ในประเทศ
บางครั้งก็อดเปรียบเทียบไม่ได้ว่าการเมืองไทยก็คล้ายกับการเล่น “หวย”
ในศึกเลือกตั้งแต่ละครั้ง โลกประชาธิปไตยปกติที่มีการแข่งขันทางการเมืองกันแบบตรงไปตรงมา เขาจะรู้ว่าใครชนะ ใครได้รับความนิยมสูงสุดในช่วงเวลานั้น ก็จะได้เป็นผู้นำตั้งรัฐบาล
แต่การเมืองไทยรอบ 2 ทศวรรษที่ผ่านมา สะท้อนชัดว่าเรายังเป็นประเทศ “มีประชาธิปไตย” แต่ไม่ (ค่อย) ปกติ
ผู้ที่ชนะด้วยคะแนนสูงสุด ผู้ที่ได้รับการยินยอมยอมรับจากผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งอาจไม่ได้เป็นรัฐบาล
หลักฐานก็คือ การเลือกตั้งปี 2562 และ 2566 ที่คนชนะเลือกตั้งต้องเจอกับกลไกระบบการเมืองพิสดารซับซ้อน ที่ออกแบบมาสกัดฝ่ายตรงข้ามทางการเมือง
หรือหากย้อนกลับไปก่อนหน้าสักหน่อย ก็จะพบว่าผู้ชนะทางการเมือง ตั้งรัฐบาลอยู่ได้ไม่นานก็ต้องมีอันเป็นไป
ไม่โดนนิติสงคราม ก็เจอรัฐประหาร
หรือบางที “หวย” อาจจะคาดเดาผลความน่าจะเป็นได้มากกว่าการเมืองไทยก็เป็นได้
เพราะดูเหมือนเกมนี้จะออกแบบมาเพื่อให้ฝ่ายหนึ่งครองอำนาจมาตลอด กีดกันฝ่ายหนึ่งโดยตลอด โดยมีการเลือกตั้งเป็นเพียงพิธีกรรมประดับ
แล้วการเมืองไทยก็วนกลับมาสู่ช่วงเวลาลุ้นระทึก ถึงเวลาออกสลากกินแบ่งทางการเมืองครั้งใหม่ งวดประจำวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569
ครั้งนี้ ไม่ต้องเป็นเซียนการเมืองก็ย่อมต้องเห็นตรงกันว่า “สลากตัวเต็งที่จะออก” มีด้วยกัน 3 เลขหมาย คือสลากสีแดง พรรคเพื่อไทย สลากสีน้ำเงิน พรรคภูมิใจไทย และสลากสีส้ม พรรคประชาชน
หวยของค่ายสีแดง พรรคเพื่อไทย หาเสียงโค้งสุดท้าย เรียกเซอร์ไพรส์ด้วยนโยบาย “หวยเศรษฐี 9 ล้าน 9 คน” แจกเงินล้านบาททุกวันวันละ 9 คน โดยสุ่มจากหมายเลขประชาชนส่วนหนึ่งและจากหมายเลขใบเสร็จส่วนหนึ่ง
ข้อดีของนโยบายนี้ เพื่อไทยระบุว่า จะทำให้ร้านค้าเข้าสู่ระบบภาษี ส่วนข้อดีที่เพื่อไทยไม่ได้ระบุก็คือ นโยบายนี้ดีเด่นด้านการตลาดและการสื่อสารเป็นอย่างยิ่ง
ข้อเสียหรือข้อวิจารณ์นั้น ฟากรายย่อยก็มองว่าไม่มีหลักประกันว่าจะสามารถทำได้จริง เหมือนนโยบายหาเสียงแจกเงินในอดีตจึงต้องการรอติดตามความชัดเจนของนโยบายมากกว่านี้
ขณะที่ฟากนักเศรษฐศาสตร์ก็ติติงว่าเป็นการลอกไต้หวันโมเดลมาแค่เปลือก เน้นกระแสทางการเมืองมากกว่ามุ่งผลต่อเศรษฐกิจจริง ยังไม่สามารถสร้างแรงจูงใจดึงผู้ประกอบการเข้าระบบได้มากจนสร้างแรงกระเพื่อมทางเศรษฐกิจ
ต้องยอมรับว่าหมัดเด็ดโค้งสุดท้ายของเพื่อไทย ไม่ธรรมดา เป็นไปตามดีเอ็นเอค่ายแดงอย่างแท้จริง
หากวิเคราะห์กันด้วยหลักการ ยอมรับว่า “หวย 9 เศรษฐี” เร้าใจเป็นอย่างยิ่ง-จัดว่าแซ่บ
แต่หากมองจากบริบทความจริงทางการเมืองที่ผ่านมา หนีไม่พ้นคำถามว่าถ้าเลือกแล้ว มีอำนาจแล้วจะทำได้จริงหรือ?
คนยังไม่ลือวาทกรรม “เทคนิคหาเสียง” ของอดีตหัวหน้าพรรคเพื่อไทย วันที่พลิกขั้วหันมาจับมือค่ายสีน้ำเงิน
กระทั่งรัฐบาลเพื่อไทยครองอำนาจมามากกว่า 2 ปี ก็ยังไม่สามารถผลักดันนโยบายเรือธงที่เคยประกาศไว้ได้สำเร็จ
โจทย์ของค่ายสีแดงในวันนี้จึงอยู่ที่จะทำให้คน “เชื่อ” ได้อย่างไร มากกว่าจะทำให้คน “รู้” ได้อย่างไร
การผลักดันบทบาทของเชน ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกฯ ของพรรค แม้จะราบรื่น สร้างความประทับใจในหลายเวทีดีเบต แต่ก็เป็นบทบาทโดดเด่นแค่คนเดียว
ค่ายสีแดงรอบนี้ขาดผู้เล่นหน้าใหม่ในระดับแกนนำ หากเทียบกับการเลือกตั้งครั้งก่อน ยิ่งกว่านั้นคือ การขาดนโยบายด้านการผลักดันประชาธิปไตยและการแก้ไขปัญหาการเมือง ดูเหมือนครั้งนี้ค่ายสีแดงมุ่งเน้นเรื่องเศรษฐกิจและสังคมเป็นหลัก
หวย 9 เศรษฐีจึงถูกผลักดันมาในโค้งสุดท้ายเพื่อเรียกเสียงฮือฮา
ส่วนคอหวยจะซื้อหรือไม่ 8 กุมภาพันธ์ เดี๋ยวได้รู้กัน
ด้านค่ายสีส้ม โค้งสุดท้าย ก็ยังขายนโยบาย “หวยใบเสร็จ SME” เป้าหมายหลักคือสร้างแต้มต่อ SMEs สู้กับบริษัทขนาดใหญ่ ดึงรายย่อยเข้าสู่ระบบภาษีโดยใช้การลุ้นรางวัลผ่านระบบหวยของผู้บริโภคเป็นพลังขับเคลื่อน
นโยบายนี้ของพรรคส้มไม่ได้เร้าใจอะไรมาก เนื่องจากเรื่องนี้เป็นถูกประกาศเป็นนโยบายหาเสียงมาตั้งแต่เลือกตั้งครั้งก่อน
หากเทียบกับอีกค่าย ก็ต้องบอกว่าค่ายสีแดงมาทีหลังจึงเร้าใจกว่า
แน่นอนว่า เวลาคนจะเลือกตัดสินใจกาคะแนนให้ใครก็คงไม่ได้เปรียบกันเฉพาะนโยบาย “หวย”
เพราะโค้งสุดท้ายของค่ายส้มรอบนี้ก็ไม่ธรรมดา
จากที่เคยถูก “รุม” พรรคส้มวันนี้กลับกระแสพุ่งขึ้น
ตั้งแต่การจุดประเด็นประกันสังคม ทำให้คนเห็นความบกพร่องในการลงทุน การจัดการบริหารกองทุนประกันสังคม การเอางบบริหารไปใช้จ่ายอย่างไม่สมเหตุผลในหลายเรื่อง ซึ่งเป็นเรื่องใหญ่ที่หลายคนไม่เคยรู้มาก่อน
ไม่นับเรื่องผลประโยชน์ที่หลายๆ เรื่องดูเหมือนจะเข้าข่ายทับซ้อนน่าสงสัย คะแนนยิ่งไหลกลับมาหาค่ายส้ม
ยังจะมีประเด็นของ นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ผู้สมัคร ส.ส.สงขลา พรรคประชาชน อดีต ผอ.โรงพยาบาลจะนะ และเคยเป็นประธานชมรมแพทย์ชนบท ไม้เบื่อไม้เมาของนายอนุทิน ชาญวีรกูล ที่จู่ๆ เจอ มติ อ.ก.พ.สธ. สั่งให้ออกจากราชการจากข้อหาเรื่องการจัดซื้อเครื่องตรวจ ATK เมื่อครั้งโควิด-19 ระบาด
