หัวหน้าอช.หมู่เกาะช้าง ยันสร้างอ่างเก็บน้ำคลองพร้าว ไม่กระทบสิ่งแวดล้อม-สัตว์ป่า ช่วยแก้ปัญหาแล้งยั่งยืน ขณะส.อบจ.ตราด บอกหากไม่มีอ่างเก็บน้ำธุรกิจท่องเที่ยวและประชาชนกระทบเหตุขาดแคลนน้ำช่วงหน้าแล้ง
เมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน หลังจากคณะรัฐมนตรีเพิกถอนพื้นที่ในเขตอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะช้าง จ.จังหวัดตราด ซึ่งสร้างความกังวลและเกิดข้อถกเถียงในพื้นที่นั้น ล่าสุด นายอภิสิทธิ สมบัติมาศ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะช้าง ได้ออกมาชี้แจงถึงข้อเท็จจริงและที่มาของโครงการดังกล่าว เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องให้กับประชาชนและนักท่องเที่ยว
โดยหัวหน้าอุทยานฯ เปิดเผยว่า ปัญหาการขาดแคลนน้ำในเกาะช้างมักเกิดขึ้นเป็นประจำทุกปีในช่วงฤดูแล้ง ส่งผลกระทบต่อประชาชน ผู้ประกอบการ และโรงแรมต่างๆ จนต้องแก้ปัญหาด้วยการซื้อน้ำหรือขุดเจาะบาดาล ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมของเกาะ ทางชลประทานจึงมีแนวคิดในการสร้างอ่างเก็บน้ำคลองพร้าวขึ้น เพื่อเป็นสถานที่กักเก็บน้ำไว้ใช้ในช่วงหน้าแล้ง

สำหรับพื้นที่ในการก่อสร้าง มีพื้นที่ส่วนหนึ่งประมาณ 79 ไร่ ที่อยู่ในเขตอุทยานฯ ซึ่งเป็นจุดที่น้ำท่วมถึง ยืนยันว่าโครงการนี้ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อชาวบ้าน สัตว์ป่า หรือระบบนิเวศแต่อย่างใด เนื่องจากมีการสำรวจและประเมินผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมเรียบร้อยแล้ว โดยโครงการนี้มีจุดเริ่มต้นมาตั้งแต่ปี 2564 ไม่ใช่เพิ่งเกิดขึ้นจากการประชุม ครม. ที่ผ่านมาแต่อย่างใด
“หากไม่มีอ่างเก็บน้ำคลองพร้าว ประชาชนและผู้ประกอบการจะต้องประสบปัญหาความเดือดร้อนจากภัยแล้งอย่างต่อเนื่อง และการขุดเจาะบาดาลจำนวนมากอาจสร้างความเสียหายให้กับธรรมชาติของเกาะมากกว่า การสร้างอ่างเก็บน้ำนอกจากจะช่วยแก้ปัญหาภัยแล้งแล้ว ยังช่วยให้ทั้งประชาชน ผู้ประกอบการ และอุทยานฯ ได้รับประโยชน์ร่วมกัน รวมถึงเป็นแหล่งท่องเที่ยวและสนับสนุนการสร้างหน่วยพิทักษ์อุทยานฯ เพิ่มเติมในอนาคตด้วย”หัวหน้าอุทยานฯเกาะช้างกล่าว

ส่วนนายโสภณ จันเดิม สมาชิกสภาอบจ.ตราด เขตอำเภอเกาะช้าง เปิดเผยว่า เกาะช้าง ขอบคุณกรมชลประทานและรัฐบาลทบทวนแนวเขตอุทยานฯ พร้อมวอนเร่งเดินหน้าโครงการอ่างเก็บน้ำคลองพร้าวและระบบประปา หวั่นหากล่าช้ากระทบหนักทั้งสวนทุเรียน ธุรกิจท่องเที่ยว และการใช้น้ำของประชาชนในช่วงหน้าแล้ง
จากกรณีความคืบหน้าโครงการก่อสร้างระบบประปาและการจัดสร้างอ่างเก็บน้ำคลองพร้าว อำเภอเกาะช้าง จังหวัดตราด เพื่อแก้ปัญหาวิกฤตการณ์ขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภคบนพื้นที่เกาะช้าง ซึ่งที่ผ่านมาได้ผ่านขั้นตอนการศึกษา ออกแบบ และอนุมัติงบประมาณ แต่ต้องชะลอและยกเลิกไปชั่วคราวเนื่องจากติดปัญหาพื้นที่แนวเขตอุทยานแห่งชาติ จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในพื้นที่นั้น

ล่าสุด สมาชิกสภาอบจ.เขตอำเภอเกาะช้าง ได้เปิดเผยถึงปัญหานี้ว่า ในนามของพี่น้องประชาชนชาวเกาะช้าง ต้องขอขอบคุณกรมชลประทานที่เล็งเห็นความสำคัญและมองการณ์ไกลถึงความจำเป็นในการใช้น้ำของเกาะช้างในอนาคต รวมถึงขอขอบคุณกระทรวงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่ได้มีการทบทวนและเพิกถอนแนวเขตอุทยานฯ ในบางจุด แม้ในมุมมองของคนในพื้นที่เห็นว่าควรมีการเพิกถอนพื้นที่ทับซ้อนให้ครอบคลุมที่ดินทำกินของชาวบ้านมากกว่านี้ก็ตาม
นายโสภณ กล่าวว่า ระบุเพิ่มเติมว่า ที่ผ่านมาพื้นที่เกาะช้างประสบปัญหาเรื่องน้ำมาโดยตลอด ประชาชนและผู้ประกอบการต้องแก้ไขปัญหาด้วยการต่อท่อดึงน้ำจากลำธารธรรมชาติ ซึ่งส่งผลให้เกิดการขาดแคลนน้ำในฤดูแล้งและเกิดข้อพิพาท หรืออีกทางเลือกคือการเจาะน้ำบาดาลมาใช้ ซึ่งมีต้นทุนสูงและส่งผลกระทบต่อสภาพโครงสร้างดินและระดับน้ำใต้ดินในระยะยาว
“ความต้องการอ่างเก็บน้ำและระบบกักเก็บน้ำที่มีประสิทธิภาพ เป็นสิ่งจำเป็นเร่งด่วนสำหรับชาวเกาะช้างทุกคน หากไม่มีโครงการนี้ รองรับ จะส่งผลกระทบอย่างรุนแรง ไม่เพียงแต่ภาคการท่องเที่ยวและโรงแรมเท่านั้น แต่ภาคการเกษตร โดยเฉพาะเกษตรกรผู้ปลูกทุเรียนและพืชผลต่างๆ ก็ได้รับความเดือดร้อนหนักเช่นกัน จึงอยากขอความชัดเจนและเร่งรัดให้โครงการนี้เกิดขึ้นได้จริงโดยเร็ว” สจ.เกาะช้าง กล่าวเน้นย้ำ




