| การศึกษา
ยิ่งกว่ามหากาพย์ทุกยุคทุกสมัย สำหรับกรณีการย้าย “อุเทนถวาย” ออกจากพื้นที่ และเชื่อว่ายังไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะหาทางออก
ล่าสุด กลับมาร้อนอีกครั้ง หลังนายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) มีคำสั่งปรับเปลี่ยนรูปแบบการจัดการเรียนการสอนและงดการเรียนการสอนในพื้นที่เดิม
โดยให้เหตุผลเรื่องความปลอดภัย หลังเกิดเหตุความรุนแรงและความขัดแย้งต่อเนื่อง
แนวทางของ อว.คือ “ย้ายเพื่อความปลอดภัย” พร้อมจัดหาพื้นที่เรียนชั่วคราว เพื่อไม่ให้การเรียนสะดุด โดยนายยศชนันลงพื้นที่สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน 1 สมุทรปราการ สำรวจโรงฝึกงาน ห้องปฏิบัติการ และเครื่องมือด้านช่าง เพื่อใช้เป็นพื้นที่เรียนชั่วคราว
อว.ประเมินว่า พื้นที่ดังกล่าวมีศักยภาพรองรับการเรียนสายวิชาชีพและวิศวกรรมศาสตร์ ซึ่งเน้นการปฏิบัติจริง ก่อนจะตรวจสอบมาตรฐานอาคาร ห้องปฏิบัติการ และอุปกรณ์เพิ่มเติม เพื่อให้การย้ายไม่กระทบคุณภาพการศึกษา รวมถึงการรับรองหลักสูตรและการประกอบวิชาชีพ
ขณะเดียวกันยังได้วางแผนระยะยาวในการก่อสร้างวิทยาเขตแห่งใหม่ในโซนมีนบุรี-ลาดกระบัง ขณะนี้ได้เริ่มกระบวนการถมดินแล้ว อว.พร้อมสนับสนุนและดูแลด้านงบประมาณเพื่อให้การก่อสร้างเดินหน้าจนแล้วเสร็จ
ควบคู่กับแผนด้านกายภาพ อว.ได้เตรียมมาตรการช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบ โดยพิจารณาให้เงินช่วยเหลือแบบเหมาจ่ายสำหรับนักศึกษาและคณาจารย์ที่มีภาระค่าใช้จ่ายในการย้ายหอพัก พร้อมมาตรการลดหย่อนค่าธรรมเนียมการศึกษา
ทั้งยังเปิดทางเลือกอำนวยความสะดวกเป็นรายบุคคล หากมีนักศึกษาประสงค์ขอย้ายสถานที่เรียน หรืออาจารย์ที่มีความประสงค์ขอย้ายกรอบอัตรากำลังไปยังมหาวิทยาลัยอื่นในสังกัด อว.
และเพื่อคลายความวิตกกังวลของประชาคมอุเทนฯ และสังคมเรื่องการนำที่ดินเดิมไปแสวงหาผลกำไร จะมีการแต่งตั้งคณะกรรมการร่วม 3 ฝ่าย ประกอบด้วย ตัวแทนจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อว. และตัวแทนวิทยาเขตอุเทนฯ เพื่อเป็นหลักประกันยืนยันอย่างชัดเจนว่าจะไม่มีการนำพื้นที่ดังกล่าวไปใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์

แม้จะมีแผนระยะสั้นระยะยาวชัดเจน แต่ปัญหากลับวนกลับมาที่เดิม
ล่าสุด นายจิรัฐิติ พันธุ์มณี นายกสมาคมศิษย์เก่าอุเทนถวาย ระบุว่า สมาชิกสมาคมศิษย์เก่า และศิษย์ปัจจุบันมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ตะวันออก เขตพื้นที่อุเทนถวาย ได้มีการหารือถึงประเด็นการย้ายอุเทนฯ โดยสมาชิกมองว่าคำสั่ง อว. ที่ 120/2569 เรื่อง กำหนดมาตรการความปลอดภัยและปรับเปลี่ยนรูปแบบการจัดการเรียนการสอนของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก คณะวิศวกรรมศาสตร์และสถาปัตยกรรมศาสตร์ (เขตพื้นที่อุเทนถวาย) และสถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน หรือการดำเนินการต่างๆ เกี่ยวกับอุเทนถวายในขณะนี้ เป็นการลับ ลวง พราง
วัตถุประสงค์หลักคือจะยึดพื้นที่อันชอบธรรมของอุเทนฯ โดยใช้ข้ออ้างทะเลาะวิวาทมาเป็นเหตุในการย้าย!!
ขณะนี้มีกระบวนการบางอย่างที่พยายามดำเนินการเหมือนที่เคยทำมาก่อนแล้วไม่สำเร็จ รอบนี้มีการพยายามในการยึดพื้นที่อุเทนฯ อีกครั้ง
คำสั่งของนายยศชนันไม่ชอบด้วยกฎหมาย กระบวนการก็มิชอบ และยังไม่แก้ไขปัญหา เนื่องจากรัฐมนตรีว่าการ อว. ต้องการแก้ไขปัญหาทะเลาะวิวาท แต่กลับใช้คำสั่งในการปิดการเรียนการสอนเป็นเวลา 3 เดือน แม้จะเป็นการสั่งปิดการเรียนการสอนทั้ง 2 สถาบัน
แต่ในคำสั่ง อว.ข้อ 3 มีการระบุถึงอุเทนฯ ไว้ว่า หากไม่สามารถดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในกำหนด จะต้องขยายระยะเวลาการงดเว้นการจัดการเรียนการสอนในพื้นที่เดิมออกไป จนกว่าสถานที่จัดการศึกษาแห่งใหม่จะมีความพร้อม เพื่อไม่ให้เกิดความเสี่ยงด้านความปลอดภัย
โดยกระบวนการออกคำสั่งทางปกครองรัฐมนตรีว่าการ อว.ต้องทำการสอบถามไปยังคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) เพื่อให้ กกอ.ให้ความคิดเห็น ถ้า กกอ.มีความเห็นให้ปิดการเรียนการสอน ขั้นต่อไปคือรัฐมนตรีว่าการ อว.ต้องทำหนังสือสั่งมาที่สภา มทร.ตะวันออก ให้ดำเนินการต่อไป แต่การออกคำสั่งดังกล่าวไม่มีกระบวนการเหล่านี้อยู่
ดังนั้น การอ้างมติของคณะกรรมการพิจารณาชี้ขาดการยุติในการดำเนินคดีแพ่งของส่วนราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง (กยพ.) และมีคำสั่งปิดการเรียนการสอน 90 วันจึงไม่สอดคล้องกัน
“การออกคำสั่งนี้กระทบกับการเรียนการสอนของนักศึกษา เพราะต้องฝึกปฏิบัติจริงในห้องแล็บ ไม่สามารถเรียนผ่านออนไลน์ได้ อีกทั้งหลักสูตรในสาขาวิชาด้านวิศวกรรมและสถาปัตยกรรมของอุเทนฯ ได้รับการรับรองจากทั้งสภาวิศวกร และสภาสถาปนิก โดยการรับรองนี้เป็นเพราะสถาบันมีความพร้อมด้านอุปกรณ์ และอาคารสถานที่ ดังนั้น การเรียนออนไลน์เป็นไปไม่ได้ และยังมีผลต่อการขอใบประกอบวิชาชีพด้วย”
“แม้จะแก้ปัญหานี้ด้วยการลงพื้นที่บางพลี จ.สมุทรปราการ เพื่อสำรวจความพร้อมของสถานที่สำหรับใช้เป็นพื้นที่จัดการเรียนการสอนให้นักศึกษาเป็นการชั่วคราว แต่สถาบันใดก็ตามที่จะได้รับการรับรองจากสภาวิศวกร ไม่ใช่แค่ลงพื้นที่ดู แล้วจะได้รับรองทันที ต้องดูความพร้อมในเรื่องต่างๆ ด้วย”
“เมื่อเราเห็นภาพชัดเจนว่าคำสั่งท่านมีเบื้องหลัง ท่านสั่งด้วยเหตุทะเลาะวิวาท แต่เบื้องหลังท่านจะเอาพื้นที่ของอุเทนฯ เราจะไม่ถอยไปไหนสักก้าว โดยเตรียมจะยกระดับในการต่อสู้ ดังนี้ 1. ทวงถามหน่วยงานราชการต่างๆ ที่เคยยื่นหนังสือไป 2. ดำเนินการทางกฎหมายพิจารณาว่าคำสั่งชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ และ 3. ดูแลศิษย์ปัจจุบัน น้องๆ จะทำอะไร เดือดร้อนอะไร รุ่นพี่จะคอยสนับสนุน”
“และถ้าคำตอบไม่สมเหตุสมผล ตอบแบบขอไปที อาจจะมีการปักหลักที่ อว. ย้ำว่า การดำเนินการต่างๆ ต้องขึ้นอยู่กับนักศึกษา ศิษย์ปัจจุบัน สมาคมศิษย์เก่าไม่ได้เป็นผู้วางแผนใดๆ!!”
พร้อมยืนยัน เหตุผลในการไม่ย้าย ขอให้ย้อนกลับไปที่มาของอุเทนฯ ว่าไม่เคยเช่าที่ดินจุฬาฯ และไม่เคยมีไม่มีสัญญาเช่าสักฉบับ ดังนั้น ความชอบธรรมของอุเทนฯ คือ เราตั้งอยู่ในพื้นที่ที่ได้มาจากการพระราชทานฯ
คงเถียงกันไม่จบสิ้นสำหรับข้อพิพาทเรื่องกรรมสิทธิ์ในการถือครองที่ดิน ระหว่างอุเทนฯ กับจุฬาฯ
กลายเป็นชนวนปัญหาให้ต่อสู้กันมาหลายสิบปี โดยเฉพาะทุกครั้งที่มีความรุนแรงเกิดขึ้นระหว่างสองสถาบัน
ซึ่งไม่ว่าจะงัดข้อกฎหมาย หรือเหตุผลเรื่องใดมาประกอบ สุดท้ายแล้วเรื่องก็จะวนกลับมาที่จุดเดิม
กระทั่งนักศึกษาจบออกไปรุ่นแล้วรุ่นเล่า พร้อมปลูกฝังทัศนคติความเชื่อ “รักสถาบัน” โดยมีรุ่นพี่-ศิษย์เก่าคอยสนับสนุน
ดังนั้น ทางออกของเรื่องนี้อาจต้องมองให้รอบด้าน และไปไกลกว่าการ “ย้ายอุเทนฯ” ออกจากพื้นที่เดิม โดยยึดผลประโยชน์ของประชาชนในพื้นที่ ความปลอดภัย และอนาคตของนักศึกษาปัจจุบันเป็นสำคัญ
พร้อมหาทางออกที่ไม่ทำให้ปัญหาความขัดแย้งถูกส่งต่อไปยังเด็กรุ่นต่อไป!!
