รมช.เกษตรฯ ลงพื้นที่ตรวจราชการภูเก็ต ย้ำความพร้อมรับมือภัยแล้ง-ท่องเที่ยวไฮซีซั่น มั่นใจบริหารจัดการน้ำเพียงพอ
เมื่อวันที่ 23 ตุลาคม นายวัชระพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ตรวจราชการในจังหวัดภูเก็ต เพื่อมอบนโยบายและแนวทางในการพัฒนาขับเคลื่อนเศรษฐกิจการท่องเที่ยวเชิงเกษตร ณ ห้องประชุมโครงการชลประทานภูเก็ต อำเภอกะทู้ โดยมี นายธนิษฐ์ หยูทอง ผู้อำนวยการโครงการชลประทานภูเก็ต สำนักงานชลประทานที่ 15 รายงานสถานการณ์น้ำในพื้นที่
นายธนิษฐ์ หยูทอง ผู้อำนวยการโครงการชลประทานภูเก็ต กล่าวว่า สถานการณ์น้ำในจังหวัดภูเก็ต ปัจจุบันมีแหล่งเก็บกักน้ำรวมทั้งสิ้นประมาณ 49 ล้านลูกบาศก์เมตร ประกอบด้วย อ่างเก็บน้ำหลัก 3 แห่ง (อ่างเก็บน้ำบางเหนียวดำ, อ่างเก็บน้ำบางวาด และอ่างเก็บน้ำคลองกระทะ) มีความจุเก็บกักรวม 22.13 ล้านลูกบาศก์เมตร โครงการชลประทานขนาดเล็ก 101 แห่ง ความจุรวม 5.94 ล้านลูกบาศก์เมตร ,ขุมเหมือง 109 แห่ง ความจุรวม 21.02 ล้านลูกบาศก์เมตร สำหรับน้ำในอ่างเก็บน้ำหลักจะถูกใช้สำหรับการอุปโภคบริโภคและการผลิตน้ำประปา

นายธนิษฐ์ กล่าวว่า ทั้งนี้ กรมชลประทานได้ทำบันทึกข้อตกลง (MOU) ร่วมกับการประปาส่วนภูมิภาคและเทศบาล เพื่อบริหารจัดการน้ำร่วมกันให้เพียงพอในช่วงฤดูแล้ง แม้ว่าปริมาณฝนสะสมในปีนี้จะน้อยกว่าปีที่ผ่านมา ส่งผลให้น้ำในอ่างยังไม่เต็มระบบ โดยมีเพียงอ่างเก็บน้ำบางวาดแห่งเดียวที่มีการสูบน้ำเติมเข้าไปเพื่อเก็บสำรองน้ำให้ได้มากที่สุด
“ในส่วนของการเฝ้าระวังอุทกภัย กรมชลประทานได้เตรียมความพร้อมสนับสนุนเครื่องจักร เครื่องสูบน้ำ และเครื่องผลักดันน้ำร่วมกับกรมโยธาธิการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด”นายธนิษฐ์ กล่าว
ด้าน นายรอมดอน หะยีอาแว รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า “ทางจังหวัดได้จัดตั้ง War Room เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด โดยในช่วงวันที่ 26–28 ตุลาคมนี้ คาดว่าจะมีปริมาณฝนเพิ่มขึ้น ซึ่งได้ระบุจุดเสี่ยงน้ำท่วมขังและดินสไลด์ประมาณ 6 จุดที่ผ่านมาหากเกิดฝนตกหนัก น้ำท่วมขังรอระบายจะใช้เวลาเพียง 2–3 ชั่วโมง โดยเคยเกิดในพื้นที่ป่าตองและเขตอำเภอเมืองรวม 2–3 จุด ปัจจุบันอ่างเก็บน้ำทั้ง 3 แห่งยังสามารถรองรับน้ำเพิ่มได้อีก นอกจากนี้ จังหวัดยังมีแผนนำโครงการที่กรมชลประทานศึกษาไว้มาต่อยอด เพื่อกักเก็บน้ำที่ไหลผ่านให้ได้มากที่สุด ซึ่งคาดว่าจะศึกษาแล้วเสร็จภายในเดือนกรกฎาคม 2567”
ด้าน นายวัชระพล กล่าวว่า ปัญหาอุทกภัยในจังหวัดภูเก็ตในขณะนี้ยังไม่น่ากังวลเท่ากับ ความต้องการใช้น้ำที่เพิ่มสูงขึ้นในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว (High Season) อย่างไรก็ตาม ภูเก็ตยังมีแหล่งน้ำสำรองจากขุมเหมืองและน้ำใต้ดินเข้ามาช่วยเสริมทัพ ซึ่งมั่นใจว่าจะสามารถบริหารจัดการให้เพียงพอต่อความต้องการของประชาชนและนักท่องเที่ยวได้อย่างแน่นอน




