หน้าแรก 50 ปี ไทยจีน ทูตจาง หวัง ส...

ทูตจาง หวัง สื่อไทย ไม่เหมารวม-ตีตรา ‘จีน’ ผูกทุนเทา หวั่นกระทบความร่วมมือ 2 ชาติ

3.07.26 | 17:50 น.

เอกอัครราชทูตจีนฯ หวังสื่อไทย ไม่เหมารวม-ตีตรา ‘จีน’ ผูกทุนเทา หวั่นกระทบความร่วมมือ 2 ชาติ – เชื่อ รัฐบาลทุกประเทศตามปราบ – ชวนมองอีกมุม ‘นักลงทุนจีน’ ช่วยสร้างงาน นำพาผลประโยชน์ร่วม

เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคมที่ผ่านมา ที่สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย ถนนรัชดาภิเษก เขตดินแดง กรุงเทพฯ สถานเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย จัดงานสัมมนา ‘เฉลิมฉลองครบรอบ 105 ปีของการก่อตั้งพรรคคอมมิวนิสต์จีนและครบรอบ 51 ปีของความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างจีน-ไทย’

โดยมี นายจาง เจี้ยนเว่ย เอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย ให้การต้อนรับคณะผู้แทนจากพรรคการเมืองไทย นักวิชาการ ตลอดจนสื่อมวลชน ที่เข้าร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในประเด็นอันเกี่ยวข้องกับการพัฒนาความสัมพันธ์และความร่วมมือในด้านต่างๆ ระหว่างไทย-จีน

ท่ามกลางนักการเมืองเข้าร่วมคับคั่ง อาทิ นายภูมิธรรม เวชยชัย อดีตรองนายกรัฐมนตรี, นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ และอดีตรองนายกรัฐมนตรี, ศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร.บวรศักดิ์ อุวรรณโณ อดีตรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย ในรัฐบาล ครม.อนุทิน 1, นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย โฆษกพรรคภูมิใจไทยและรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี), นาวาอากาศเอก อนุดิษฐ์ นาครทรรพ รองหัวหน้าพรรคกล้าธรรม, นายอิสรา สุนทรวัฒน์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์, นายจักรพงษ์ แสงมณี รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย, นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ เลขาธิการพรรคประชาชน และ ดร.ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร รองหัวหน้าพรรคประชาชน และอดีตผู้สมัครผู้ว่ากทม., นายวสวรรธน์ พวงพรศรี ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคไทรวมพลัง, นายสยาม บางกุลธรรม สมาชิกพรรครวมไทยสร้างชาติ, นายภูบดินทร์ ปกป้อง เลขานุการส่วนตัวของนายภูมิธรรม เป็นต้น

ในช่วงหนึ่ง เมื่อมีผู้สื่อข่าวสอบถามถึงกรณีที่ สัปดาห์ที่แล้วมีข่าวจาก รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ของประเทศไทย กล่าวถึงเรื่องกลุ่มทุน โดยให้ข้อมูลว่า ท่านทูตจีนฯ เองก็รู้สึกกังวลที่มีการใช้คำว่า ‘จีนเทา’ เรียกคนจีนในประเทศไทย อยากถามว่า คำนี้ทำลายความรู้สึกของคนจีนอย่างไร เพื่อให้คนไทยมีความเข้าใจอันดีระหว่างกันมากขึ้น ?

Advertisement

นายจาง เอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย เปิดเผยว่า ความจริงแล้วทุนเทานั้นมีอยู่ในหลายประเทศ ผู้ที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับทุนเทาที่ประเทศไทยก็มีอยู่ ซึ่งคนเหล่านั้นมีทั้งที่เป็นคนไทยและชาวต่างชาติ

ผมเชื่อมั่นว่าทุกประเทศจะ ‘ไม่ปล่อยทุนเทา’ และจะปราบทุนเทาตามกฎหมาย ซึ่งความจริงผมก็เข้าใจ และสนับสนุนประเทศไทยในการปราบปรามพฤติกรรมใดๆ ที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็น ทุนเทาหรืออะไรก็ตาม

