ส่งอัยการ! ตร.สั่งฟ้อง 2 ภาคปชช. ปมร้องสอบเรือ อบจ.สงขลา รอลุ้นคำสั่งฟ้อง 30 ก.ย. นี้ – อดีตรองผู้ว่าฯ หิ้วข้าวผัด-โอเลี้ยง ให้กำลังใจ หวั่นถูกฟ้องปิดปาก
เมื่อวันที่ 18 กันยายน ที่สำนักงานอัยการจังหวัดสงขลา นายเกรียงไกร คมขำ และนายเฉลิมชัย ครุอำโพธิ์ เครือข่ายภาคประชาชนที่ถูก อบจ.สงขลา แจ้งความดำเนินคดีข้อหาบุกรุกสถานที่ราชการ กรณีเข้าไปตรวจสอบโครงการการจัดซื้อเรือเพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ศูนย์เครื่องจักรกล อบจ.สงขลา ซึ่งตั้งอยู่ในตำบลเขารูปช้าง เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา
โดยพนักงานสอบสวนมีความเห็นสั่งฟ้องคดี จึงได้นำตัวพร้อมสำนวนส่งพนักงานอัยการเพื่อพิจารณาต่อไปโดยพนักงานอัยการนัดหมายที่จะฟังคำสั่งว่าฟ้องคดีหรือไม่ในวันที่ 30 กันยายนนี้
- อบจ.สงขลา แจ้งความภาคประชาชน บุกรุกสถานที่ราชการ จี้แจงปมจัดซื้อเรือช่วยเหลือประชาชน
- โวย นายกอบจ.สงขลา ฟ้องปิดปาก ตรวจงบซื้อเรือ เอาผิดบุกรุกที่ราชการ เผยพ่อรองนายกโดนด้วย
นายเกรียงไกร คมขำ เครือข่ายภาคประชาชน หนึ่งในผู้ต้องหา กล่าวว่า เดินทางมาตามนัดของพนักงานสอบสวน ซึ่งภาคประชาชนเองก็ไม่ได้อยากจะให้มีการถูกมองว่า การดำเนินคดีกับภาคประชาชนนั้นถือเป็นคดีพิเศษที่จะต้องเร่งรัดดำเนินการ ยืนยันว่ามีพยานหลักฐานเพียงพอที่จะทำให้ประชาชนและกระบวนการยุติธรรมเชื่อได้ว่าเรามีความบริสุทธิ์ใจที่จะเข้าไปตรวจสอบและเข้าไปโดยบริสุทธิ์ใจตามกฎหมาย
นายเกรียงไกร อ้างว่า มีผู้ยิ่งใหญ่หลายคนโทรหาหน่วยงานของรัฐเพื่อให้เร่งรัดรับคำร้องให้เสร็จเรียบร้อย ผลจะเป็นอย่างไรเชื่อว่าในทุกหน่วยย่อมมีคนดีและคนไม่ดี และเชื่อว่าหน่วยงานใดที่มีผู้มีดุลยพินิจจะแยกได้ว่าอะไรดีไม่ดีอย่างไร สิ่งที่ทำในวันนี้เป็นหน้าที่ที่ควรทำมาตั้งนานแล้ว โดยไม่ได้สนใจว่าจะเป็นบุคคลใด และจะต้องมีการสร้างมาตรฐานการมีส่วนร่วมเสียใหม่โดยไม่กังวล แม้จะมีผู้ยิ่งใหญ่ที่อยากจะแทรกแซงกระบวนการยุติธรรม
เราในฐานะผู้ที่บริสุทธิ์เพราะเชื่อว่าไม่ใช่ความผิดแต่เป็นการแจ้งความแก้เกี้ยวและบอกว่าเป็นการฟ้องปิดปากตามกฎหมาย เรายังสามารถขอความเป็นธรรมจากอัยการ ร้องขอความคุ้มครองจากป.ป.ช. เพราะยืนยันว่าทำทุกอย่างด้วยความนอบน้อมต่อกฎหมายและไม่อยากให้ความกลัวเป็นอุปสรรคต่อการออกมาทำหน้าที่พลเมือง เชื่อว่าทนายนักกฎหมายจะทำหน้าที่ได้ ยืนยันว่าเข้าไปในสถานที่ราชการเวลาราชการเป็นไปอย่างสุจริตและถูกต้องตามกฎหมาย
ในขณะที่ นายสมโภช โชติชูช่วง อดีตรองผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ ที่เดินทางมาให้กำลังใจนายเกรียงไกรและนายเฉลิมชัย พร้อมด้วยข้าวผัด 2 กล่องและโอเลี้ยงอีก 2 ถุง ซึ่งเป็นการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ในการมาเยี่ยมผู้ต้องหา โดยยืนยันถึงความเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรมที่ผู้มีอำนาจตามกระบวนการ แล้วพนักงานสอบสวน หัวหน้าพนักงานสอบสวนเมื่อมีดุลยพินิจก็จะส่งมาทางสำนักงานอัยการ เพื่อพิจารณาสั่งฟ้องคดีหรือไม่ แต่ในบางกรณีก็จะมีบางคนมักจะเอาข้อกฎหมายบางอย่างมาเป็นข้อได้เปรียบมาปกปิดความผิดปกปิดสิ่งที่ตัวเองทำไม่ถูกต้องจึงได้เรียกว่ามี “การฟ้องปิดปาก” คนที่ต่อสู้ด้วยความเป็นธรรม ต่อสู้ด้วยการถูกกฎหมายทุกอย่างก็จะต้องร้องขอมายังอัยการซึ่งเป็นผู้กลั่นกรองสำนวน ควรพิจารณาให้ความเป็นธรรมกับผู้ที่ถูกต้องตามกฎหมายและทำเพื่อประโยชน์ของบ้านของเมืองด้วย
ส่วนการมีผู้ยิ่งใหญ่เร่งรัดคดีนั้นเห็นว่า ทาง ผู้กำกับการสภ.เมืองสงขลา ควรที่จะเร่งรัดคดีอื่นๆ เช่นเดียวกับที่เร่งรัดคดีของภาคประชาชนไม่ว่าจะเป็นการลักลอบตัดต้นสนในป่าสนอนุรักษ์ รวมถึงดำเนินการจับกุมกวาดล้างบ่อนการพนันในพื้นที่ให้ได้อย่างรวดเร็วเช่นเดียวกับการดำเนินคดีกับภาคประชาชน

