที่จึงสืบสวนติดตามจนพบว่ามาพักอาศัยอยู่ในจังหวัดภูเก็ต ก่อนเข้าควบคุมตัวได้ในที่สุด

ขณะเดียวกัน เมื่อตรวจสอบข้อมูลย้อนหลังพบว่า ชื่อของนายจาง โหย่ง เคยปรากฏอยู่ในข่าวและเอกสารเกี่ยวกับ คดีในประเทศจีนเมื่อปี 2560 โดยเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์หลายกรณีในพื้นที่เมืองหลางฝาง มณฑลเหอเป่ย์

โดยเอกสารของทางการจีนระบุถึงพฤติการณ์ที่นายจาง โหย่ง ถูกกล่าวหาว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการสั่งการหรือร่วมกับบุคคลหลายรายก่อเหตุรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง มีการรวมกลุ่มบุคคลจำนวนมาก ใช้กำลังบังคับชาวบ้านบางส่วนออกจากพื้นที่ ก่อนมีการใช้เครื่องจักรเข้ารื้อถอนบ้านเรือน

นอกจากนี้ยังมีข้อมูลกล่าวถึงกรณีที่นายจาง โหย่ง และบุคคลอื่นเข้าไปเกี่ยวข้องกับข้อพิพาททางธุรกิจ ก่อนมีการเข้าไปครอบครองพื้นที่สำนักงานของบริษัทและขัดขวางการทำงาน รวมถึงเหตุการณ์ที่กลุ่มบุคคลเดินทางไปยังโรงแรมแห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นสถานที่ที่คณะตรวจสอบของพรรคประจำมณฑลเข้าพักและทำงาน โดยมีการกล่าวหาว่าก่อความวุ่นวายและส่งเสียงดังจนกระทบต่อการปฏิบัติหน้าที่ของคณะตรวจสอบ

อีกเหตุการณ์สำคัญในเอกสารจีนยังระบุถึงกรณีที่มีบุคคลถูกทำร้ายด้วยเหล็กบริเวณใกล้ศาลประชาชนเขตกวางหยาง เมืองหลางฝาง โดยผู้เสียหายได้รับบาดเจ็บรุนแรงถึงขั้นต้องผ่าตัดนำม้ามออก และผลตรวจทางนิติวิทยาศาสตร์ระบุระดับบาดเจ็บสาหัส ขณะที่เอกสารระบุข้อสงสัยว่านายจาง โหย่ง มีส่วนเกี่ยวข้องกับการสั่งการหรือยุยงให้เกิดเหตุ

ข้อมูลดังกล่าวทำให้ชื่อของนายจาง โหย่ง ปรากฏอยู่ในเอกสารเกี่ยวกับข้อกล่าวหาหลายเหตุการณ์ ทั้งความผิดเกี่ยวกับการทำให้ทรัพย์สินเสียหาย การก่อความวุ่นวายและยั่วยุให้เกิดความเดือดร้อนรำคาญ การทำร้ายร่างกาย และข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการรวมกลุ่มหรือกิจกรรมที่ส่งผลกระทบต่อสังคมในประเทศจีน

ทั้งนี้ ข้อมูลเกี่ยวกับคดีที่เกิดขึ้นในประเทศจีนเป็นรายละเอียดจากเอกสารและข้อมูลที่ได้รับการประสานมา ยังไม่ควรถือเป็นคำพิพากษาถึงที่สุดของศาลไทย โดยขั้นตอนหลังจากนี้เจ้าหน้าที่ฯจะดำเนินการตามกฎหมายไทยในส่วนความผิดเกี่ยวกับการอยู่ในราชอาณาจักรเกินกำหนด รวมถึงดำเนินการตามขั้นตอนที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลการมีหมายศาลหรือคดีในประเทศจีนต่อไป

ภาพ ตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต