bg-single

พิพาทชายแดน ป่วนธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง

16.08.2025

ก่อสร้างและที่ดิน | นาย ต.

ปัจจุบันแรงงานในธุรกิจก่อสร้างประเทศไทย ส่วนใหญ่เป็นแรงงานต่างด้าวจากประเทศเพื่อนบ้าน ได้แก่ แรงงานจากพม่าประมาณ 70% จำนวน 330,000 คน, จากกัมพูชาประมาณ 30% จำนวน 150,000 คน ส่วนแรงงานจากลาวมักจะอยู่ในภาคบริการต่างๆ ไม่ค่อยมีในภาคการก่อสร้าง

ด้วยเหตุนี้ รัฐบาลเขมรที่มีปัญหาพิพาทชายแดนจนถึงขั้นสู้รบกันด้วยกำลังอาวุธเต็มรูปแบบ แม้จะยุติการสู้รบกันแล้ว แต่ยังงัดกลยุทธ์ทุกอย่างเท่าที่นึกขึ้นได้มาต่อสู้ ต่อรองกับรัฐบาลไทย แรงงานเขมรจึงกลายเป็นเครื่องมือต่อสู้อย่างหนึ่งของรัฐบาลตระกูลฮุน

รัฐบาลเขมรเรียกให้แรงงานเขมรในไทยกลับประเทศ ด้วยการขู่พ่อแม่ครอบครัวทางบ้านว่า หากไม่กลับประเทศจะถูกตัดสัญชาติ จะถูกยึดที่ดินไร่นา

ปรากฏว่าได้ผล แรงงานเขมรอพยพข้ามแดนกลับบ้านกันจำนวนมาก รัฐบาลเขมรหวังกดดันเศรษฐกิจ ธุรกิจไทย และได้คนหนุ่มสาวกลับไปรับการเกณฑ์ทหารตามที่คาดหวัง

ในไทย กลุ่มคนที่เกิดปัญหาเดือดร้อนขึ้นมาทันทีคือ ธุรกิจรับเหมาก่อสร้างที่เป็นผู้ว่าจ้างแรงงานเหล่านี้โดยตรง สัดส่วนการใช้แรงงานต่างด้าวระหว่างแรงงานพม่ากับแรงงานเขมรนั้น ว่ากันว่า แล้วแต่ละบริษัทแตกต่างกันไป ขึ้นกับความชำนาญการจัดหาแรงงานของแต่ละราย แต่จำนวนรวมทั้งอุตสาหกรรมแรงงานพม่ามากกว่า สัดส่วนประมาณเกือบ 70%

หลังเกิดแผ่นดินไหวใหญ่เมื่อ 28 มีนาคม 2568 ธุรกิจรับเหมาก่อสร้างก็เกิดปัญหาการแย่งแรงงานฝีมือ โดยถูกซื้อตัวให้ค่าแรงแรงงานฝีมือสูงกว่าจากงานรับเหมาซ่อมแซมห้องชุดคอนโดมิเนียมที่เกิดรอยร้าวและความเสียหายอื่นๆ ซึ่งมีความต้องการเร่งด่วนและจำนวนมาก

ผ่านมา 4 เดือนปัญหาเริ่มเบาบางลง ก็เกิดผลกระทบจากการพิพาทชายแดนเขมรต่อ

ปัญหาแรงงานก่อสร้างเขมรกลับประเทศ กระทบไปถึงธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ต่อเนื่องไปด้วยเช่นกัน แต่ไม่เดือดดร้อนมากเท่าผู้รับเหมา เนื่องจากตลาดอสังหาฯ บ้านคอนโดฯ ยอดขายชะลอตัวลงมาก ผู้ประกอบธุรกิจอสังหาฯ ส่วนใหญ่จึงไม่รีบร้อนการก่อสร้างใหม่ให้เสร็จ แต่มุ่งเน้นไปที่การขายหรือระบายบ้านคอนโดฯ ที่สร้างเสร็จแล้วเป็นสำคัญ

แต่สำหรับผู้รับเหมางานที่ล่าช้าออกไปหมายถึงต้นทุนดำเนินการที่เพิ่มขึ้น

ผลบั้นปลายของเรื่องนี้จะเป็นอย่างไร เชื่อว่าในระยะสั้นๆ อุตสาหกรรมก่อสร้างคงสามารถปรับตัวกับสิ่งที่เกิดขึ้นได้ เพราะยังมีแรงงานทดแทนจากพม่าและลาวที่สามารถเพิ่มเติมได้

เพราะเศรษฐกิจกัมพูชาเองก็คงทำแบบนี้ไปตลอดไม่ได้ เงินที่แรงงานเขมรในไทยส่งกลับบ้านปีละประมาณ 50,000 ล้านบาท เป็นกำลังซื้อที่สำคัญในระบบเศรษฐกิจเขมร หากเงินส่วนนี้หยุดไป หากการค้าขายชายแดนหยุดชะงัก คนเขมรจำนวนมากจะได้รับความเดือดร้อนเรื่องปากท้อง

กระแสเงินจากบ่อนการพนัน จากกาสิโนชายแดนเขมรของชนชั้นผู้มีอำนาจในกัมพูชา ก็ต้องสะดุดหยุดไปจากปัญหาพิพาทและการปะทะด้วยกำลังอาวุธตามแนวชายแดน

ด้านการทหาร กัมพูชาสูญเสียกำลังพลจำนวนมากจากสงครามชายแดน 4 วัน จนไม่กล้าเปิดเผยจำนวนตัวเลขผู้เสียชีวิต ขวัญกำลังใจทหารเขมรน่าจะแตกต่างจากก่อนเกิดการสู้รบไปมาก และการที่ฮุน เซน กลับลำหันไปประจบเอาใจสหรัฐอเมริกายื่นข้อเสนอให้ใช้ฐานทัพเรือเขมรที่จีนเป็นผู้สร้างให้ ซึ่งเป็นการหักหน้าจีนอย่างรุนแรง

กองทัพเขมรที่ปัจจุบันใช้อาวุธที่ผลิตจากจีนเป็นหลัก จะหากระสุนใหม่กระสุนสำรองจากไหนเมื่อหักหน้าจีนเสียขนาดนี้ จะไปหวังพึ่งสหรัฐอเมริกา ซึ่งรัฐบาลสหรัฐอเมริกาเองก็มีปัญหาหนี้ท่วมไปต่อไม่ได้ ต้องตัดลดงบประมาณกลาโหม จะมาช่วยได้แค่ไหน

ฮุน เซน ที่มีความช่ำชองการเมืองการทูตระหว่างประเทศยุคปลายสงครามเย็น นำเข้าความ “เขี้ยว” ดังกล่าวกลับมาใช้ในยุคดิจิทัลยุคเอไอ ผลลัพธ์ยากที่จะเป็นอย่างที่ต้องการ

ดูว่าจะทนได้นานแค่ไหน



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

“อนุทิน” ตอบปม UNCLOS ย้ำ ยังไม่ถึงเวลาฟื้นสัมพันธ์-ไม่มีเปิดด่าน มั่นใจรักษาอธิปไตยได้เต็มที่ !
การทูตไม้ไผ่ (Bamboo Diplomacy)ของเวียดนาม : พัฒนาการและข้อจำกัด
ผู้สมัคร ส.ก. ห้วยขวาง เปิดหน้าชนทุนต่างชาติ แฉ 4 ปัญหาใหญ่แย่งอาชีพ-สร้างมลพิษ กางแผน 3 ระดับ ดึงภาษีคืนท้องถิ่น
เจ้าฟ้าและสามัญชน ชีวิตโลดโผนผจญภัย ของนักเรียนทุนไทยในต่างแดน (1)
เส้นทางรัก ‘บิ๊ก-ไอซ์’ หลังตั้งเป้าจะเป็นโสดยาว อายุเยอะต้องใช้เวลาดูให้มั่นใจ
ธงทอง จันทรางศุ | ว่าด้วย ‘หมาจริง – หมาปลอม’
วิกฤตโจ๋ไทยจาก ‘มวน’ สู่ ‘พอต’ ‘บุหรี่ซอมบี้’ ภัยร้ายแบบใหม่ ปฏิบัติการ ‘ระดับชาติ’ หยุดควัน
ผ่าคดี ผอ.ป.ป.ช.เมินกฎหมาย ‘เมาขับ’ ขยี้ดับหนุ่มไรเดอร์ เป่าแอลฯ ทะลุ 189 มก.% สังคมจับจ้องพิรุธสลับตัว
เหยี่ยวถลาลม | แหวนแม่-นาฬิกาเพื่อน แค่ยอดภูเขาน้ำแข็ง ป.ป.ช.
เจาะชีวิต ‘โกแพ’ วรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ มท.4 เลือดใหม่พรรคสีน้ำเงิน จุดเริ่มต้นที่ไม่ได้ชอบการเมือง?
รัฐสภาวางคิวถกแก้ รธน. ลุ้นกดปุ่มรับหลักการ ผ่านวาระแรกทุกฉบับ
ทำความเข้าใจ ยุทธศาสตร์การเจรจาของอิหร่าน ผ่านหนังสือของ ‘อารักชี’