ก่อสร้างและที่ดิน | นาย ต.
ปัจจุบันแรงงานในธุรกิจก่อสร้างประเทศไทย ส่วนใหญ่เป็นแรงงานต่างด้าวจากประเทศเพื่อนบ้าน ได้แก่ แรงงานจากพม่าประมาณ 70% จำนวน 330,000 คน, จากกัมพูชาประมาณ 30% จำนวน 150,000 คน ส่วนแรงงานจากลาวมักจะอยู่ในภาคบริการต่างๆ ไม่ค่อยมีในภาคการก่อสร้าง
ด้วยเหตุนี้ รัฐบาลเขมรที่มีปัญหาพิพาทชายแดนจนถึงขั้นสู้รบกันด้วยกำลังอาวุธเต็มรูปแบบ แม้จะยุติการสู้รบกันแล้ว แต่ยังงัดกลยุทธ์ทุกอย่างเท่าที่นึกขึ้นได้มาต่อสู้ ต่อรองกับรัฐบาลไทย แรงงานเขมรจึงกลายเป็นเครื่องมือต่อสู้อย่างหนึ่งของรัฐบาลตระกูลฮุน
รัฐบาลเขมรเรียกให้แรงงานเขมรในไทยกลับประเทศ ด้วยการขู่พ่อแม่ครอบครัวทางบ้านว่า หากไม่กลับประเทศจะถูกตัดสัญชาติ จะถูกยึดที่ดินไร่นา
ปรากฏว่าได้ผล แรงงานเขมรอพยพข้ามแดนกลับบ้านกันจำนวนมาก รัฐบาลเขมรหวังกดดันเศรษฐกิจ ธุรกิจไทย และได้คนหนุ่มสาวกลับไปรับการเกณฑ์ทหารตามที่คาดหวัง
ในไทย กลุ่มคนที่เกิดปัญหาเดือดร้อนขึ้นมาทันทีคือ ธุรกิจรับเหมาก่อสร้างที่เป็นผู้ว่าจ้างแรงงานเหล่านี้โดยตรง สัดส่วนการใช้แรงงานต่างด้าวระหว่างแรงงานพม่ากับแรงงานเขมรนั้น ว่ากันว่า แล้วแต่ละบริษัทแตกต่างกันไป ขึ้นกับความชำนาญการจัดหาแรงงานของแต่ละราย แต่จำนวนรวมทั้งอุตสาหกรรมแรงงานพม่ามากกว่า สัดส่วนประมาณเกือบ 70%
หลังเกิดแผ่นดินไหวใหญ่เมื่อ 28 มีนาคม 2568 ธุรกิจรับเหมาก่อสร้างก็เกิดปัญหาการแย่งแรงงานฝีมือ โดยถูกซื้อตัวให้ค่าแรงแรงงานฝีมือสูงกว่าจากงานรับเหมาซ่อมแซมห้องชุดคอนโดมิเนียมที่เกิดรอยร้าวและความเสียหายอื่นๆ ซึ่งมีความต้องการเร่งด่วนและจำนวนมาก
ผ่านมา 4 เดือนปัญหาเริ่มเบาบางลง ก็เกิดผลกระทบจากการพิพาทชายแดนเขมรต่อ
ปัญหาแรงงานก่อสร้างเขมรกลับประเทศ กระทบไปถึงธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ต่อเนื่องไปด้วยเช่นกัน แต่ไม่เดือดดร้อนมากเท่าผู้รับเหมา เนื่องจากตลาดอสังหาฯ บ้านคอนโดฯ ยอดขายชะลอตัวลงมาก ผู้ประกอบธุรกิจอสังหาฯ ส่วนใหญ่จึงไม่รีบร้อนการก่อสร้างใหม่ให้เสร็จ แต่มุ่งเน้นไปที่การขายหรือระบายบ้านคอนโดฯ ที่สร้างเสร็จแล้วเป็นสำคัญ
แต่สำหรับผู้รับเหมางานที่ล่าช้าออกไปหมายถึงต้นทุนดำเนินการที่เพิ่มขึ้น
ผลบั้นปลายของเรื่องนี้จะเป็นอย่างไร เชื่อว่าในระยะสั้นๆ อุตสาหกรรมก่อสร้างคงสามารถปรับตัวกับสิ่งที่เกิดขึ้นได้ เพราะยังมีแรงงานทดแทนจากพม่าและลาวที่สามารถเพิ่มเติมได้
เพราะเศรษฐกิจกัมพูชาเองก็คงทำแบบนี้ไปตลอดไม่ได้ เงินที่แรงงานเขมรในไทยส่งกลับบ้านปีละประมาณ 50,000 ล้านบาท เป็นกำลังซื้อที่สำคัญในระบบเศรษฐกิจเขมร หากเงินส่วนนี้หยุดไป หากการค้าขายชายแดนหยุดชะงัก คนเขมรจำนวนมากจะได้รับความเดือดร้อนเรื่องปากท้อง
กระแสเงินจากบ่อนการพนัน จากกาสิโนชายแดนเขมรของชนชั้นผู้มีอำนาจในกัมพูชา ก็ต้องสะดุดหยุดไปจากปัญหาพิพาทและการปะทะด้วยกำลังอาวุธตามแนวชายแดน
ด้านการทหาร กัมพูชาสูญเสียกำลังพลจำนวนมากจากสงครามชายแดน 4 วัน จนไม่กล้าเปิดเผยจำนวนตัวเลขผู้เสียชีวิต ขวัญกำลังใจทหารเขมรน่าจะแตกต่างจากก่อนเกิดการสู้รบไปมาก และการที่ฮุน เซน กลับลำหันไปประจบเอาใจสหรัฐอเมริกายื่นข้อเสนอให้ใช้ฐานทัพเรือเขมรที่จีนเป็นผู้สร้างให้ ซึ่งเป็นการหักหน้าจีนอย่างรุนแรง
กองทัพเขมรที่ปัจจุบันใช้อาวุธที่ผลิตจากจีนเป็นหลัก จะหากระสุนใหม่กระสุนสำรองจากไหนเมื่อหักหน้าจีนเสียขนาดนี้ จะไปหวังพึ่งสหรัฐอเมริกา ซึ่งรัฐบาลสหรัฐอเมริกาเองก็มีปัญหาหนี้ท่วมไปต่อไม่ได้ ต้องตัดลดงบประมาณกลาโหม จะมาช่วยได้แค่ไหน
ฮุน เซน ที่มีความช่ำชองการเมืองการทูตระหว่างประเทศยุคปลายสงครามเย็น นำเข้าความ “เขี้ยว” ดังกล่าวกลับมาใช้ในยุคดิจิทัลยุคเอไอ ผลลัพธ์ยากที่จะเป็นอย่างที่ต้องการ
ดูว่าจะทนได้นานแค่ไหน
เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต
