E-DUANG
กรณี”หมอสุภัทร สงขลา” คือ การส่งสัญญาณอันแหลมคมในทางการเมือง
เหมือนกับส่งมาจาก”สาธารณสุข” แต่”ลึก”กว่านั้น
ไม่เพียงเป็นความลึกเพราะเป็นกระทรวงในกำกับของ”ภูมิใจไทย” หากแต่เมื่อสาวอย่างแท้จริง
โยงยาวไปถึง”ประกันสังคม” ไปถึง”แรงงาน”
เนื่องจาก”นามสกุล”ของเจ้ากระทรวง”สาธารณสุข” สัมพันธ์กับดีลใหญ่ในเรื่องการขาย”ตึก”
กระนั้น กลยุทธ์ต่อกรณี”หมอสุภัทร”ยังแยบยล
แยบยลคล้ายกับการปล่อยข่าวในเรื่อง”กรณี 44 ส.ส.”พรรคก้าวไกล อันต่อเนื่องมาถึง”พรรคประชาชน”
เป็นเหมือน”วิชาก้นหีบ” งัดมาใช้ในยาม”วิกฤต”
ก่อนหน้ากรณี”หมอสุภัทร” อย่าลืมแต่ละจังหวะก้าวในกรณี”บางพลัด” และในกรณี”ตาก”
นั่นเป็นปฏิบัติการอันเกี่ยวกับ”ธุรกิจ เทา”
กรณี”บางพลัด”เกิดหลังสมัครไม่นานนัก อาจสามารถแก้ไขในตัวคนได้
แต่กรณี”ตาก” จับแล้ว จบเลย
จากนั้น ก็เกิดการขยายผลไม่เพียงแต่ในพื้นที่”เทา”หากไปไกลถึงระดับ”ดำ”
ถามว่ากรณี”หมอสุภัทร”อยู่ใน”สถานการณ์”ใด
1 อยู่ในสถานการณ์”ประกันสังคม” 1 อยู่ในสถานการณ์”น้ำ ท่วมหาดใหญ่”
อยากให้”ลืม” แต่ไม่ยอมให้”ลืม”
การเกิดปรากฏการณ์”ไอซ์ รักชนก”ตั้งแต่”กำแพงเพชร”ไหม้ลามไปถึง”พะเยา”
ชวนให้ตระหนก ตกใจ
ตามมาด้วยปรากฏการณ์”สามย่าน มิตรทาวน์”และการมาของ “ทิม พิธา”
ผลก็คือ กระหึ่มแห่งเสียง”นายก เท้ง” กึกก้อง
ความอ่อนไหวเป็นอย่างมากก็คือ การแปรผลแห่ง”โพล”ไปสู่รูปธรรมแห่งคะแนนและความนิยม
ไม่ว่าจาก”เอก ธนาธร” ไม่ว่าจาก”ทิม พิธา”
ยิ่งเมื่อได้เรี่ยวแรงที่ไม่เคยรู้สึกเหน็ดเหนื่อยของรุ่นใหม่อย่าง
“ไอซ์ รักชนก”เข้ามาอีก
กรณี”หมอสุภัทร”จึงต้องบังเกิด
ก่อนที่จะงัดเอาข่าวลือที่ว่าถึงได้ชัยชนะก็ไม่ได้เป็นเนื่องจากติดอยู่กับกรณี”44 ส.ส.”
ไม่ว่า”เท้ง ณัฐพงษ์” ไม่ว่า”ไหม ศิริกัญญา”ล้วนถูกเด็ด
ความสยองขวัญอย่างยิ่ง คือ การปูสถานการณ์ของคาราวานจากทั่วทุกสารทิศ 10 วันก่อนการเลือกตั้ง
ก่อนวัดผลสู่การปราศรัยนัดสุดท้าย 6 กุมภาพันธ์
การงัด”วิชาก้นหีบ”ออกมาในกรณี”หมอสุภัทร”จึงเป็นไม้ตายหนึ่งก่อนก้าวไปสู่กรณี”44 ส.ส.”
คำถามก็คือจะ”ดับ”หรือ”จุด”กระแสใหม่ขึ้นมา