แต่ที่เป็นประเด็นเพราะมติ 3 ต่อ 3 เท่ากัน ฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยล้วนแต่เป็นผู้ทรงคุณวุฒิจากภายนอก ส่วนฝ่ายที่เห็นด้วยล้วนเป็นฝ่ายข้าราชการประจำ ใกล้ชิดฝ่ายการเมือง ก่อนที่ รมว.สธ.จะเป็นเสียงชี้ขาด ยิ่งก่อให้เกิดข้อสงสัยอย่างสูง
โชคดีที่เรื่องนี้ต้องผ่านบอร์ด ก.พ.คณะใหญ่ก่อน นพ.สุภัทรจึงยังคงมีสิทธิ์ลงสมัคร ส.ส.ได้ต่อไป แต่เรื่องนี้ยิ่งทำให้เกิดกระแสตีกลับ
ไม่ว่าจะเป็นนายสมบัติ บุญงามอนงค์ ไม่ว่าจะเป็นรสนา โตสิตระกูล ไม่ว่าจะเป็นสภานักศึกษาหลายมหาวิทยาลัย ต่างออกมาแสดงจุดยืนปกป้อง นพ.สุภัทร
แม้แต่มานะ นิมิตรมงคล ประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่นประเทศไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการแก้ไขปัญหาจัดซื้อจัดจ้างของกรมบัญชีกลางช่วงเกิดโควิด-19 ยังออกมายืนยัน จัดซื้อ ATK ของทีมแพทย์ชนบททำได้ ไม่ได้เข้าข่ายแบ่งซื้อแบ่งจ้าง มีหนังสือราชการยกเว้นชัดเจน
กระแสจึงตีกลับ คะแนนนิยมกลับมาหาค่ายส้มเพิ่มขึ้นอีก
ดูได้จากผลโพลของสถาบันการศึกษาหลายสำนัก สัปดาห์นี้คะแนนนิยมค่ายสีส้มนำมาเป็นอันดับ 1 แม้หลายโพลจะนำไม่ห่างมาก
แม้ไม่มีพิธาฟีเวอร์ แต่รอบนี้ก็มีรักชนกฟีเวอร์
สัปดาห์นี้ค่ายส้มได้ magic moment ไปหลายรอบ คลิปที่ทำหลายคนน้ำตาไหล คือคลิปหญิงขายข้าวโพดที่จังหวัดพะเยา ขับรถพ่วงข้างมาปาด พร้อมส่งกำไลให้ไอซ์ รักชนก พร้อมฝากความหวังให้ไอซ์ รักชนก ทำเพื่อชาติบ้านเมือง เหยียบเทาให้จมดิน ก่อนยกข้าวโพดต้มที่มีให้รถหาเสียงไว้กินทั้งหมด
เป็นคลิปที่ดูในแพลตฟอร์มออนไลน์หลายล้านวิว
ส่วนบรรยากาศเวทีปราศรัยรอบนี้ก็ไม่แพ้ปี 2566 ไม่ว่าจะเป็นที่สามย่าน ระยอง บางแสน สมุทรปราการ ค่ายสีส้มยังได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่น
แต่เส้นทางสู่ทำเนียบของค่ายส้มก็ไม่ง่าย เนื่องด้วยสถานะความเป็น “หัวเดียวกระเทียมลีบ” ในการเมืองไทย
เพราะสัจธรรมก็คือแทบไม่มีขั้วการเมืองไหนอยากร่วมรัฐบาลกับค่ายส้ม โจทย์ของพรรคประชาชนวันนี้จึงต้องเอาชนะทางการเมืองให้ได้เกิน 250 ที่นั่ง ซึ่งเป็นไปได้ยากอย่างยิ่ง
จากวันนี้จนถึงวันเลือกตั้ง พรรคส้มและนโยบายหวยใบเสร็จ จะต้องเจอเตะสกัดอีกมากมาย
จนกว่าจะถึงวันที่ 8 กุมภาพันธ์ ถึงจุดรู้ว่า ชาวไทยซื้อ “หวยใบเสร็จ” หรือเปล่า?
