ชาวบ้าน 400 คน ขอความปลอดภัย สู้รบในเมียนมา กระทบหนัก กระสุนปืน-ลูกระเบิดตกนานนับปี
เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ราษฎรบ้านแม่โกน หมู่ที่ 1,2,4 และหมู่ที่ 9 ประมาณ 400 คน ไปรวมตัวกันที่โรงเรียนบ้านแม่โกนเกน ตำบลมหาวัน อ.แม่สอด จังหวัดตาก ทั้งนี้เพื่อยื่นหนังสือถึงเรียน ผู้ว่าราชการจังหวัดตาก, นายอำเภอแม่สอด, ผอ.รมน.จังหวัดตาก,ผบ.ฉก.ราชมนู, ผบ.ตชด. 346 และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตาก เขต 2 ทั้งนี้เพื่อขอความช่วยเหลือ และเยียวยาความเสียหายจากผลกระทบการสู้รบในพื้นที่ชายแดนไทย-เมียนมา โดยมีเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ และฝ่ายปกครอง รวมทั้งหน่วยที่เกี่ยวข้องเข้าไปดูแล เพื่อให้การชุมนุมเป็นไปด้วยความสงบเรียบร้อย ทั้งนี้ผู้ชุมนุมต่างถือป้ายด้วยข้อความต่างๆนานา ในประเด็นที่มีกระสุนปืนจากฝั่งเมียนมาเข้ามาเขตไทย และสร้างความเสียหายให้กับบ้านเรือนราษฎรไทย
ในหนังสือระบุข้อเท็จจริงดังนี้คือ บ้านแม่โกนเกนตั้งอยู่ติดริมแม่น้ำเมย ตรงข้ามพื้นที่การสู้รบระหว่างกองกำลังกะเหรี่ยงเคเอ็นแอลเอ. กับทหารเมียนมาที่บ้านมินละปาน อ.เมียวดี รัฐกะเหรี่ยง จังหวัดเมียวดี ซึ่งเป็นพื้นที่ปะทะต่อเนื่องมาตั้งแต่ปลายปี 2568 จนถึงปัจจุบัน จากการสู้รบดังกล่าวได้มีกระสุนปืนกล และกระสุนอาวุธหนักไม่ทราบชนิดตกข้ามแดนในพื้นที่หมู่บ้านแม่โกนเกนหลายร้อยครั้ง

โดยตกใส่บ้านพักอาศัยทำให้มีคนได้รับบาดเจ็บหลายคน และตกใส่โรงเรียนบ้านแม่โกนเกน จนต้องอพยพนักเรียนไปเรียนที่ศาลาวัด และศาลาหมู่บ้านเป็นการชั่วคราว ล่าสุดเมื่อวันที่ 22 ต.ค.2569 ที่ผ่านมา มีกระสุนปืนครกตกข้ามแดนมาที่หมู่ 9 ต.มหาวัน ทำให้บ้านเรือนเสียหาย 3 หลัง และอีก 1 จุดในโรงเรียนบ้านแม่โกนเกน ซึ่งแต่ละจุดล้วนมีประชาชนอยู่อาศัยหนาแน่น
เหตุการณ์สู้รบ และส่งผลกระทบต่อเขตไทย ทำให้เกิดผลกระทบด้านจิตใจชาวบ้านขาดรายได้จากการประกอบอาชีพ และไม่สามารถอยู่ใช้ชีวิตได้อย่างปกติสุข จึงมีความประสงค์ขอความช่วยเหลือ ดังนี้ ขอให้พิจารณาให้ความช่วยเหลือเยียวยาความเสียหายแก่ผู้ได้รับผลกระทบจากภัยการสู้รบในพื้นที่ชายแดนไทย-เมียนมา บ้านแม่โกนเกนทั้ง 4 หมู่บ้าน ตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน ทั้งนี้ ขอทราบแนวทางในการช่วยเหลือ เยียวยาในกรณีดังกล่าวเป็นลายลักษณ์อักษร เพื่อจะได้สร้างขวัญ กำลังใจให้กับชาวบ้านผู้ได้รับผลกระทบ และ ขอให้ผู้มีหน้าที่เกี่ยวข้องป้องปรามยับยั้งไม่ให้คู่ขัดแย้งที่ทำการสู้รบตรงข้ามบ้านแม่โกนเกน ตำบลมหาวัน และยิงปืนใส่ประชาชนในเขตอธิปไตยของไทย
หนังสือดังกล่าวระบุว่า ขอให้พิจารณาหาแนวทางป้องกันระยะยาว เช่นจัดหาพื้นที่หลบภัย การสร้างหลุมหลบภัย บังเกอร์ ในพื้นที่บ้านแม่โกนเกนทั้ง 4 หมู่บ้าน ขอให้พิจารณาหาวิธีแจ้งเตือนภัย และติดตั้งสัญญาณเตือนภัยการสู้รบในพื้นที่บ้านแม่โกนเกนทั้ง 4หมู่บ้าน ขอให้พิจารณาหาแนวทางยุติการสู้รบตามแนวชายแดน หรือจำกัดขอบเขตการวางกำลัง และการสู้รบของคู่ขัดแย้งไม่ให้กระทบขอบเขตอธิปไตยของไทย

พันเอก กฤษณะ น้ำแก้ว เสนาธิการกองกำลังนเรศวร กล่าวว่า ความต้องการของประชาช คือต้องการให้ยกระดับการเจรจามากกว่า การตอบโต้ ส่วนสัญญาณเตือนภัย ชาวบ้านจะจัดทำขึ้นเอง ส่วนเรื่องหลุมหลบภัยนั้น ที่ชาวบ้านต้องการก็จะดำเนินการให้ตามความเสี่ยง โดยเฉพาะหมู่ที่ 1 กับหมู่ที่ 9 จะมีหลุมหลบภัยมากหน่อย
นายกันต์พงษ์ พิพัฒมนตรีกุล นายอำเภอแม่สอด กล่าวว่า ราษฎรต้องการความปลอดภัย และให้แก้ปัญหา ซึ่งจะนำข้อเรียกร้องต่างๆไปเจรจากันเพื่อไม่ให้ผลผลกระทบจากการสู้รบ โดยเฉพาะมีกระสุนล้ำแดนเข้ามาเขตไทย
นายสีโนน นุรังสี อดีตกำนัน ตำบลมหาวัน กล่าวว่า ชาวบ้านได้รับผลกระทบจากการสู้รบมา และมีกระสุนมตกในเขตไทย มานานกว่า 2 ปี ประชาชนได้รับความเดือดร้อนมาตลอดยิงกันที ผู้สูงอายุ เด็กๆ คนชราได้รับความเดือดร้อน ทางโรงเรียนก็ลำบาก ต้องมีการย้ายที่เรียนตลอด ต้องไปเรียนศาลาวัด และศาลกลางหมู่บ้าน นับเป็นความทุกข์ของประชาชน 4 หมู่บ้าน ไปทำงานก็ลำบาก กำลังทานข้าวอยู่ก็ได้รับความเดือดร้อน ขอให้ส่วนราชการเมตตาด้วย ขณะนี้ศักยภาพของผู้นำท้องที่ ท้องถิ่นหมดแล้ว ชาวบ้าน ผู้นำหมู่บ้านหมดปัญญา
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในระหว่างที่ชาวบ้านแม่โกนเกนชุมนุมนั้น การสู้รบระหว่างฝ่ายทหารเมียนมากับฝ่ายต่อต้านเงียบสงบ ไม่มีแม้แต่เสียงปืนนัดเดียว แต่ทั้ง 2 ฝ่ายยังคงตรึงกำลังอยู่




