bg-single

สแกมเมอร์เขย่ารัฐบาล วรภัค รมช.คลัง ชิงลาออก วัดใจอนุทินชิงเกมยุบสภา? ผมรู้ว่าวันสุดท้ายวันไหน

24.10.2025

บทความในประเทศ

สแกมเมอร์เขย่ารัฐบาล

วรภัค รมช.คลัง ชิงลาออก

วัดใจอนุทินชิงเกมยุบสภา?

ผมรู้ว่าวันสุดท้ายวันไหน

ปัญหาสแกมเมอร์ ขบวนการฟอกเงิน อาชญากรรมข้ามชาติ กำลังเขย่าความเชื่อมั่นและสร้างแรงสั่นคลอน ส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพรัฐบาลอย่างหนัก

กลายเป็นจุดเสี่ยงวัดใจ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ว่าจะเลือกชิงเกมยุบสภาหนีซักฟอกหรือไม่ หรือจะเดินฝ่ามรสุมวิกฤตจนครบ 4 เดือนอย่างไร

แม้ก่อนหน้านี้รัฐบาลเสียงข้างน้อยของพรรคภูมิใจไทย เคยได้รับเสียงชื่นชมจากกรณีดึงคนนอกโปรไฟล์หรู เข้าร่วมเป็นคณะรัฐมนตรี แต่เมื่อเริ่มทำงานจริงจังกลับเจออุปสรรคมากมาย

โดยเฉพาะปัญหาสแกมเมอร์ข้ามชาติ หลังมีกระแสข่าวว่านักการเมืองไทยหลายคนเข้าไปเกี่ยวข้องด้วย และขณะนี้กลายเป็นประเด็นใหญ่ที่ทั่วโลกเฝ้าจับตามองถึงท่าทีของไทยในการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ

ดังนั้น นายกฯ อนุทินต้องตั้งหลักให้ดี และแก้ปัญหาให้ตรงจุด หากนิ่งเฉยไม่สนใจไยดี ฝ่ายค้านอย่าง พรรคประชาชน และพรรคเพื่อไทย พร้อมเปิดเกมยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจปิดฉากรัฐบาลได้ทันที

จับสัญญาณอันตราย สถานะรัฐบาลสุดเปราะบาง เหตุเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อย ก็มีความเสี่ยงสูงที่จะไปไม่รอด

แต่ถึงกระนั้น นายอนุทินยืนยันว่า ยุบสภาเป็นอำนาจของนายกฯ ถ้าไปไม่ไหวจริงๆ ก็พร้อมคืนอำนาจให้ประชาชน ตามระบอบประชาธิปไตย

“ถ้าผมอยากจะหนี ผมก็หนี ถ้าผมอยากจะอยู่ ผมก็อยู่ เพราะผมรู้ว่าวันสุดท้ายของผมถึงวันไหน แต่ถ้าเกิดดูแล้วมันไม่ไหว มันก็มีอำนาจของความเป็นนายกรัฐมนตรีอยู่” นายอนุทินกล่าว

และย้ำว่าหากรัฐมนตรีคนไหนทำผิด ก็จะดำเนินคดี ไม่ใช่เรื่องยากอะไร มั่นใจว่าเรื่องสแกมเมอร์จะไม่กระทบกับเสถียรภาพรัฐบาลอย่างแน่นอน

ปฏิเสธไม่ได้ว่าปัญหาสแกมเมอร์ที่กลายเป็นเรื่องใหญ่ระดับโลก มีจุดเริ่มต้นมาจากกรณีที่นายรังสิมันต์ โรม รองหัวหน้าพรรคประชาชน เปิดโปงขบวนการสแกมเมอร์ในสภา

แฉนักการเมืองไทยมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับ เบน สมิธ ที่ปรึกษาของสมเด็จฮุน เซน รวมไปถึงตัวละครสีเทาอย่าง ก๊กอาน, ลี ยง พัด, ฮุน โต และยิม เลียก ซึ่งเป็นเครือข่ายธุรกิจฟอกเงินในกัมพูชา

ตามมาด้วยสหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร และเกาหลีใต้ ประกาศมาตรการคว่ำบาตร ยึดทรัพย์ เฉิน จื้อ ประธานบริษัท ปรินซ์ โฮลดิง กรุ๊ป หรือปรินซ์กรุ๊ป มูลค่ารวมกว่า 5 แสนล้านบาท

ก่อนพบข้อมูลที่น่าตกใจว่า บริษัท ปรินซ์กรุ๊ปของเฉิน จื้อ ได้เข้ามาลงทุนอสังหาริมทรัพย์หลายแห่งในไทย รวมถึงมีที่ตั้งสำนักงานในประเทศไทยอีกด้วย

ขณะเดียวกัน นายรังสิมันต์ โรม เรียกร้องให้มีการปลดรัฐมนตรีสีเทาออกจากตำแหน่ง เพื่อตรวจสอบว่ามีความเกี่ยวข้องกับแก๊งสแกมเมอร์ข้ามชาติหรือไม่อย่างไร

ขณะที่ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกฯ และ รมว.เกษตรและสหกรณ์ ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ถูกกล่าวหา ออกมายืนยันว่า ไม่เคยทำอาชีพสีเทา และรวยก่อนมาเล่นการเมือง

“คุณเบน สมิธ อย่าเพิ่งกล่าวหาว่าเขาเป็นสแกมเมอร์ และยังไม่มีร่างกฎหมายแซงก์ชั่นของสหรัฐ ปล่อยให้เป็นกระบวนการของบ้านเมือง” ร.อ.ธรรมนัสกล่าว

ส่วนกรณีที่ นายรังสิมันต์ โรม เสนอให้ปลดออกจากตำแหน่ง ร.อ.ธรรมนัส สวนกลับว่า คนที่จะให้พ้นจากตำแหน่งได้คือนายกฯ ส่วน ส.ส.มีหน้าที่ตรวจสอบก็ทำไป พร้อมถูกตรวจสอบ และย้ำว่าเวลาตนมีปัญหาแล้วเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมด้วยตัวเอง ไม่ชอบเป็นภาระใคร

ด้านนายวรภัค ธันยาวงษ์ รมช.คลัง ซึ่งเป็นอีกหนึ่งคนที่ถูกเชื่อมโยงกับแก๊งสแกมเมอร์ ยอมรับว่า เคยให้คำปรึกษาด้วยวาจากับยิม เลียก เรื่องการตั้งธนาคารในกัมพูชาเท่านั้น

พร้อมทั้งประกาศลาออกจากตำแหน่ง รมช.คลัง เนื่องจากไม่ต้องการให้เรื่องส่วนบุคคลกลายเป็นเงื่อนไขที่อาจไปกระทบกับประสิทธิภาพของรัฐบาล

“ผมไม่เคยมีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ กับขบวนการหลอกลวง ต้มตุ๋น หรือธุรกิจผิดกฎหมายใดๆ ทั้งสิ้น ไม่ว่าจะในกัมพูชา หรือที่ไหนในโลกนี้”

“ผมไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับบีไอซีกรุ๊ป และบีไอซีแบงก์กัมพูชา ผมไม่สนับสนุนธุรกรรมผิดกฎหมายใดๆ และจะไม่ปกป้องใครที่ทำผิดกฎหมายในประเทศไทยทั้งสิ้น”

“ผมไตร่ตรองอยู่นาน และตัดสินใจว่าผมจะลาออกจากตำแหน่ง รมช.คลัง เพื่อไม่ให้เรื่องส่วนบุคคลของผมกลายเป็นพันธะ หรือเงื่อนไขที่อาจกระทบต่อความคล่องตัว และประสิทธิภาพของรัฐบาล”

“การตัดสินใจครั้งนี้มีเป้าหมายสำคัญเพื่อยืนหยัดหลักความโปร่งใส รักษาความเป็นอิสระของรัฐบาลในการบริหารประเทศให้ปราศจากข้อครหา และไม่เปิดช่องให้ฝ่ายใดนำเรื่องส่วนตัวของผมไปเป็นอุปสรรคต่อภารกิจของรัฐบาล”

“ผมเชื่อว่าความโปร่งใส ความเป็นมืออาชีพ ความมุ่งมั่นของรัฐบาล จะช่วยให้สามารถขับเคลื่อนนโยบายสำคัญ เพื่อประโยชน์ของประเทศชาติ และประชาชนได้อย่างมั่นคง และต่อเนื่องในเวลาที่จำกัด”

“ผมยืนยันในความบริสุทธิ์ของตนเอง โดยจะดำเนินการทางกฎหมายกับผู้ที่บิดเบือน เผยแพร่ข้อมูลที่เป็นเท็จ เพื่อปกป้องเกียรติและชื่อเสียง โดยไม่ให้เกิดความขัดแย้งกับภารกิจของรัฐบาล” นายวรภัคกล่าว

สอดรับกับท่าทีของรัฐบาลที่ประกาศยกระดับปัญหาสแกมเมอร์เป็น “วาระแห่งชาติ” โดยแต่งตั้งคณะกรรมการอำนวยการป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดอาชญากรรมทางเทคโนโลยี เพื่อบูรณาการความร่วมมือจากหลายหน่วยงาน เพื่อเร่งแก้ปัญหาอาชญากรรมระดับโลก

รวมทั้งเปิดทางให้มีการจัดตั้งหน่วยเฉพาะกิจไซเบอร์ ปลุกกลไก White Hacker หรือผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงไซเบอร์ของไทยเข้ามาเป็นกำลังหลัก

ทำหน้าที่ตอบโต้ภัยคุกคามเชิงรุก เช่น การแฮ็กกลับ หรือปล่อยมัลแวร์สกัดระบบของแก๊งสแกมเมอร์ โดยเฉพาะศูนย์กลางเครือข่ายที่ตั้งอยู่นอกประเทศ

ขณะเดียวกัน สหภาพรัฐสภา (IPU) ได้ลงมติสนับสนุนเกิน 2 ใน 3 ต่อร่างญัตติว่าด้วยการต่อต้านอาชญากรรมองค์กรข้ามชาติและอาชญากรรมไซเบอร์ และภัยคุกคามแบบผสมผสานต่อประชาธิปไตย และความมั่นคงของมนุษย์ ที่เสนอโดยผู้แทนรัฐสภาไทยและชาติพันธมิตร

หลังจากนี้คงต้องจับตามองว่ารัฐบาลอนุทินจะเอาจริงเอาจังกับการแก้ปัญหาสแกมเมอร์ข้ามชาติมากน้อยแค่ไหน

เพราะเรื่องนี้ทั่วโลกต่างให้ความสนใจ และอาจทำให้สถานะรัฐบาลสั่นคลอนได้ทุกเมื่อ ซึ่งฝ่ายค้านที่นำโดยพรรคประชาชนก็พร้อมยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจทันที หากรัฐบาลอนุทินเมินเฉยปราบแก๊งสแกมเมอร์

ปิดท้ายกันที่มุมมองของ 2 กูรูการเมืองไทย พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร อดีตเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) และพรรณิการ์ วานิช กรรมการบริหารคณะก้าวหน้า ที่ให้สัมภาษณ์ในรายการ The Politics ข่าวบ้าน การเมือง

พล.ท.ภราดรระบุว่า ปัญหาสแกมเมอร์ตอนนี้ไม่ใช่เรื่องของประเทศไทยกับกัมพูชา หรือระดับภูมิภาค แต่มันไปไกลถึงระดับโลกแล้ว

“เวลาที่สหรัฐเดินเกมแบบนี้ ก็บ่งชี้ได้เลยว่าเรื่องสแกมเมอร์คือภัยคุกคามตัวโต ความชั่วร้ายแบบนี้มันไปกระทบประเทศเขา และไปกระทบโลก เขาก็ต้องเป็นตำรวจโลกลงมาจัดการ มันทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงระดับผู้นำของประเทศนั้นได้เลยนะ”

“นายกฯ จะปัญหาเจอ 2 เด้ง เด้งแรกคือตัวรัฐมนตรีที่เป็นสีเทา และมีโอกาสถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจ เด้งที่ 2 คือการขับเคลื่อนนโยบายที่ล้มเหลว ทั้งๆ ที่นโยบายมีน้อยอยู่แล้ว”

“สิ้นเดือนนี้ปิดสมัยการประชุม เดือนพฤศจิกายนหากมีข้อมูล ฝ่ายค้านพรรคเพื่อไทย และพรรคประชาชน จะเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ แล้วการอภิปรายนั้น ถ้าเชื่อว่ามีชื่อนายกฯ อนุทินอยู่ด้วยนะ ยุบสภาแน่นอน” พล.ท.ภราดรกล่าว

ขณะที่ พรรณิการ์ เชื่อว่าแก๊งสแกมเมอร์ต้องการใช้ไทยเป็นฐานฟอกเงินแห่งใหม่ เพราะกัมพูชามันเล็กเกินไปแล้วสำหรับการทำธุรกิจสีเทา-ดำ

“นี่คือก้อนเงินสีดำมหาศาลระดับล้านล้านบาท ที่กำลังจะไหลเข้ามาปนกับเงินสีขาวในประเทศไทย เงินก้อนนี้มันบวมขึ้นมา ประเทศเล็กๆ มันฟอกไม่พอแล้ว ก็เลยต้องขยายมาประเทศเพื่อนบ้าน”

“เดชะบุญว่ายังทำไม่สำเร็จ แต่ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีวันสำเร็จ นี่คือยุทธการทุนเทายึดประเทศไทย ที่เราต้องป้องกันไว้ให้ได้อย่างแข็งขัน ไม่งั้นไทยจะกลายเป็นรัฐสแกมเมอร์ เป็นประเทศเศรษฐกิจสีเทา-ดำ”

“ถ้าคุณอนุทินต้องการรักษาผลประโยชน์ชาติ ต้องตรวจสอบคุณธรรมนัสว่ามีความเกี่ยวข้องอย่างไรกับคุณเบน สมิธ ตัดความสัมพันธ์กับคนในรัฐบาลของคุณที่ถูกกล่าวหา”

“ถ้าคุณไม่รักษาผลประโยชน์ชาติ คุณรักษาคอนเน็กชั่นส่วนตัว คุณไม่รักษาสัจวาจา คุณล้มทุกอย่าง ยุบสภา เข้าสู่การเลือกตั้ง เพราะว่าหนีการตรวจสอบ”

“ประชาชนก็จะได้เห็นว่าคุณรักษาผลประโยชน์ชาติไม่ได้ รักษาสัจวาจาไม่ได้ คุณก็คงใช้วิธีการเดิมๆ ในการได้มาเพื่อคะแนนเสียง”

“จริงๆ อำนาจการยุบสภาเป็นของรัฐบาล แต่ประชาชนก็จะตัดสินรัฐบาลอีกทีว่าคุณใช้อำนาจนั้นในทางไหน” พรรณิการ์สะท้อนให้เห็นถึงจุดเสี่ยงของรัฐบาลอนุทิน และโอกาสยุบสภาก่อน 4 เดือน



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

การ์ตูน san_d1196
การ์ตูน โกหน่อง
การ์ตูน อรุณ วัชระสวัสดิ์
การ์ตูน จุก ชายคา
การ์ตูน พี่ขุน ราวแข
การ์ตูน สะดุดยิ้ม by พล
คลื่นร้อนนรก ‘มาแรง-เร็ว’
พระร่วงนั่งกรุน้ำ-สุโขทัย พระร่วงนั่ง-บ้านดงเชือก 2 กรุชื่อยอดนิยม-หายาก
DPU ปักธงผู้นำ Future Medicine – Wellness & Longevity Education ปั้นกำลังคนสุขภาพแห่งอนาคต ดันไทยสู่Wellness Hubเอเชีย งาน Thailand Wellness & Healthcare Expo X SPORTEC Thailand 2026
สืบวังทองหลาง ไหวพริบเด็ด! เจอ “พอตเค” คาเอว ขยายผลรวบคู่แฟนคาคอนโด ยึดไอซ์ 1 กิโลฯ พร้อมหัวพอตเคกว่า 1,000 ชิ้น เตรียมขาย
พช.ตราด จับมือภาคีเครือข่าย พลิกฟื้นเศรษฐกิจฐานราก ขับเคลื่อน “โครงการพื้นที่สร้างสรรค์ตราดสำหรับทุกคน” ดึงของดี 7 อำเภอสร้างจุดขาย
ท่านเสียดายปฏิทิน แต่ผมเสียดายชีวิต