แต่ขณะเดียวกันเราก็สงสัยว่า ‘ทำไมถึงผูกทุนเทา กับจีน’ ซึ่งถ้าหากเราผูกทุนเทากับจีนเพียงประเทศเดียว แล้วตีตราเหมารวม ทางเรารู้สึกว่ายอมรับไม่ได้ โดยเฉพาะขณะนี้ จีนมีการลงทุนในประเทศไทยเยอะมาก และมีนักท่องเที่ยวชาวจีนที่มาท่องเที่ยวในไทย เป็นจำนวนมากเช่นกัน” นายจางระบุ

นายจางกล่าวต่อว่า การที่ผู้ประกอบการจีน บุคลากรและนักลงทุนของจีน เข้ามาในลงทุนในประเทศไทยนั้น ก็ได้สร้าง ‘ตำแหน่งการทำงาน’ ช่วยยกระดับอุตสาหกรรม และส่งเสริมความเข้าใจอันดีระหว่างกัน ซึ่งต้องยอมรับว่า ความร่วมมือระหว่าง 2 ประเทศ ได้นำมาซึ่งผลประโยชน์ต่อประชาชนทั้ง 2 ชาติ ดังนั้น ไม่ควรจะเอากรณีเฉพาะ ไปเหมารวมว่าภาพลักษณ์ของประเทศนั้น เป็นอย่างไร

“ถ้าเราขยายความ ตีตรา ตอกย้ำด้วยการใช้คำว่า ‘จีนเทา’ ก็อาจส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการที่ดำเนินธุรกิจที่ชอบด้วยกฎหมายในประเทศไทย รวมถึงนักท่องเที่ยวหรือบุคคลอื่นๆ ที่มาเที่ยวประเทศไทยเช่นกัน ถ้าเราใช้คำนี้นานเข้า เป็นไปได้ว่าอาจจะทำให้คนทั่วๆ ไป เวลาเห็นคนจีนหรือผู้ประกอบการจีน ก็นึกว่า ‘เขามาทำธุรกิจสีเทา’”

นายจางกล่าวต่อว่า ขณะเดียวกันในสังคมคนจีน เวลาประชาชนเห็นข่าวของสื่อมวงชนไทย ลงข้อความเกี่ยวกับ ‘จีนเทา’ เป็นจำนวนมาก ก็จะทำให้พวกเรานึกถึงภาพลักษณ์จีนในสายตาของสื่อมวลชนไทย ว่าเป็นภาพที่เชิงลบมาก ซึ่งอาจส่งผลต่อความเชื่อมั่นของพวกเขา เมื่อมาเยือนประเทศไทย

“ผมคิดว่าสิ่งนี้จะส่งผลกระทบต่อความเข้าใจต่อกัน

และความรู้สึกที่ดีระหว่างประชาชนของทั้งสองประเทศ”

อย่างผมเอง มีเพื่อนที่เขาอยากจะมาเที่ยวที่ประเทศไทย แต่ก่อนที่จะออกเดินทาง เขาโทรมาถามผมว่า ‘ประเทศไทยปลอดภัยไหม?’ เพราะฉะนั้นการที่เอากรณีเฉพาะไปเหมารวมว่า จีนเป็นเทาทั้งหมด ไม่เพียงแต่จะทำให้ภาพลักษณ์ของจีนจะได้รับผลกระทบ แต่ก็ยังจะส่งผลกระทบต่อความร่วมมือระหว่างจีนกับไทย ด้วยเช่นกัน” นายจางเผย

นายจางกล่าวต่อว่า เพราะฉะนั้น ตนหวังเป็นอย่างยิ่งว่า เพื่อนสื่อมวลชนจากสำนักต่างๆ เวลารายงานข่าวจะมีท่าทีที่สมเหตุสมผลและเที่ยงธรรม ไม่ควรจะไปขยายความ เหมารวม หรือตีตรา

“จริงๆ แล้วไม่เพียงแต่สื่อมวลชน ทุกภาคส่วนก็ควรจะมีส่วนร่วมในการส่งเสริมความสัมพันธ์จีน-ไทย ผมเชื่อมั่นว่าเพียงแค่เราหันหน้าเข้าหากันและร่วมมือร่วมใจกัน ก็จะสามารถแก้ไขปัญหาทุกอย่าง และทำให้ความสัมพันธ์จีน-ไทยดียิ่งขึ้น” นายจางกล่าวทิ้งท้าย