
แล้วกรณีอันเกี่ยวกับ “อโลฮา ฮาวาย” ก็เป็นอีก “รูปธรรม” 1 ของการรุกคืบในพรมแดนแห่ง “สื่อ”
นั่นก็คือ บทบาทของ “สื่อกระจก”
สะท้อนสถานะอันเป็นความ “เหนือกว่า” รวดเร็วกว่าและลงลึกในรายละเอียดได้มากกว่า
กระทั่ง กลายเป็น “กระแส” อันคึกคัก
คึกคักกระทั่งในที่สุด “สื่อกระดาษ” ก็ต้องนำมานำเสนอและแปรเป็นข่าวพาดหัว
ขอให้ศึกษาจาก”ข่าว” บน”สื่อกระดาษ”
ไม่ว่าจะเป็น “มติชน” ไม่ว่าจะเป็น “ข่าวสด” ไม่ว่าจะเป็น “คมชัด ลึก” ไม่ว่าจะเป็น”เดลินิวส์”
อ้าง”ฐานที่มา”ของข่าว สอดรับกัน
นั่นก็คือ อ้างอิงสิ่งที่เรียกว่า “โซเชียล มีเดีย” นั่นก็คือ อ้างอิงสิ่งที่เรียกว่า “ออนไลน์”
ถามว่าเป็น“โซเชียล มีเดีย”จากไหน
คำตอบร่วมอย่างพร้อมเพรียงกันคือ เว็บไซต์ สำนักงานเลขาธิการนายกรัฐมนตรี
เหมือนกับที่เคยอ้างในกรณี”แม่ผ่องพรรณพัฒนา”
กรณีของ “แม่ผ่องพรรณพัฒนา” หัสเดิมเริ่มแรกเป็นเว็บไซต์ของ สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม(สป.กห.)
เป็นกิจกรรมของ “หน่วยงาน”
เรียกอย่างเป็นทางการว่า “สมาคมภริยาข้าราชการสำนักงาน ปลัดกระทรวงกลาโหม”
เดินทางไปทำพิธีเปิด “ฝาย”
จากนั้น แต่ละการเคลื่อนไหว พร้อมภาพอันมากด้วยสีสันของ “แม่ผ่องพรรณ” ก็ทะยอยกันออกมา
เหมือนกับกรณี “อโลฮา ฮาวาย”
หากมองในเชิงเป็นพันธมิตรในแนวร่วม กรณี”แม่ผ่องพรรณ” กับ กรณี “อโลฮา ฮาวาย”
สะท้อนลักษณะ “2 ประสาน”
นั่นก็คือ “สื่อกระจก” เป็นตัวจุด”ประกาย” จากนั้น “สื่อกระดาษ” กระจายต่อ
กระทั่ง กลายเป็น”กระแส” ในทาง “สังคม”
เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต
