คอลัมน์ การเมืองวัฒนธรรม
โดย เกษียร เตชะพีระ

บันทึกความทรงจำคนไร้ราก (พิมพ์ครั้งแรก 2561) ของคุณวีระ ธีรภัทร ช่วง On University ชีวิตในมหาวิทยาลัย (17 ตอนจบ น.194-300) เล่าถึงเหตุการณ์หวาดเสียวรุนแรงแหลมคมสองตอนที่เผอิญผมในฐานะนักศึกษารัฐศาสตร์ ธรรมศาสตร์ รุ่นน้องคุณวีระหนึ่งปี ได้เข้าไปอยู่ร่วมด้วยโดยประจวบเหมาะ

เหตุการณ์แรกคือ การเดินขบวนของนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ไปสถานทูตอเมริกาที่ถนนวิทยุ เพื่อต่อต้านฐานทัพอเมริกันในเมืองไทยสมัยรัฐบาลนายกฯ ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช เมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2519 (https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=นักศึกษาเดินขบวนประท้วงที่สถานฑูตสหรัฐอเมริกา)

เมื่อขบวนผู้ประท้วงที่ค่อนข้างยาวเหยียดเดินไปตามถนนถึงบริเวณสยามสแควร์ และหัวขบวนเลยไปถึงหน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ก็มีระเบิดลูกหนึ่งถูกขว้างลงมาจากด้านบนของโรงภาพยนตร์สยามเข้าใส่ขบวนดังตูมสนั่น ควันคลุ้งลอยขึ้นสูงเห็นจากที่ไกลออกไปได้ถนัด ทำให้มีผู้เสียชีวิต 4 คน และบาดเจ็บอีกมาก

(เพื่อนนิสิตหญิงคนหนึ่งที่บาดเจ็บครั้งนั้นได้ไปเป็นอาจารย์สอนที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ในเวลาต่อมา เธอเล่าให้ผมฟังยี่สิบกว่าปีให้หลังว่าสะเก็ดระเบิดจากเหตุการณ์ดังกล่าวยังตกค้างอยู่ในขาเธอ ทำให้มีอาการปวดเจ็บเป็นครั้งคราว)

ปรากฏว่าคุณวีระซึ่งเป็นการ์ดอาสาของขบวนคนหนึ่ง ตามที่รุ่นพี่ขอร้องให้ช่วยและเดินจูงมือกันเป็นห่วงโซ่การ์ดล้อมรอบ ขบวนตอนนั้นเผอิญอยู่ห่างจากจุดระเบิดตกไม่เกิน 20 เมตร เคราะห์ดีแคล้วคลาดมาได้อย่างหวุดหวิดโดยไม่ได้รับบาดเจ็บ! (คนไร้ราก, น.207-208)

ส่วนผมเป็นการ์ดค่อนไปทางหัวขบวน จึงห่างจากจุดระเบิดตกไกลพอสมควร (อยู่บริเวณหน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ) พวกเราพากันตกใจและเคียดแค้น หลายคนร้องไห้น้ำตาไหลเป็นทาง แต่เมื่อพักขบวนเพื่อขนย้ายผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตไปโรงพยาบาลแล้ว พวกเราก็ยืนหยัดเดินขบวนต่อไปจนถึงจุดหมาย แล้วร่วมกันอ่านแถลงการณ์ก่อนจะสลายขบวนแยกย้ายกันกลับ

ผมเองเดินดุ่มโดยลำพังไปตามทางเท้าบนถนนสุขุมวิทซึ่งค่อนข้างเปลี่ยวร้างผู้คนเพราะย่ำค่ำแล้ว ไปหยุดอยู่หน้าร้านขายทีวี และยืนดูภาพข่าวการเดินขบวนและระเบิดลงตรงหน้าตู้โชว์กระจกของร้าน เมื่อมีคนมาออดูกันมากขึ้น ผมก็เอ่ยเล่าและประณามเรื่องที่เกิดขึ้นด้วยความอุกอั่งคับแค้นใจอย่างเหลือที่จะอดกลั้น ก่อนจะออกเดินต่อไป

ผมสังเกตว่ามีคนสองสามคนจากกลุ่มที่ดูข่าวทีวีหน้าร้านตอนนั้นฟังผมพูดแล้วทำท่าฮึดฮัดขัดเคืองและเดินตามมา ผมจึงวกเลี้ยวเข้าซอยข้างถนน หลบเข้าไปในตึกมืดที่กำลังก่อสร้างแห่งหนึ่ง มือควานคว้าอิฐก้อนเขื่องกุมไว้ในมือ รอพวกที่ตามมาพลางคิดว่า เป็นไงก็เป็นกัน…

ส่วนเหตุการณ์หลังคือ การชุมนุมต่อต้านการที่จอมพลถนอม กิตติขจร บวชเป็นสามเณรลอบกลับเข้าประเทศ (ตั้งแต่ 19 กันยายน 2519) โดยศูนย์กลางนิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทยเป็นแกนนำ ซึ่งย้ายที่ชุมนุมจากสนามหลวงหลบฝนเข้ามาชุมนุมยืดเยื้อต่อในธรรมศาสตร์ตั้งแต่ค่ำวันที่ 4 ตุลาคม 2519 (https://doct6.com/learn-about/how/chapter-4)

ปรากฏว่าทั้งคุณวีระกับผมต่างงดสอบและเข้าร่วมการชุมนุมประท้วงจอมพลถนอมกลับเข้าประเทศที่ธรรมศาสตร์ครั้งนี้ด้วยกัน และที่เผอิญยิ่งกว่านั้นคือ ทั้งคุณวีระกับผมต่างก็ตัดสินใจออกจากที่ชุมนุมเพื่อกลับบ้านไปพักผ่อนชั่วคราวในคืนวันที่ 5 ตุลาคมราวสามทุ่มเศษเหมือนกันด้วย (ผมจำได้ว่าไปขึ้นรถเมล์สาย 53 ที่เกือบจะหมดรอบวิ่งแล้วจากป้ายท่าพระจันทร์กลับบ้านแถวหัวลำโพง) ด้วยความตั้งใจว่าจะกลับมาร่วมชุมนุมต่อที่ธรรมศาสตร์เช้าวันรุ่งขึ้น (คนไร้ราก, น.254-255)

ทว่า วันรุ่งขึ้นกลับพลิกเปลี่ยนกลายเป็นวันฆ่านกพิราบและรัฐประหาร 6 ตุลาคม 2519 อันเป็นรอยด่างมิรู้ลืมในประวัติศาสตร์ไทย

จากนั้นคุณวีระกับผมก็แยกย้ายกันไปดำเนินชีวิตในช่วงของ “การเปลี่ยนผ่านแห่งยุคสมัย” (คนไร้ราก, น.234) กันคนละทิศละทาง

โดยคุณวีระตัดสินใจอยู่เรียนต่อไปในธรรมศาสตร์จนจบปีสี่ (คนไร้ราก, น.237, 253) ส่วนผมก็ตัดสินใจ “เข้าป่า” ไปต่อสู้ ปฏิวัติทางภาคอีสานใต้ชายแดนเขมรอยู่สี่ปีครึ่ง จนกลับออกมาเรียนต่อที่ธรรมศาสตร์เมื่อกลางปี 2524 (“บันทึกรู้สึกแห่งยุคสมัย” & “บันทึกนักศึกษาคืนสภาพ”, สรรนิพนธ์ 6 ตุลาฯ, น.24-48)

จึงกลายเป็นว่า ในห้วงประสบการณ์และความทรงจำของผมไม่มีภาพความรู้ความเข้าใจเลยว่าเกิดอะไรขึ้นบ้างที่ธรรมศาสตร์ และในบ้านเมืองหลังเหตุการณ์ฆ่าหมู่และรัฐประหาร 6 ตุลาคม 2519

เรื่องเหล่านี้ผมได้ความกระจ่างชัดเจนยิ่งจากบันทึกคนไร้รากของคุณวีระผู้อยู่ในเหตุการณ์และสภาพการณ์ดังกล่าว คุณวีระสรุปรวบยอดภาพรวมตอนนั้นไว้อย่างแรง คม และชัดแจ้งว่า


รัฐบาลนายกรัฐมนตรีธานินทร์ กรัยวิเชียร (8 ตุลาคม 2519-20 ตุลาคม 2520)

“ยุคแห่งความหวาดกลัว (Reign of Terror – เรนจ์ ออฟ เทอร์เรอร์) ของจริงเคยเกิดขึ้นในสังคมไทยมาแล้วในช่วงปลายปี 2519 จนถึงปลายปี 2520…

“บ้านเมืองในเวลานั้น การตกเป็นผู้ต้องหาคดีอาญาด้วยข้อหาที่น่ากลัวมากคือ “เป็นคอมมิวนิสต์” และ “เป็นภัยต่อสังคม” เป็นเรื่องที่สามารถเกิดขึ้นกับใครก็ได้…

“ผมบอกได้เลยว่าตลอดเวลา 1 ปีของรัฐบาลเผด็จการพลเรือนที่มีคุณธานินทร์ กรัยวิเชียร เป็นนายกรัฐมนตรี โดยมีคณะนายทหารที่เรียกชื่อตัวเองว่า “คณะปฏิรูปฯ” ให้การสนับสนุนอุ้มชูนั้น เป็นช่วงเวลาที่เลวร้ายที่สุดในการต้องเป็นประชาชนพลเมืองในสังคมไทยครับ”

คือย่ำแย่เลวร้ายกว่า “รัฐบาล คสช. ของคุณประยุทธ์ที่เราเรียกกันแบบตรงไปตรงมาว่าเป็นรัฐบาลเผด็จการทหาร” ด้วยซ้ำไป (คนไร้ราก, น.266)


มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ช่วงหลังเหตุการณ์ฆ่าหมู่และรัฐประหาร 6 ตุลาคม 2519

“ผมกลับไปเรียนมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ตามปกติ

“แต่ผมรู้เลยว่าช่วงเวลาแค่ 1 เดือนที่ผ่านมาก่อนและหลังเหตุการณ์ 6 ตุลา ทุกอย่างเปลี่ยนไปแบบหน้ามือเป็นหลังมือ ภายในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ที่เคยคึกคัก ขัดแย้ง ถกเถียงกันดุเดือดเผ็ดร้อน

“บัดนี้เงียบสงบนิ่ง ไม่ต่างจากป่าช้า

“ไร้ชีวิตชีวา ไร้บรรยากาศ ไร้อนาคต หมดความหวัง

“เหมือนกับสมรภูมิรบที่จบลงด้วยซากศพและคนบาดเจ็บที่ต้องการเยียวยาอย่างเร่งด่วนและทันที

“ผมไม่เห็นเพื่อนๆ พี่ๆ และน้องๆ ที่คุ้นหน้า ผมไม่เห็นครูบาอาจารย์ที่เคยสอน ส่วนคนที่เคยสอนและยังอยู่สอนต่อก็มีสีหน้าที่เศร้าสลดหดหู่ชนิดบอกไม่ถูก

“ผู้บริหารมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ชุดเดิมที่มี อ.ป๋วย อึ๊งภากรณ์ เป็นอธิการบดี หายหน้าหายตาไปเพราะถูกปลดยกชุด คณบดีบางคณะก็มีการเปลี่ยนแปลงเช่นเดียวกัน ไม่รวมผู้บริหารระดับรองๆ ของมหาวิทยาลัยที่ต้องมีการเปลี่ยนแปลงไปด้วยเช่นกัน

“บรรยากาศในมหาวิทยาลัยในตอนนั้นน่าอึดอัดมาก การระมัดระวังตัวเช่นนี้ดำเนินไปตลอดการศึกษาภาคหลังหรือเทอม 2 ของปีการศึกษาปีที่ 3 ของผมที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ครับ” (คนไร้ราก, น.269)

สอดคล้องกับที่ผมเคยได้ยินอาจารย์ผู้ใหญ่บางท่านเล่าว่า สมัยนั้นคณาจารย์ถูกเกณฑ์ให้ไปเข้าโครงการอบรมจิตใจในสถาบันการศึกษาโดย กอ.รมน. ตามนโยบายของรัฐบาลธานินทร์ มีการกล่าวคำปฏิญาณ ร้องเพลงหมู่ ฯลฯ

สุดท้ายนี้ก็ขอขอบคุณคุณวีระที่ช่วยบันทึกประสบการณ์ความทรงจำอันทรงคุณค่าแห่งยุคสมัยและชีวิตของผู้คน เพื่อให้เพื่อนคนไทยได้อ่านคิดเปรียบเทียบทบทวนเป็นอนุสติแก่สังคมของเราร่วมกันต่อไป

*ภาพปก ภาพเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 ในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ที่มา https://www.silpa-mag.com/this-day-in-history/article_3139)



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

โชยุราเมนหมูทงคัตสึ
ฟันโทษแมนซิตี้ ผิดกฎการเงิน 114 ข้อ สะเทือนวงการลูกหนังผู้ดี
สต๊อกสะสมบ้านคอนโดฯ เริ่มลดลง
ถอดรหัสแวดวงยานยนต์เมืองไทย สกัดรถนำเข้า-ผู้บริโภคเปลี่ยนไป
2 ทอง 1 เงินเอเชี่ยนเกมส์ ‘ยูเซน บิว’ ภูริพล บุญสอน ก้าวสู่ตัวท็อปเวิลด์คลาส
หอมหมื่นลี้ ไหว้พระจันทร์
การช่วยชีวิต ไม่ใช่เรื่องไร้สาระ
อ่านคนไร้ราก (จบ)
‘Thai’s Got Talent’s (TGT)’: วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมให้ทุกคนเก่ง
E-DUANG | หยิก”เล็บ” เจ็บลึกถึง “เนื้อ” กรณี สุชาดา แทนทรัพย์
คิดต่อจาก 6 ตุลา (8) : ร่างเพื่อนล้มลง เรายังอยู่
การ์ตูน จุก ชายคา