ขณะที่ค่ายสีน้ำเงิน รอบนี้มาด้วยข่าวลือว่าเป็น “หวยล็อก”
ในที่นี้ก็คือกระแสข่าวว่ามีการล็อกเก้าอี้นายกฯ ไว้แล้วว่าชื่อ อ.อนุทิน ชาญวีรกูล
สอดคล้องกับผลวิเคราะห์ของนักวิชาการด้านรัฐศาสตร์หลายสำนัก
เห็นตรงกันว่ารอบนี้สีน้ำเงินคือตัวเต็ง แข็งแกร่งที่สุด ไม่ว่าจะในแง่ทรัพยาการการเมือง บุคคล และอำนาจ
ในสนาม ส.ส.เขต พรรคสีน้ำเงินแข็งแกร่งที่สุดเพราะรอบนี้ดึง ส.ส.และ อดีต ส.ส.เดิมไว้มากที่สุด กลายเป็นพรรคบ้านใหญ่
ในสนามปาร์ตี้ลิสต์ค่ายสีน้ำเงินรู้ว่าเป็นจุดอ่อน รอบนี้ก็สู้ไม่ถอยดึงระดับมือโปร-เทคโนแครตตัวท็อปด้านเศรษฐกิจ การค้า และการต่างประเทศมาร่วมทีมได้สำเร็จ
ในด้านอุดมการณ์ แกนนำค่ายสีน้ำเงินยังประสบความสำเร็จในการชูธงอนุรักษนิยม-ทหารนิยมอย่างหนัก ลงพื้นที่ชายแดนถี่ยิบ
ไฮไลต์ก็คือการออกปากของนายอนุทิน “ขอคะแนนลุงตู่มาช่วยหนู” เพื่อแสดงให้เห็นความเป็นตัวจริงฝ่ายอนุรักษนิยม หรือกรณี ศุภมาส อิศรภักดี แกนนำพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ในฐานะดูแลพื้นที่ กทม. ออกมาประกาศไม่เลือกเราเขามาแน่ ถ้าไม่เลือกน้ำเงิน ฝ่ายตรงข้ามก็มาแน่นอน เพื่อชี้ให้เห็นยุทธศาสตร์อนุรักษนิยมสู้ทีมรุ่นใหม่
ยิ่งผสานเข้ากับความสัมพันธ์ทางการเมืองของแกนนำภูมิใจไทย เช่นนายอนุทินกับชนชั้นนำของไทยที่เป็นไปด้วยดีตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา
ขณะที่ฝ่ายตรงข้ามสีน้ำเงินต่างเจอขั้วอำนาจเก่าเล่นงานสะบักสะบอม ส่วนสีน้ำเงินไฟเขียวผ่านตลอด
จึงไม่ต้องแปลกใจถ้ากูรู นักวิชาการ และนักวิเคราะห์ทางการเมือง จะแทงหวยอนุทิน หรือเรียกค่ายสีน้ำเงินว่าเป็น “หวยล็อก”
ขาดแค่เพียงคะแนนและเก้าอี้ผู้แทนตามเป้ารัฐบาลผสม ก็เข้ามานั่งเก้าอี้นายกฯ ต่อได้สบาย
8 กุมภาพันธ์ 2569 จึงเป็นเดิมพันสำคัญทางการเมืองของทุกค่ายสี
แต่นอกจากเป็นวันเลือกตั้ง เพื่อเปลี่ยนผ่านอำนาจของขั้วการเมืองต่างๆ ยังเป็นวันสำคัญที่จะชี้ชะตาโครงสร้างการเมืองที่ครอบนำประเทศไทยอยู่
นอกจากเลือกรัฐบาล อยากให้หวยไปออกที่ใคร ยังจะเป็นวันเลือก “กติกาการออกหวยใหม่” เพราะมีการทำประชามติรัฐธรรมนูญด้วยอีกใบ
เพราะที่ผ่านมาหวยมัน “ล็อก” กันได้
ส่วนหวยจะออกเลขอะไร คนไทยจะเห็นชอบให้เปลี่ยนกติกาหวยใหม่หรือไม่?
จากนี้ จับตาอย่ากะพริบ
เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต
