สิ่งแวดล้อม | ทวีศักดิ์ บุตรตัน
เดอะ การ์เดี้ยน สื่อออนไลน์ของอังกฤษ รายงานฤดูร้อนของยุโรปปีนี้มาเร็วกว่าปกติและยังเกิดคลื่นความร้อนที่อากาศร้อนจัดแสงแดดแผดเผาเหมือนอยู่ในนรก หรือ “heatwave hell” อุณหภูมิสูงกว่าค่าเฉลี่ยปกติในเดือนพฤษภาคม 10-15 องศาเซลเซียส หลายพื้นที่้ของยุโรปจึงทุบสถิติร้อนสูงสุด ขณะที่ประเทศจีนซึ่งอีกมุมหนึ่งของโลกกำลังเผชิญกับพายุ “เรนบอมบ์” ถล่มอย่างหนัก เช่นเดียวกับอินเดียที่่เจอทั้งคลื่นความร้อนและมรสุม
ภาพเหล่านี้เป็นสัญญาณบอกว่า ปรากฏการณ์ซูเปอร์เอลนีโญเริ่มแล้ว และเป็นความปกติใหม่หรือ new normal ของโลกใบนี้ใช่หรือไม่?
“คิว การ์เด้นส์” สวนพฤษศาสตร์เก่าแก่ที่ยูเนสโกขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก ตั้งอยู่กลางกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ อุณหภูมิเมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม วัดได้ 34.8°C เมื่อนำมาเทียบกับวันและเดือนเดียวกันของปี 2487 อุณหภูมิใน “คิว การ์เด้นส์” อยู่ที่ 32.8°C ดังนั้น ในวันที่ 25 พฤษภาคมปีนี้ กลายเป็นสถิติใหม่วันร้อนที่สุดของเดือนพฤษภาคมในรอบ 82 ปี
วันเดียวกันนั้น ปรอทวัดอุณหภูมิที่สนามบิน “ฮีทโธรว์” วัดได้ 33.5°C ทำลายสถิติเดิมเมื่อเดือนพฤษภาคมปี 2465 พื้นที่อื่นๆ อย่างเช่น เทดดิงตัน มิดเดิลเซ็กซ์, เบนสัน, ออกซฟอร์ดเชียร์, เซอร์เรย์ มีอากาศร้อนนรกไม่ต่างกับคิว การ์เด้นส์มากนัก ค่าเฉลี่ยอยู่ 33-34°C
อุณหภูมิที่พุ่งสูงในปลายเดือนพฤษภาคมเช่นนี้ ส่งผลให้บรรดาหน่วยงานด้านสุขภาพและการแพทย์นั่งไม่ติด ต้องออกคำเตือนให้ชาวอังกฤษระวัง “ร้อนตับแตก” เป็นครั้งแรกของปีนี้
สมาคมยานยนต์แห่งอังกฤษ ออกคำเตือนผู้ขับขี่รถยนต์อย่ามัวแต่ขับ ให้แวะพักข้างทางอยู่ในที่ร่มบ้าง เพราะหน้าร้อนอย่างนี้อุณภูมิภายในรถอาจทะลุถึง 60?C เมื่อจอดกลางแดด อย่าทิ้งเด็กๆ หรือสัตว์เลี้ยงไว้ในรถเพียงลำพัง
เลอ มงด์ หนังสือพิมพ์ชื่อดังแห่งฝรั่งเศส รายงานผ่านออนไลน์ว่า อุณหภูมิที่ร้อนๆ สุดในปลายสัปดาห์ของเดือนพฤษภาคมปีนี้ เป็นปรากฏการณ์ที่เรียกว่า “โดมความร้อน” หรือ “Heat dome” เหมือนเอาโดมร้อนๆ ครอบใส่ประเทศฝรั่งเศส และประเทศเพื่อนบ้านใกล้เคียง
อุณหภูมิที่เพิ่มสูงเป็นเพราะอากาศร้อนพัดมาจากฝั่งทวีปแอฟริกาทางตอนเหนือ ขณะที่ความกดอากาศสูงปกคลุมยุโรปตะวันตก ทำให้อังกฤษ ฝรั่งเศส เยอรมนี สเปน สวิตเซอร์แลนด์ และอิตาลีติดกับดักความร้อน
รัฐบาลฝรั่งเศสเรียกประชุมรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องเพื่อหามาตรการรับมือกับคลื่นความร้อน ขณะที่สำนักงานอุตุนิยมวิทยาฝรั่งเศส ออกคำเตือนชาวปารีส อย่าอยู่กลางแจ้งเพราะอุณหภูมิจะทะลุไปที่ 36°C
แต่กระนั้นก็ยังมีเหตุร้ายเกิดขึ้นจนได้ เมื่อนักวิ่งมาราธอนระยะทาง 10 กิโลเมตร เสียชีวิตขณะเข้าร่วมวิ่งแข่งขันชานกรุงปารีส และยังมีนักวิ่งกว่า 10 คน มีอาการช็อกเพราะเจออากาศร้อนจัดต้องนำส่งโรงพยาบาล
สำหรับวันที่ 25 พฤษภาคมปีนี้ อุตุนิยมวิทยาของฝรั่งเศสบันทึกเป็นสถิติว่า เป็นวันที่ร้อนที่สุด และถือเป็นปรากฏการณ์ที่ไม่ปกติ โอกาสเกิดขึ้นมีเพียง 1 ใน 1,000 เท่านั้น
สํานักงานอุตุนิยมวิทยาสเปน ออกคำเตือนว่า ในห้วงเวลานี้ของปีนี้ ประเทศสเปนจะมีอุณหภูมิสูงเป็นพิเศษ (extraordinarily high temperatures) ยกเว้นเกาะคะแนรี่ส์ที่อยู่ในมหาสมุทรแอตแลนติก นอกชายฝั่งตะวันตกเฉียงเหนือของทวีปแอฟริกา อุณหภูมิจะอยู่ระหว่าง 36°C-38°C
ชาวอิตาเลียนที่อยู่อาศัยในพื้นที่ฝั่งตะวันออก เขตลาซิโอ รวมถึงกรุงโรม ได้รับคำเตือนการอยู่ในที่แจ้งกลางแดด เช่น ในทุ่งนา พื้นที่ก่อสร้าง หรืองานขนส่ง ระหว่างเวลา 12.30-16.00 น. เสี่ยงอันตราย คำเตือนนี้มีผลจนถึงวันที่ 15 กันยายน
ปีที่แล้ว สำนักงานอุตุนิยมวิทยาอิตาลี ออกคำเตือนด้วยถ้อยคำคล้ายกันเมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม แต่ปีนี้คำเตือนออกมาเร็วกว่า 1 สัปดาห์ แสดงให้เห็นว่า ฤดูร้อนมาเร็วกว่าปีก่อน
ที่โปรตุเกส ปกติแล้วปลายฤดูใบไม้ผลิก่อนเข้าสู่ฤดูร้อนอุณหภูมิจะเฉลี่ยที่ 18°C-25°C กลางคืนอุณหภูมิลดลงเหลือ 13°C-16°C เป็นช่วงหรรษาของนักท่องเที่ยวที่ชอบอากาศเย็นสบาย แต่ปีนี้ อุณหภูมิบางแห่งในโปรตุเกส เกือบแตะ 40°C กรุงลิสบอน เมืองหลวง อยู่ที่ 33°C
“จีน” ซึ่งอยู่อีกมุมของโลก เวลานี้กำลังเผชิญกับฝนตกหนักสุดขั้วทั้งภาคเหนือและภาคใต้ ตั้งแต่เริ่มเข้าสู่ฤดูฝนเมื่อเดือนเมษายน ค่าเฉลี่ยน้ำฝนอยู่ที่ 110.1 มิลลิเมตร สูงกว่าปกติ 18.6%
เฉพาะที่มณฑลกวางตุ้ง ฝนตกวันเดียววัดปริมาณน้ำฝนได้ถึง 597.7 มม. สถานีตรวจวัดอากาศแห่งชาติ 76 แห่ง วัดค่าน้ำฝนรายวัน พบว่าล้วนทำลายสถิติเดิมๆ ทั้งสิ้น
พื้นที่ภาคใต้ของจีน ไม่เพียงแค่ฝนตกหนักเท่านั้น แต่ยังมีน้ำท่วมฉับพลัน ฟ้าคะนอง ฟ้าผ่า และกระแสลมแรง
นักอุตุนิยมวิทยาของจีนบอกว่า ความแปรปรวนของสภาพภูมิอากาศที่เกิดขึ้นอย่างสุดขั้วในขณะนี้ แสดงให้เห็นถึงความผิดปกติของระบบภูมิอากาศโลก

เช่นเดียวกับอินเดีย กำลังเผชิญกับมรสุมที่มาก่อนกำหนด ทำให้เกิดฝนถล่มอย่างหนักในหลายพื้นที่โดยเฉพาะทางภาคใต้ กระแสลมแรงและฟ้าผ่าฟ้าคะนอง ทางภาคเหนือและภาคกลาง จะเจอคลื่นความร้อน อุณหภูมิพุ่งสูงอาจทะลุถึง 47°C
ปกติแล้วฤดูมรสุมของอินเดียจะเริ่มในเดือนมิถุนายนถึงเดือนกันยายน แต่ปีนี้มาก่อน
บ้านเรา กรมอุตุฯ บอกว่า เข้าสู่ฤดูฝนแล้วตั้งแต่วันที่ 15 พฤษภาคม แม้จะมีฝนตกหนักในหลายพื้นที่ แต่อากาศในช่วงกลางวันร้อนจัด ถ้าอยู่กลางแจ้งร้อนเหมือนโดนไฟเผาแสบไปทั้งตัว อยู่ในบ้าน ไม่เปิดแอร์ฯ ก็นั่งอยู่ไม่ติด อาบน้ำวันละหลายๆ รอบ เปลี่ยนเสื้อผ้าหลายตัวเพราะเหงื่อไหลไคลย้อยตลอด
คลื่นความร้อนและพายุฝนที่มาเร็วมาแรงเกิดขึ้นทั้งในยุโรปและเอเซียคราวนี้คาดว่ายังไม่สุดขั้ว อาจจะเกิดร้อนสุดๆ ในช่วงเดือนกรกฎาคม หรือเดือนสิงหาคม เพราะเข้าสู่ฤดูร้อนเต็มรูปแบบ เป็นช่วงการเติมพลังร่วมระหว่างคลื่นความร้อนกับปรากฏการณ์เอลนีโญ
องค์การอุตุนิยมวิทยาโลก ออกรายงานสถานการณ์ “เอลนีโญ” (El Nino) ล่าสุด เดือนพฤษภาคมว่า อุณหภูมิผิวน้ำทะเลในมหาสมุทรแปซิฟิกเขตศูนย์สูตรเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว เมื่อเทียบกับช่วงต้นปีนี้ ในเวลานั้นยังอยู่ในห้วง “ลานีญา” (La Nina) และเข้าสู่ภาวะเป็นกลาง เป็นการเปลี่ยนผ่านที่องค์การอุตุนิยมวิทยาโลกใช้คำว่าเปลี่ยนผ่านอย่างฉับพลัน (rapid transition)
การเปลี่ยนอย่างฉับพลันดังกล่าวจึงมีโอกาสจะเกิดการก่อตัวของเอลนีโญสูงถึง 97-98 เปอร์เซ็นต์ ในช่วงเดือนพฤษภาคม-กรกฎาคม แล้วลากยาวไปถึงต้นปีหน้า
ส่วนกรมอุตุนิยมวิทยาของบ้านเราคาดการณ์ว่า จะเกิดปรากฏการณ์เอลนีโญและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโลก จะทำให้เกิดฝนทิ้งช่วงในเดือนมิถุนายนถึงกลางเดือนกรกฎาคม เพราะแนวร่องมรสุมขยับสูงขึ้นไปด้านบนของประเทศ เกิดความชื้นน้อยลง ฝนทิ้งช่วงในปีนี้อาจจะเห็นได้ชัด แต่ไม่ถึงขั้นเป็นซูเปอร์เอลนีโญหรือเอลนีโญกำลังแรง (Strong El Nino)
โอกาสเกิดเรนบอมบ์หรือฝนตกหนักเฉพาะจุดเหมือนที่เกิดในอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา มีความเป็นไปได้สูง เนื่องจากสภาพอากาศสลับไปมาระหว่างร้อนจัด แห้ง และชื้น เกิดความไม่เสถียรในอากาศ โดยเฉพาะเมื่อเกิดฝนทิ้งช่วง ถ้าความชื้นเข้ามาปะทะกับอากาศร้อนจัดๆ จะเกิดฝนฟ้าคะนองรุนแรงได้ง่ายกว่าปกติ โอกาสเกิดเรนบอมบ์ลากยาวไปถึงเดือนสิงหาคม-กันยายน แต่เมื่ออากาศอิ่มตัว ความชื้นมาเต็มที่แล้ว ฝนจะกลับมาตกตามปกติอีกครั้ง
ผู้เชี่ยวชาญด้านสภาพภูมิอากาศ นำข้อมูลการเกิดเอลนีโญกำลังแรง หรือที่สื่อเรียกว่า “ซูเปอร์เอลนีโญ” ตั้งแต่ปี 2494 , 2525, 2540 และ 2558 มาวิเคราะห์เปรียบเทียบกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโลกในขณะนี้ พบว่า มีรูปแบบคล้ายกัน กล่าวคือ อุณหภูมิผิวน้ำทะเลบริเวณมหาสมุทรแปซิฟิกตอนกลางและตะวันออกสูงขึ้น ในอัตราที่เร็วกว่าปกติ จากน้ำทะเลเย็น หรือลานีญา ไปสู่สภาวะอุ่นจัด หรือเอลนีโญ เท่ากับเป็นเร่งให้เกิดเอลนีโญกำลังแรงหรือซูเปอร์เอลนีโญ
เมื่อซูเปอร์เอลนีโญบวกกับคลื่นความร้อน เกิดภาวะร้อนนรกและพายุกระหน่ำแรง เหมือนที่เกิดกับยุโรป จีน อินเดียในขณะนี้ ทำให้เกิดการคาดคะเนว่า อิทธิพลของซูเปอร์เอลนีโญ บวกกับคลื่นความร้อน จะส่งผลให้ปี 2569 เป็นปีที่ร้อนที่สุดเท่าที่โลกบันทึกสถิติเอาไว้
ดังนั้น คำถามว่า ปรากฏการณ์ร้อนนรกจะเกิดบ่อยขึ้น รุนแรงขึ้นเช่นนี้ถือเป็นความปกติใหม่หรือไม่ ดังสนั่นในวงการวิทยาศาสตร์และอุตุนิยมวิทยา
แน่นอนว่า เมื่อชาวโลกจะเผชิญกับความร้อนนรกถี่ขึ้น การเจ็บป่วยและเสียชีวิตจากอากาศร้อนจัดจะอัตราเพิ่มมากขึ้น การปรับตัวใหม่เพื่อรับมือกับความปกติใหม่เป็นเรื่องสำคัญที่ทั่วโลกยิ่งต้องทำให้เร็วขึ้น
ชีวิตชาวโลกต้องปรับใหม่ให้อยู่กับความปกติใหม่ให้ได้ การอยู่อาศัยเปลี่ยนไป รูปแบบต้องดีไซน์วางผังให้สอดคล้องกับภูมิอากาศที่เปลี่ยนไป โรงเรียน โรงพยาบาล บ้านเรือน บ้านพักผู้สูงอายุต้องมีเครื่องทำความเย็นพ่วงกับเครื่องทำความร้อนในฤดูหนาว เมืองจะปลูกต้นไม้ร่มเงาให้มากขึ้น ใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลให้น้อยลง หันมาใช้พลังงานหมุนเวียน โซลาร์เซลล์ กังหันลม ลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
ปรากฏการณ์ซูเปอร์เอลนีโญและคลื่นความร้อนที่มาเร็วครั้งนี้ เป็นสัญญาณเตือนอีกครั้งให้รู้ว่ามาตรการรับมือที่ชาวโลกทำอยู่ ไม่สามารถรับมือกับความปกติใหม่ของสภาพภูมิอากาศโลก
ฉะนั้น ทุกประเทศต้องคิดมาตรการใหม่ๆ ที่มีประสิทธิภาพสูงกว่าเพื่อหยุดการปล่อยก๊าซพิษ หยุดภาวะโลกเดือด
เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต
