ดร.ปราบ เปิดคำตอบก่อนคนนนท์เลือกนายก อบจ.นนทบุรี 20 ก.ย.
“ดร.ปราบ” ธามม์ พักตร์บวร หมายเลข 6 ผู้สมัครอิสระนายก อบจ.นนทบุรี จาก “มือปราบขยะ” ผ่านงานกฎหมาย–รัฐสภา–บริหารท้องถิ่น เปิดประสบการณ์และวิธีบริหาร ตอบคำถาม “ไม่มีบ้านใหญ่ ไม่มีพรรค แล้วจะบริหารอย่างไร?” ชูแนวคิดเปิดพื้นที่คนนนท์ “ร่วมคิด–ร่วมทำ–ร่วมตรวจสอบ”
โค้งสุดท้ายก่อนการเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนนทบุรี วันที่ 20 กันยายน “ดร.ปราบ” ธามม์ พักตร์บวร หมายเลข 6 ผู้สมัครอิสระนายก อบจ.นนทบุรี เปิดคำตอบต่อคำถามตรง ๆ ว่า ทำไมต้องเบอร์ 6?
หลังทยอยเปิดข้อเสนอภายใต้ MATRIX นนทบุรี ทั้งน้ำท่วม ขยะ การเดินทาง เศรษฐกิจ คุณภาพชีวิต การศึกษา และระบบตรวจสอบ ดร.ปราบระบุว่า คำตอบครั้งนี้ไม่ได้เริ่มจากการเปิดนโยบายใหม่เพิ่ม แต่ย้อนกลับไปที่ 3 เรื่องที่เสนอให้คนนนท์ใช้ประกอบการตัดสินใจ
เคยทำอะไร? มีวิธีคิดต่างอย่างไร? และหากได้รับเลือก จะบริหารจังหวัดอย่างไร?
ก่อนถามว่าจะทำอะไร ย้อนดูว่าเคยทำอะไร
ดร.ปราบมีประสบการณ์ตั้งแต่การบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมและขยะ งานกฎหมาย งานรัฐสภา จนถึงการบริหารท้องถิ่น โดยเคยดำรงตำแหน่งรองนายกเทศมนตรีเมืองบางคูรัด จ.นนทบุรี รวมถึงมีประสบการณ์ลงพื้นที่ติดตามปัญหาชุมชน ทั้งเรื่องถนน น้ำเสีย ขยะ และการทำงานของท้องถิ่น
อีกแนวคิดหนึ่งที่เคยผลักดัน คือการเปิดให้ประชาชนสามารถเข้าไปถ่ายทอดสด (Live) การประชุมสภาเทศบาลนครนนทบุรีได้ด้วยตัวเอง เพื่อให้คนในพื้นที่สามารถติดตามการอภิปราย การตัดสินใจ และการทำหน้าที่ของผู้แทนได้โดยตรง
สำหรับ ดร.ปราบ สาระสำคัญจึงไม่ใช่เพียงเรื่องการ Live แต่คือแนวคิดว่า เรื่องของท้องถิ่นควรเปิดให้เจ้าของพื้นที่เข้าถึง ติดตาม และตรวจสอบได้
วิธีทำงานที่หมายเลข 6 นำเสนอจึงเป็น
“เห็นปัญหา ลงพื้นที่ หาข้อมูล หาผู้รับผิดชอบ ผลักเข้าสู่ระบบ ติดตามผล”
โดยมองว่าการรับรู้ปัญหาเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ แต่ต้องทำให้รู้ว่าปัญหานั้นอยู่ในความรับผิดชอบของใคร เข้าสู่กระบวนการแก้ไขอย่างไร และสามารถติดตามผลจนประชาชนเห็นความคืบหน้าได้
“อิสระ” ไม่ได้แปลว่าทำงานคนเดียว
หนึ่งในคำถามสำคัญที่ตามมาจากการลงสมัครในนามอิสระของ ดร.ปราบ หมายเลข 6 คือ หากไม่มีพรรคหรือกลุ่มการเมืองหนุนหลัง แล้วจะบริหาร อบจ.อย่างไร
สำหรับ ดร.ปราบ ความเป็นอิสระไม่ได้หมายถึงการอยู่ลำพัง แต่หมายถึงการไม่ปิดประตูใส่คนเก่งหรือความคิดที่เป็นประโยชน์ เพียงเพราะอยู่คนละฝ่าย
คนรู้เรื่องน้ำควรเข้ามาช่วยเรื่องน้ำ คนทำสิ่งแวดล้อมควรช่วยเรื่องขยะ ชุมชนควรบอกได้ว่าปัญหาอยู่ตรงไหน ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญ ผู้ประกอบการ หรือคนที่มีความคิดเห็นแตกต่างกัน หากข้อเสนอเป็นประโยชน์ต่อนนทบุรี ก็ควรมีพื้นที่เข้ามาทำงานร่วมกัน
“ผมไม่คิดว่านายกคนเดียวจะรู้ทุกเรื่อง คนเก่งในนนทบุรีมีอีกมาก หน้าที่ของผู้บริหารคือเปิดพื้นที่ให้คนเหล่านั้นเข้ามาช่วยกันคิด ช่วยกันทำ และช่วยกันตรวจสอบ”
จึงกลายเป็นหลักคิด
“ร่วมคิด ร่วมทำ ร่วมตรวจสอบ”
ส่วนคำว่า “ไม่เลือกข้าง” ในความหมายของ ดร.ปราบ คือการพร้อมทำงานกับคนต่างฝ่าย โดยเอาปัญหาและประโยชน์ของคนนนท์เป็นตัวตั้ง
ไม่มีบ้านใหญ่ ไม่มีพรรค แล้วจะบริหารอย่างไร?
ดร.ปราบระบุว่า นายก อบจ.ไม่ได้บริหารจังหวัดเพียงคนเดียว การดำเนินงานในเรื่องที่กฎหมายกำหนดต้องผ่านกระบวนการของสภา ขณะที่หลายปัญหาจำเป็นต้องประสานเทศบาล อบต. และหน่วยงานอื่นตามอำนาจหน้าที่
แนวทางที่ หมายเลข 6 เสนอจึงเป็นการทำงานกับ ส.อบจ.และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกฝ่าย โดยใช้ ปัญหา ข้อมูล และประโยชน์ของพื้นที่ เป็นตัวตั้ง
ทุกโครงการต้องตอบให้ได้ว่า
แก้ปัญหาอะไร ใครรับผิดชอบ ใช้งบเท่าไร ทำถึงไหน คนนนท์ได้อะไร
ส.อบจ.ยังคงมีหน้าที่พิจารณาและตรวจสอบตามกฎหมาย ขณะที่ฝ่ายบริหารมีหน้าที่ทำให้ข้อเสนอมีข้อมูล มีเหตุผล และสามารถอธิบายต่อสาธารณะได้
ความเป็นอิสระในมุมของ ดร.ปราบ จึงไม่ใช่ “ทำงานคนเดียว” แต่คือ “ทำงานกับทุกฝ่ายได้ โดยไม่เริ่มจากคำถามว่าใครอยู่ฝ่ายไหน”
กล่าวอีกนัยหนึ่ง หากเรื่องใดเป็นประโยชน์ต่อนนทบุรี สิ่งที่ควรถามก่อนคือ “ทำได้หรือไม่ และประชาชนได้อะไร” มากกว่าถามว่าแนวคิดนั้นมาจากฝ่ายใด
คะแนนเสียงต้องมีความหมายตลอด 4 ปี
อีกหนึ่งคำตอบของ ดร.ปราบ หมายเลข 6 ต่อคำถาม “ทำไมต้องเบอร์ 6?” คือมุมมองที่ว่า ความหมายของการเลือกตั้งไม่ควรสิ้นสุดในวันที่นับคะแนน เพราะหลังจากได้รับความไว้วางใจแล้ว ผู้ได้รับเลือกยังต้องรับผิดชอบต่อการบริหารจังหวัดตลอดวาระ
คำถามจึงไม่ควรมีเพียงว่า ใครได้รับเลือก แต่ต้องถามต่อว่า
ปัญหาได้รับการแก้หรือไม่?
งบประมาณถูกใช้คุ้มค่าหรือไม่?
งานเดินไปถึงไหน?
ประชาชนติดตามตรวจสอบได้หรือไม่?
และสุดท้ายคนนนท์ได้รับอะไร?
“สำหรับผม คะแนนเสียงไม่ได้มีความหมายแค่วันเลือกตั้ง แต่ต้องมีความหมายตลอด 4 ปี ผ่านงานและผลลัพธ์ที่คนนนท์ตรวจสอบได้”
ไม่ว่าผู้ได้รับเลือกจะมาจากพรรค กลุ่มการเมือง หรือเป็นผู้สมัครอิสระ สิ่งที่ต้องพิสูจน์หลังวันเลือกตั้งเหมือนกัน คือสามารถเปลี่ยนความไว้วางใจของประชาชนให้กลายเป็น งานและผลลัพธ์ ได้หรือไม่
จากประสบการณ์ สู่ MATRIX นนทบุรี
ดร.ปราบนำประสบการณ์และแนวคิดดังกล่าวมาประกอบเป็นกรอบ MATRIX นนทบุรี โดยมองว่าการบริหารไม่ควรเป็นโครงการที่แยกออกจากกัน แต่ต้องสามารถเชื่อมโยงตั้งแต่
คน ปัญหา ผู้รับผิดชอบ งบประมาณ งาน ผลลัพธ์
หลักคิดคือ
“เรื่องต้องไม่หาย เงินต้องคุ้มค่า งานต้องเห็นผล”
เพราะคำถามของการบริหารไม่ควรจบเพียงว่า
“อบจ.ทำอะไร?”
แต่ต้องตอบต่อให้ได้ว่า
“คนนนท์ได้อะไร?”
แนวคิดดังกล่าวถูกนำไปใช้กับข้อเสนอ MATRIX ที่ทยอยเปิดออกมาก่อนหน้านี้ ตั้งแต่การบริหารจัดการน้ำและน้ำท่วม การจัดการขยะและสิ่งแวดล้อม การเดินทาง เศรษฐกิจ การศึกษา คุณภาพชีวิต ไปจนถึงระบบติดตามและตรวจสอบการบริหาร
เป้าหมายคือทำให้แต่ละเรื่องไม่ได้จบอยู่ที่การประกาศโครงการ แต่สามารถย้อนกลับมาตรวจสอบได้ว่า ปัญหาคืออะไร ใช้งบประมาณเท่าไร ใครรับผิดชอบ งานคืบหน้าถึงไหน และประชาชนได้รับผลลัพธ์อะไร
แล้ว “ทำไมต้องเบอร์ 6?”
คำตอบที่ ดร.ปราบ ธามม์ พักตร์บวร หมายเลข 6 นำเสนอ จึงไม่ได้อยู่ที่นโยบายใดนโยบายหนึ่ง แต่อยู่ที่การนำหลายส่วนมาประกอบกัน ทั้งประสบการณ์ด้านสิ่งแวดล้อมและขยะ งานกฎหมาย งานรัฐสภา และการบริหารท้องถิ่น รวมถึงสถานะผู้สมัครอิสระที่เสนอทำงานร่วมกับทุกฝ่าย
ขณะเดียวกัน คือการเปิดพื้นที่ให้ประชาชน ผู้เชี่ยวชาญ ชุมชน และคนที่มีความคิดเห็นแตกต่างกันสามารถเข้ามา ร่วมคิด ร่วมทำ และร่วมตรวจสอบ พร้อมกับใช้ระบบบริหารที่เชื่อมปัญหา ผู้รับผิดชอบ งบประมาณ งาน และผลลัพธ์เข้าด้วยกัน
สำหรับ ดร.ปราบ การไม่มีบ้านใหญ่หรือพรรคการเมืองอยู่เบื้องหลังจึงไม่ใช่คำตอบว่าจะบริหารไม่ได้ แต่เป็นโจทย์ที่ต้องพิสูจน์ว่า ผู้บริหารสามารถสร้างความร่วมมือจากทุกฝ่าย โดยเอาประโยชน์ของคนนนท์เป็นจุดร่วมได้หรือไม่
และท้ายที่สุด ไม่ว่าจะเป็นผู้สมัครหมายเลขใด สิ่งที่ประชาชนต้องได้รับหลังการเลือกตั้งไม่ควรมีเพียงคำสัญญา แต่ต้องเป็นงานที่ติดตามได้ งบประมาณที่ตรวจสอบได้ และผลลัพธ์ที่ตอบได้ว่า “คนนนท์ได้อะไร”
สำหรับ ดร.ปราบ หมายเลข 6 จุดยืนจึงกลับมาที่สองประโยคเดิม
“ไม่เลือกข้าง เลือกคนทำงาน”
“พอแล้วกับความขัดแย้ง ถึงเวลาคนทำงาน”
ส่วนคำตอบสุดท้ายว่าใครควรได้รับความไว้วางใจให้ทำหน้าที่บริหาร อบจ.นนทบุรี วันที่ 20 กันยายน เป็นการตัดสินใจของคนนนท์ด้วยตัวเอง



