หน้าแรก ภูมิภาค ชาวเลยผวา สาร...

ชาวเลยผวา สารหนูปนเปื้อนแม่น้ำโขง สูงกว่าค่ามาตรฐาน 4.5 เท่า ตรวจเหมืองแร่ ไม่พบปล่อยน้ำเสีย

29.10.26 | 11:04 น.

ชาวเลยผวา สารหนูปนเปื้อนแม่น้ำโขง สูงกว่าค่ามาตรฐาน 4.5 เท่า ตรวจเหมืองแร่ ไม่พบปล่อยน้ำเสีย

เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2569 นายชัยพจน์ จรูญพงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเลย เปิดเผยว่า ขณะนี้ทางจังหวัดเลย ได้ดำเนินการแต่งตั้งคณะกรรมการแก้ไขปัญหามลพิษ และสิ่งแวดล้อมทางอากาศและทางน้ำ เพื่อบูรณาการการทำงานของทุกหน่วยงานให้เป็นระบบ ทั้งด้านการติดตามสถานการณ์ การตรวจสอบข้อเท็จจริง และการกำหนดมาตรการป้องกันแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม ตลอดจนเฝ้าระวังคุณภาพสิ่งแวดล้อมในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันและลดผลกระทบ ที่อาจเกิดขึ้นกับประชาชนและทรัพยากรธรรมชาติของจังหวัดเลย


จากที่ปรากฏข่าวตามสื่อต่างๆ เกี่ยวกับการตรวจพบสารหนูในแม่น้ำโขงเกินค่ามาตรฐาน จังหวัดเลยได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยข้อมูลจากสำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 9 (สคพ.9) ระบุว่า ผลการตรวจคุณภาพน้ำแม่น้ำโขงในเดือนสิงหาคม 2569 พบสารหนูเกินค่ามาตรฐานคุณภาพน้ำผิวดิน ซึ่งกำหนดไว้ไม่เกิน 0.01 มิลลิกรัมต่อลิตร ทั้ง 4 สถานีตรวจวัดในพื้นที่จังหวัดเลย ได้แก่ แก่งคุดคู้ บ้านคกงิ้ว ดอนไข่ อำเภอเชียงคาน และบ้านสงาว อำเภอปากชม โดยมีค่าระหว่าง 0.017-0.045 มิลลิกรัมต่อลิตร หรือสูงกว่าค่ามาตรฐานถึง 4.5 เท่าในจุดที่ตรวจพบสูงสุด

และในขณะที่ผลการตรวจวัดในเดือนกันยายน 2569 พบว่า ปริมาณสารหนูในพื้นที่จังหวัดเลยลดลง โดยมีเพียงสถานีบ้านคกงิ้วที่ตรวจพบสารหนู 0.013 มิลลิกรัมต่อลิตร ซึ่งยังสูงกว่าค่ามาตรฐาน ส่วนสถานีตรวจวัดอื่นมีค่าไม่เกินมาตรฐานตามรายงานดังกล่าว อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ยังจำเป็นต้องได้รับการติดตามและเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง

Advertisement

สำหรับการดำเนินงานตรวจสอบในพื้นที่ โดยให้สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดเลย ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง และสืบค้นแหล่งกำเนิดมลพิษ ในสถานประกอบการอุตสาหกรรมที่อยู่ใกล้แหล่งน้ำในจังหวัดเลย โดยระหว่างวันที่ 3-7 สิงหาคม และ 18-21 สิงหาคม 2569 ได้ตรวจสอบสถานประกอบการจำนวน 20 แห่ง พบว่าไม่มีการใช้น้ำและสารเคมีในกระบวนการผลิตหน้าเหมือง มีบ่อดักตะกอนภายในพื้นที่ และไม่พบการระบายน้ำจากกระบวนการผลิตออกนอกพื้นที่

นอกจากนี้ ระหว่างวันที่ 30 กันยายน-7 ตุลาคม 2569 ได้ตรวจสอบสถานประกอบการอุตสาหกรรมเหมืองแร่และโรงงานอุตสาหกรรมในพื้นที่อำเภอเชียงคาน อำเภอเมืองเลย อำเภอวังสะพุง อำเภอเอราวัณ และอำเภอนาด้วง เพิ่มเติมอีก 27 แห่ง โดยไม่พบการระบายน้ำจากกระบวนการผลิตออกนอกพื้นที่ รวมทั้งได้กำชับผู้ประกอบการให้ตรวจสอบ และดูแลบ่อดักตะกอนให้มีความมั่นคงแข็งแรงอย่างสม่ำเสมอ ควบคุมการประกอบกิจการให้เป็นไปตามกฎหมาย และเงื่อนไขการอนุญาตอย่างเคร่งครัด พร้อมจัดให้มีมาตรการป้องกันการรั่วไหลและการชะล้างสารมลพิษลงสู่แหล่งน้ำ ตลอดจนเฝ้าระวังความผิดปกติด้านสิ่งแวดล้อม ทั้งภายในและบริเวณโดยรอบสถานประกอบการ หากพบเหตุผิดปกติให้แจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและดำเนินการระงับเหตุโดยไม่ชักช้า