bg-single

พระมหากษัตริย์ ผู้เป็นปราชญ์ของแผ่นดิน จากใจ”ปลอดประสพ สุรัสวดี”

27.10.2016

หมายเหตุ : นายปลอดประสพ สุรัสวดี อดีตรองนายกรัฐมนตรี และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ ที่ได้ถวายงานสนองพระเดชพระคุณ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช

s__2351120

ใจหายวาบและรู้สึกว่าอะไรบางอย่างที่เคยมีเคยเห็นได้หายไป ทำอะไรไม่ถูก นอกจากลงกราบกับพื้นเพื่อถวายบังคมพระมหากษัตริย์ผู้ประเสริฐสุด ผู้มีพระมหากรุณาธิคุณอย่างยิ่งต่อแผ่นดินไทย ต่อคนไทยและผมในขณะรับราชการสนองพระเดชพระคุณมาตลอด 40 ปี พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พระภัทรมหาราชเจ้าทรงเป็นปราชญ์ผู้รอบรู้วิทยาการในแทบทุกสาขาวิชา โดยเฉพาะอย่างยิ่งศาสตร์ทางด้านเกษตร การชลประทาน การประมง การป่าไม้และธรรมชาติวิทยาสิ่งแวดล้อม เป็นบุญของผมนักที่ได้ปฏิบัติหน้าที่ในฐานะข้าละอองธุลีพระบาท รับราชการเป็นอธิบดีกรมประมง อธิบดีกรมป่าไม้ เลขาธิการ ส.ป.ก. และปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มานานเกือบ 20 ปี ทำให้ได้มีโอกาสถวายงานสนองพระเดชพระคุณตามเสด็จในการทรงงานต่างๆ เป็นเนืองนิจอยู่มิได้ขาดเป็นเวลาช้านาน จึงขอถวายความจงรักภักดีและรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ โดยขอเล่าเรื่องที่สำคัญบางประการที่เกี่ยวกับการบริหารจัดการและการอนุรักษ์ทรัพยากรประมงและป่าไม้พอสังเขป ดังนี้

“ในน้ำมีปลา” ผู้คนคงเคยชินต่อการเห็น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงปล่อยปลาในยามเสด็จพระราชดำเนินทรงงานในพื้นที่ ที่เป็นแหล่งน้ำตลอดมา มีคนเคยถามเพราะประเทศอื่นไม่เห็นมีการปฏิบัติเช่นนี้ ขอเรียนว่า พระองค์ท่านพระราชทานสั่งสอนเสมอว่า น้ำนั้นมีประโยชน์มากมาย เมื่อมีน้ำแล้วหากมีปลามาอาศัยจนเจริญเติบโตก็จะยิ่งให้ประโยชน์กับประชาชนเพื่อบริโภคและพึ่งพิงเป็นอาชีพได้ และปลาก็มิได้ใช้น้ำเพียงแต่อาศัยอยู่ในน้ำเท่านั้น

แนวคิด “ในน้ำมีปลา” ที่พระราชทานกับกรมประมงมาช้านานแล้วนั้นได้ปรากฏจนประจักษ์ติดอยู่หน้าห้องประชุมใหญ่อานนท์ของกรมประมง เพื่อย้ำเตือนให้ข้าราชการกรมประมงทั้งหลายได้ปฏิบัติอย่างต่อเนื่องต่อไปมิให้ขาด ปลานิลพระราชทาน สมเด็จพระจักรพรรดิแห่งประเทศญี่ปุ่น ได้ถวาย ปลานิล (Tilapia nilotica) ต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช เมื่อครั้งเสด็จเยือนประเทศไทยในขณะดำรงพระยศเป็นมกุฎราชกุมารแห่งประเทศญี่ปุ่น นับแต่บัดนั้นมา 54 ปี ปลานิลได้ทดแทนปลาหมอเทศ (Tilapia mossambica) และกลายเป็นปลายอดนิยม เป็นอาหารปลาหลัก (Staple Food) ของประชาชนชาวไทย นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างล้นพ้น ทรงเคยทำนายว่าปลานิลนี่แหละจะเป็นที่พึ่งของชาวบ้าน

ซึ่งต่อมาองค์กรเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) ก็ได้เสนอนโยบายปลานิลเพื่อความมั่นคงทางอาหารของประชากรโลก เรื่องปลานิลไม่อาจจะจบได้ หากมิได้นำพระราชเสาวนีย์ของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ มาให้ปรากฏ ได้พระราชทานเล่าว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ไม่ทรงเสวยปลานิล ทรงสงสารปลานิลเพราะทรงให้กำเนิด จึงไม่อาจเสวยได้ แต่ก็ทรงแนะนำให้ประชาชนรับประทานเป็นอาหารเพราะเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพ พระเมตตาธรรมที่ทรงปฏิบัตินั้นช่างสูงส่งเหนือเกล้าเหนือกระหม่อมปวงชนและสรรพสัตว์ทุกชีวิตยิ่งนัก

ปลากระโห้ (Catlocapio siamensis) เป็นปลาน้ำจืดที่มีเกล็ดที่ใหญ่ที่สุดในโลก พบได้ในแม่น้ำเจ้าพระยาและในบึงบอระเพ็ดในอดีต เนื่องจากมีน้อยหากไม่สามารถสงวนพันธุ์และเพาะพันธุ์ได้ก็อาจจะสูญพันธุ์ไปในที่สุด วันหนึ่งผมได้มีโอกาสเข้าเฝ้าฯ พระองค์ตรัสถามว่าการเพาะพันธุ์ ปลาบึก (Pangasianodon gigas) ซึ่งเป็นปลาตระกูลมีหนวดและไม่มีเกล็ดใหญ่ที่สุดในโลก ก้าวหน้าไปอย่างไร ได้กราบบังคมทูลไปว่าไม่มีปัญหาแล้ว สามารถเพาะพันธุ์ได้โดยใช้พ่อแม่พันธุ์ธรรมชาติจากแม่น้ำโขง ทรงถามต่อไปว่าแล้วปลากระโห้ล่ะ ก็ทูลไปตามความจริงว่ายังทำไม่ได้ เพราะขาดพ่อแม่พันธุ์ที่มีอายุอันสมควร จำได้ว่าทรงคิดอยู่ชั่วครู่เดียว ทรงยิ้มและตรัสว่า “หาได้” พระราชทานคำแนะนำว่า เมื่อก่อนพระตำหนักจิตรลดาเป็นส่วนหนึ่งของพระราชวังดุสิต ซึ่งมีคูคลองตัดผ่านและเชื่อมต่อกับแม่น้ำเจ้าพระยา ทรงจำได้ว่ามีปลากระโห้ว่ายเข้ามา และก็เชื่อว่าที่อยู่ในบ่อขณะนี้นั้นเป็นปลาที่ทรงเคยสังเกตเห็นมาเมื่อกว่า 40-50 ปีแล้ว ทรงรับสั่งให้จับขึ้นมาดูและศึกษาตรวจสอบว่าใช้ได้ไหม ถ้าใช้ได้ก็ให้ผสมเทียมได้เลย

ไม่เกิน 2-3 เดือนต่อจากนั้น กรมประมงก็สามารถเพาะผสมเทียมปลากระโห้ได้สำเร็จครั้งแรกในโลก ปลากระโห้ปลาน้ำจืดที่มีเกล็ดที่ใหญ่ที่สุดของโลกไม่สูญพันธุ์แล้ว นับเป็นพระปรีชาสามารถและความทรงจำในเรื่องธรรมชาติวิทยาของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช อย่างหาที่เปรียบมิได้ เรื่องนี้จึงสำเร็จลง ศูนย์ศึกษาการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำรัส คุ้งกระเบน จังหวัดจันทบุรี วันหนึ่งสัก 25 ปีมาแล้ว ม.จ.จักรพันธ์เพ็ญศิริ จักรพันธุ์ (พระยศในขณะนั้น) ได้โทรศัพท์มาบอกว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช มีพระราชประสงค์จะให้มีศูนย์ศึกษาการพัฒนาทางด้านการประมงที่อ่าวคุ้งกระเบน จังหวัดจันทบุรี โดยจะทรงมอบให้กรมประมงเป็นเจ้าของเรื่อง และให้ผม ซึ่งดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมประมงในขณะนั้นเป็นแม่งาน จึงขอให้หาโอกาสไปเฝ้าฯเพื่อรับพระราชทานคำแนะนำ

เมื่อผมได้เข้าเฝ้าฯพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ทรงอธิบายพระราชดำริว่า ได้ทรงเลือกอ่าวคุ้งกระเบนเป็นที่ตั้งของศูนย์ศึกษาการพัฒนาฯ จากการดูแผนที่และได้เคยบินผ่านสถานที่นี้หลายครั้งเมื่อเสด็จพระราชดำเนินไปเยี่ยมราษฎรตามชายแดนไทยเขมรซึ่งเคยมีปัญหาผู้อพยพ ทรงแสดงความเห็นในมุมนิเวศวิทยาว่า สถานที่นี้แปลก มีระบบนิเวศผสมของทะเลเปิดทางทิศตะวันออกและทะเลปิดเป็นอ่าวขนาดใหญ่เชื่อมติดอยู่ ใกล้ๆ เป็นพื้นที่ที่มีทั้งหาดทรายและหาดโคลน และยังมีแหลมเป็นภูเขาอีกด้วย จึงทรงแนะนำให้เน้นการศึกษาและพัฒนาทางด้านการประมงทะเลและการเลี้ยงกุ้งน้ำกร่อย ให้ฟื้นฟูป่าชายเลนในอ่าวคุ้งกระเบนพร้อมๆ กับจัดที่ทำกินให้ราษฎรเลี้ยงกุ้งกุลาดำ

ต่อมารัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศแคนาดาได้เดินทางมาประเทศไทยและได้มีโอกาสเข้าเฝ้าฯ จึงได้ขอพระบรมราชานุญาตเข้าร่วมในโครงการ โดยรัฐบาลแคนาดาได้สนับสนุนงบฯสร้างห้องปฏิบัติการ (Laboratories) ส่งผู้เชี่ยวชาญทางด้านวิทยาศาสตร์ทางทะเลจากสถาบันวิจัยทางทะเล Nanimo มาร่วมศึกษาวิจัยและให้ทุนข้าราชการที่เกี่ยวข้องไปศึกษาดูงานที่ประเทศแคนาดา เพื่อให้การเพาะเลี้ยงกุ้งในโครงการนี้เป็นประโยชน์ต่อราษฎรอย่างยาวนานและมั่นคง

s__2351118

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ในฐานะประธานสถาบันจุฬาภรณ์ ได้ทรงร่วมกับกรมประมงพัฒนาระบบ “ชลประทานน้ำเค็ม” ขึ้นถวาย โดยการดูดน้ำทะเลดี (Fresh sea water) จากฝั่งทะเลเปิดโดยระบบท่อส่งต่อไปยังบ่อเลี้ยงกุ้งรอบๆ อ่าว

คุ้งกระเบน พร้อมๆ กับมีระบบรางเปิดรวบรวมน้ำเสีย (Effluent water) ออกจากการเลี้ยงกุ้งส่งผ่านไปยังป่าชายเลนเพื่อให้ทำหน้าที่ดูดกรองของเสียก่อนไหลกลับออกทะเล (wetland system) ซึ่งเป็นการลอกเลียนการใช้ผักตบชวาในโครงการบึงมักกะสัน และโครงการบำบัดน้ำเสียโดยใช้วัชพืชที่กว๊านพะเยาและหนองหานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช มาปรับใช้

ทั้งนี้ จะเห็นได้ว่าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ทรงมีพระปรีชาสามารถยิ่งนัก เริ่มจากทรงใช้ความรู้ทางแผนที่และการเข้าใจอย่างลึกซึ้งต่อภูมิประเทศ ในการเลือกสถานที่โครงการ ทรงเข้าใจอย่างถ่องแท้ในระบบทะเลเปิดและทะเลปิด ทรงรู้จักสัณฐานและบทบาทของอ่าวและแหลมเขาอย่างกระจ่างชัด ทรงฉลาดยิ่งนักในการใช้ป่าชายเลนในการบำบัดน้ำเสีย และที่สำคัญที่สุดก็คือไม่ว่าจะทรงศึกษาทดลองอะไรก็ตามเป้าประสงค์สุดท้ายของพระองค์ท่านก็คือประชาชน ในที่นี้คือให้ประชาชนชาวประมงเลี้ยงกุ้งได้มีอาชีพที่มั่นคงยั่งยืน ไม่มีการเบียดเบียนกันระหว่างผู้เลี้ยงกุ้งกับชาวประมงทะเล ซึ่งต้องการรักษาให้ทะเลสะอาด นี่คือพระมหากรุณาธิคุณที่ล้นพ้น

ที่ผมนำมาเล่าในวันนี้เพียง 4 เรื่องซึ่งนับว่าน้อยนัก ความจริงแล้ว ยังมีเรื่องราวอีกมากมายทั้งเรื่องการประมงและการป่าไม้ที่ประชาชนสมควรทราบ เพื่อจะได้ภูมิใจที่ได้เกิดมาในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช อันประเสริฐสุด เราทั้งหลายล้วนเป็นหนี้พระมหากรุณาธิคุณที่มีต่อประเทศชาติและราษฎร จนสุดจะหาอะไรมาตอบแทนได้

สำหรับผมเองชีวิตราชการที่อยู่ได้ก็ด้วยพระมหากรุณาธิคุณและพระเมตตาที่ได้ทรงสั่งสอนและพระราชทานโอกาสให้ได้ทำงานสนองพระเดชพระคุณ ทั้งนี้ ได้ตั้งใจไว้ว่าชีวิตที่เหลืออยู่ อะไรที่จะสามารถสนองพระราชปณิธานได้ก็จะกระทำจนหาที่สุดมิได้ ในฐานะข้ารองพระบาท



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

DPU ปักธงผู้นำ Future Medicine – Wellness & Longevity Education ปั้นกำลังคนสุขภาพแห่งอนาคต ดันไทยสู่Wellness Hubเอเชีย งาน Thailand Wellness & Healthcare Expo X SPORTEC Thailand 2026
สืบวังทองหลาง ไหวพริบเด็ด! เจอ “พอตเค” คาเอว ขยายผลรวบคู่แฟนคาคอนโด ยึดไอซ์ 1 กิโลฯ พร้อมหัวพอตเคกว่า 1,000 ชิ้น เตรียมขาย
พช.ตราด จับมือภาคีเครือข่าย พลิกฟื้นเศรษฐกิจฐานราก ขับเคลื่อน “โครงการพื้นที่สร้างสรรค์ตราดสำหรับทุกคน” ดึงของดี 7 อำเภอสร้างจุดขาย
ท่านเสียดายปฏิทิน แต่ผมเสียดายชีวิต
ส่องลึกอิหร่าน: 5) ระบอบเทววิทยาอิสลามกับฝ่ายค้าน
56 ปียิงสดบอลโลกในไทย ค่าลิขสิทธ์จากร้อยสู่พันล้าน
การแยกทางของ ‘ลิเวอร์พูล’ กับ ‘ชล็อต’ เพราะฟุตบอลใช้หัวใจมากกว่าอัลกอริธึ่ม
เดินตามดาว | ศรินทิรา : ประจำวันที่ 5 – 11 มิถุนายน 2569
ทดสอบฮอนด้า CR-V e:HEV 2026 เพิ่มออปชั่นขับสนุก-นั่งสบายเหมือนเดิม
หยีทะเล พืชสามัญแต่ไม่ธรรมดา
ต้มซูเปอร์ปีกไก่
อสังหาฯ บ้านคอนโดฯ ‘ไหลย้อนกลับ’