bg-single

การช่วยชีวิต ไม่ใช่เรื่องไร้สาระ

03.10.2026

คอลัมน์ ฝนไม่ถึงดิน
โดย ษัษฐรัมย์ ธรรมบุษดี

ช่วงปลายเดือนกันยายนที่ผ่านมา ฝนที่ตกแช่ต่อเนื่องหลายชั่วโมงจากหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงทำให้กรุงเทพฯ และปริมณฑลเข้าสู่ภาวะวิกฤต ถนนหลายสายในจตุจักร ลาดพร้าว แจ้งวัฒนะ รามคำแหง อ่อนนุช และนวมินทร์กลายสภาพเป็นคลอง ผู้คนจำนวนมากต้องอพยพออกจากบ้านไปยังศูนย์พักพิง

ภาพชาวแฟลตคลองจั่นยืนรอรับน้ำดื่มและบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป

ภาพอาสาสมัครพายเรือเข้าไปรับผู้สูงอายุและผู้ป่วยติดเตียงออกจากซอยที่น้ำท่วมถึงเอว

เป็นภาพที่คนเมืองคุ้นเคยจนแทบไม่ต้องบรรยาย

ในยามเช่นนี้ไม่มีใครถามว่าการช่วยคนออกจากน้ำเป็นเรื่องคุ้มค่าหรือเปล่า ไม่มีใครยืนริมน้ำแล้วถกเถียงว่าคนที่ติดอยู่ข้างในสมควรได้รับความช่วยเหลือหรือไม่

เราทุกคนเข้าใจตรงกันโดยสัญชาตญาณว่า เมื่อชีวิตคนตกอยู่ในอันตราย สิ่งแรกที่ต้องทำคือช่วย

ในเวลาใกล้เคียงกัน ผมได้ดูภาพยนตร์เรื่อง 23,000 Lives บน Netflix ซึ่งสร้างจากเรื่องจริงของ Jugend Rettet กลุ่มคนหนุ่มสาวชาวเยอรมันที่ไม่เคยมีประสบการณ์กู้ภัยทางทะเลมาก่อน พวกเขาระดมทุนจากประชาชน ซื้อเรือประมงเก่าลำหนึ่ง ตั้งชื่อว่า Iuventa แล้วออกไปกลางทะเลเมดิเตอร์เรเนียน เพื่อดึงผู้ลี้ภัยที่หนีออกจากลิเบียขึ้นจากเรือยางและเรือไม้ที่บรรทุกคนเกินกำลังจนใกล้จม

ตลอด 16 ภารกิจในปี 2016 ถึง 2017 พวกเขามีส่วนช่วยชีวิตคนได้มากกว่า 23,000 คน

ตัวเลขนี้กลายเป็นชื่อของภาพยนตร์

สิ่งที่ทำให้ภาพยนตร์เรื่องนี้เจ็บปวดคือสิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากนั้น

ทางการอิตาลียึดเรือ Iuventa และตั้งข้อหาลูกเรือ ข้อกล่าวหาทางกฎหมายมาพร้อมกับเสียงวิจารณ์ทางการเมืองชุดหนึ่งที่เราคุ้นหูดี ว่าการช่วยคนกลางทะเลเท่ากับการสนับสนุนการลักลอบเข้าเมือง เป็นแรงจูงใจให้คนลงเรือมากขึ้น เป็นความใจดีที่ไร้เดียงสาและไร้สาระ

คดีลากยาวถึง 7 ปี ผ่านการพิจารณากว่า 40 ครั้ง จนกระทั่งวันที่ 19 เมษายน 2024 ศาลเมืองตราปานีจึงยุติคดี โดยวินิจฉัยว่าความผิดตามข้อกล่าวหาไม่ได้เกิดขึ้นจริง และการหนีออกจากสภาพในลิเบีย รวมถึงการช่วยเหลือให้หนีได้ เป็นสิ่งจำเป็น

ทว่า ตลอด 7 ปีนั้น เรือ Iuventa จอดผุพังอยู่ในท่าเรือ ไม่ได้ออกไปช่วยชีวิตใครอีกเลย


ความยุติธรรมที่มาถึงในปีที่ 7 ไม่อาจคืนชีวิตให้คนที่จมน้ำไปในช่วงเวลาที่เรือถูกกักไว้

นี่คือบทเรียนที่สำคัญที่สุดของเรื่องนี้

เวลาของกระบวนการกับเวลาของชีวิตมนุษย์เดินด้วยจังหวะที่ต่างกันมาก

สำหรับรัฐ ผู้พิพากษา และนักการเมือง 7 ปีเป็นเพียงช่วงหนึ่งของกระบวนการ

สำหรับคนที่อยู่ในเรือยางกลางทะเล ความล่าช้าเพียงไม่กี่ชั่วโมงหมายถึงชีวิตทั้งชีวิต

หลุยส์ ฮอฟมันน์ นักแสดงนำของเรื่อง พูดไว้ในทำนองว่าความตายในทะเลเกิดจากการตัดสินใจทางการเมืองที่ขวางกั้นการช่วยเหลือ ในขณะที่ความสามารถในการช่วยนั้นมีอยู่แล้ว

ประโยคนี้ควรทำให้เราทุกคนที่มีอำนาจตัดสินใจในระบบสวัสดิการต้องหยุดคิด

ผมนึกถึงเรื่องนี้ทุกครั้งที่นั่งในห้องประชุมคณะกรรมการประกันสังคม

เพราะงานพัฒนาสิทธิประโยชน์ก็คืองานช่วยชีวิตอีกรูปแบบหนึ่ง เพียงแต่มันเงียบกว่า ช้ากว่า และมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า

เมื่อเราเสนอให้เพิ่มเงินสงเคราะห์บุตร ขยายสิทธิทันตกรรม ปรับสูตรบำนาญเป็นสูตร CARE ที่นำค่าจ้างตลอดชีวิตการทำงานมาปรับมูลค่าให้เป็นธรรม หรือพัฒนาสิทธิประโยชน์ของแรงงานนอกระบบในมาตรา 40

เรามักได้ยินเสียงตอบกลับแบบเดียวกับที่ลูกเรือ Iuventa ได้ยิน ว่าเป็นประชานิยม จะทำให้กองทุนล้ม ไม่จำเป็นต้องรีบ ควรศึกษาเพิ่มเติมอีกสักระยะ

บางเสียงถึงกับมองว่าเป็นเรื่องไร้สาระที่ไม่ควรเสียเวลาของที่ประชุม

ตัวเลขของสำนักงานประกันสังคมเองบอกเราอีกเรื่องหนึ่ง ในปี 2567 ระบบจ่ายประโยชน์ทดแทนกรณีตายให้ผู้ประกันตนมาตรา 33 และมาตรา 39 จำนวน 33,746 ครั้ง เฉลี่ยวันละราว 92 คน

จ่ายกรณีทุพพลภาพ 21,759 คน และกรณีว่างงาน 218,467 ครั้ง

นี่คือคนวัยทำงานที่ยังส่งเงินสมทบอยู่ ยังไม่นับผู้รับบำนาญอีกราว 800,000 ถึง 900,000 คน ซึ่งหากประมาณจากอัตราการตายของกลุ่มอายุ 55 ปีขึ้นไป จะมีผู้รับบำนาญเสียชีวิตราววันละ 50 คน

หมายความว่า ทุกวันที่การปรับสูตรบำนาญถูกเลื่อนออกไป จะมีคนราว 50 คนจากไปโดยไม่เคยได้รับบำนาญที่เป็นธรรมกว่าเดิมแม้แต่บาทเดียว หากเลื่อนออกไป 1 ปี ตัวเลขนี้
คือราว 18,000 คน

ใกล้เคียงกับจำนวนชีวิตที่เรือลำเล็กลำหนึ่งช่วยไว้ได้กลางทะเล

ความตายและความเจ็บป่วยที่เกิดจากนโยบายล่าช้าไม่เคยปรากฏเป็นภาพข่าว

มันปรากฏเป็นแม่ที่ต้องลาออกจากงานเพราะรายได้ไม่พอจ้างคนดูแลลูก

เป็นแรงงานวัย 50 ที่ปล่อยฟันผุจนติดเชื้อเพราะวงเงินทันตกรรมไม่พอ

เป็นผู้รับบำนาญที่ได้เดือนละไม่กี่พันบาทแล้วต้องเลือกระหว่างค่ายากับค่าข้าว

เป็นแรงงานนอกระบบที่ล้มป่วยแล้วขาดรายได้ทันทีเพราะความคุ้มครองยังไปไม่ถึง

สิ่งเหล่านี้คือโอกาสในชีวิตที่หายไปทีละน้อย สะสมจนกลายเป็นความเหลื่อมล้ำที่ส่งต่อไปถึงรุ่นลูก

ในวิชานโยบายสังคม เราเรียกปรากฏการณ์นี้ว่าความตายที่ผลิตขึ้นโดยนโยบาย ความตายที่ป้องกันได้หากรัฐและสถาบันตัดสินใจเร็วพอ

น้ำท่วมรอบนี้ทำให้เรื่องดังกล่าวชัดเจนขึ้นอีก ผู้ประกันตนจำนวนมากต้องหยุดงานเพราะเดินทางไม่ได้ บ้านเรือนเสียหาย สถานประกอบการปิดชั่วคราว

คนทำงานรายวันและแรงงานมาตรา 40 ขาดรายได้ทันทีตั้งแต่วันแรกที่น้ำเข้าบ้าน ในสถานการณ์เช่นนี้ ระบบประกันสังคมควรเป็นเรือกู้ภัยลำแรกที่ออกไปถึงผู้คน
คำถามที่ต้องถามอย่างซื่อตรงคือ เรามีเครื่องมือพร้อมออกเรือทันเวลาหรือเปล่า

หรือเราจะต้องประชุม ศึกษา และรอความเห็นชอบอีกหลายชั้นจนน้ำลดไปแล้ว คนที่ต้องการความช่วยเหลือที่สุดก็ได้แบกรับความเสียหายไว้เองเรียบร้อยแล้ว

สิ่งที่ผมอยากชวนคิดคือ ความลักลั่นทางศีลธรรมในสังคมของเรา

เมื่อเห็นคนจมน้ำอยู่ตรงหน้า เราช่วยทันทีโดยไม่ลังเล

แต่เมื่อคนกำลังจมอยู่ในความยากจนหลังเกษียณ ในหนี้สินจากการเจ็บป่วย หรือในภาระเลี้ยงดูลูก เรากลับถกเถียงกันได้เป็นปีว่าควรช่วยหรือไม่ ทั้งที่เงินในกองทุนคือเงินที่ผู้
ประกันตนสะสมไว้เพื่อตัวเขาเอง

ความรอบคอบทางการคลังเป็นเรื่องจำเป็น

ผมในฐานะกรรมการให้ความสำคัญกับความยั่งยืนของกองทุนเสมอ

และยืนยันมาตลอดว่าสิทธิประโยชน์ การบริหาร และการลงทุนเป็นเรื่องเดียวกัน

การลดความสิ้นเปลืองในการบริหารและการลงทุนอย่างโปร่งใสคือแหล่งทรัพยากรที่นำกลับมาพัฒนาสิทธิประโยชน์ได้จริง

ทว่า ความรอบคอบที่กลายเป็นข้ออ้างให้เลื่อนออกไปเรื่อยๆ ก็เป็นการตัดสินใจทางการเมืองแบบหนึ่งเช่นกัน

เป็นการเลือกให้ผู้คนแบกความเสี่ยงของชีวิตไว้เองต่อไป

ศาลอิตาลีใช้เวลา 7 ปีกว่าจะยืนยันสิ่งที่ลูกเรือ Iuventa รู้ตั้งแต่วันแรก ว่าการช่วยชีวิตเป็นสิ่งจำเป็น

ผมไม่อยากให้ผู้ประกันตนไทยต้องรออีก 7 ปีกว่าที่ใครสักคนจะยอมรับว่าการพัฒนาสิทธิประโยชน์เป็นสิ่งจำเป็น

เช่นเดียวกัน ตัวเลข 23,000 ในชื่อภาพยนตร์คือจำนวนชีวิตที่รอดมาได้ เพราะมีคนกลุ่มหนึ่งไม่ยอมรอ

ส่วนตัวเลขที่เราไม่มีวันรู้คือจำนวนชีวิตที่หายไประหว่างที่เรือถูกกักไว้ในท่า

ระบบประกันสังคมก็มีตัวเลขแบบนี้ซ่อนอยู่ในทุกวันที่เราเลื่อนการตัดสินใจออกไป

การช่วยชีวิตจึงไม่เคยเป็นเรื่องไร้สาระ

สิ่งที่ไร้สาระอย่างแท้จริงคือการปล่อยให้ผู้คนค่อยๆ จมลงระหว่างที่เรายังถกเถียงกันว่าเขาสมควรได้รับการช่วยเหลือหรือไม่



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

โชยุราเมนหมูทงคัตสึ
ฟันโทษแมนซิตี้ ผิดกฎการเงิน 114 ข้อ สะเทือนวงการลูกหนังผู้ดี
สต๊อกสะสมบ้านคอนโดฯ เริ่มลดลง
ถอดรหัสแวดวงยานยนต์เมืองไทย สกัดรถนำเข้า-ผู้บริโภคเปลี่ยนไป
2 ทอง 1 เงินเอเชี่ยนเกมส์ ‘ยูเซน บิว’ ภูริพล บุญสอน ก้าวสู่ตัวท็อปเวิลด์คลาส
หอมหมื่นลี้ ไหว้พระจันทร์
การช่วยชีวิต ไม่ใช่เรื่องไร้สาระ
อ่านคนไร้ราก (จบ)
‘Thai’s Got Talent’s (TGT)’: วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมให้ทุกคนเก่ง
E-DUANG | หยิก”เล็บ” เจ็บลึกถึง “เนื้อ” กรณี สุชาดา แทนทรัพย์
คิดต่อจาก 6 ตุลา (8) : ร่างเพื่อนล้มลง เรายังอยู่
การ์ตูน จุก ชายคา