ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม นายสุรพล เธียรสูตร นายกเทศมนตรีเมืองน่าน เปิดเผยว่า เมื่อวานนี้ได้นัดผู้เกี่ยวข้องกับการจัดงานแข่งขันเรือประเพณีจังหวัดน่านนัดปิดสนาม ซึ่งเดิมกำหนดระหว่างวันที่ 28-29-30 ตุลาคม 2559 แต่ภายหลังเลื่อนออกไปโดยไม่มีกำหนด เพื่อความเหมาะสมระหว่างแสดงความอาลัยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ ต่อมากระทรวงมหาดไทยแจ้งแนวทางปฏิบัติในช่วงที่มีงานพระราชพิธีพระบรมศพ กรณีการจัดเทศกาลงานประจำปีของจังหวัด งานกาชาด งานบุญกฐิน ผ้าป่า หรือกิจกรรมประกอบพิธีทางศาสนกิจให้ดำเนินการตามปกติ แต่ไม่ควรมีการแสดงดนตรีหรือการละเล่นประกอบนั้น ที่ประชุมมีมติ 69 ต่อ 3 เสียง และงดออกเสียงจำนวนหนึ่ง ให้งดจัดงานแข่งเรือประเพณีนัดปิดสนามปีนี้ โดยร่วมแสดงความคิดเห็นกันอย่างกว้างขวาง
นายสุรพลกล่าวว่า รวมถึงเทศบาลเมืองน่านได้ประกาศงดจัดงานลอยกระทงและประกวดนางนพมาศวันที่ 14 พฤศจิกายนด้วยเช่นกัน แต่ยังจัดสถานที่และเจ้าหน้าที่ไว้อำนวยความสะดวกให้ประชาชนทำกิจกรรมตามประเพณีอย่างเรียบง่าย สำหรับการแข่งขันเรือประเพณีนัดปิดสนามจังหวัดน่านนั้น ปกติได้รับพระราชทานถ้วยรางวัลจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ถ้วยพระราชทานจากสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ถ้วยพระราชทานจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และถ้วยประทานจากราชวงศ์อีก 2 รางวัล ไม่พร้อมประกอบพิธี และงดงานรื่นเริงและมหรสพต่างๆ ในช่วงแสดงความอาลัย 30 วัน หลังจากนั้นระดับแม่น้ำน่านยังลดลงจนเป็นอุปสรรคต่อฝีพาย ประกอบกับหลายชุมชนเกิดความเศร้าโศกเสียใจและขาดกำลังใจ เก็บเรือกลับไปจำนวนมาก แม้จะมีชาวเรือส่วนหนึ่งหวังจะได้รางวัลถ้วยพระราชทานอยู่ก็ตาม ปีหน้าค่อยมาว่ากันใหม่ว่าจะจัดการอย่างไร
“ทราบมาว่างานแข่งขันเรือโบราณ เสือเฒ่าท่าล้อ วัดท่าล้อ อ.ภูเพียง จ.น่าน จะมีประเพณีสลากภัตชมพู วันที่ 14 พฤศจิกายน หลังจากพ้น 30 วันแสดงความอาลัยไปแล้ว เตรียมการและใช้จ่ายล่วงหน้าไว้มาก จะต้องใช้ท่าน้ำน่านเดียวกัน ระดับน้ำอาจจะไม่พอและงดแข่งขันด้วย โดยเฉพาะความเศร้าโศกเสียใจไม่ได้เฉพาะแค่ใน 30 วัน จะจัดงานรื่นเริงเลยทันทีไม่ได้ อาจกระทบความรู้สึกสังคมส่วนรวมที่ยังไม่อยากมีความสุข อาจยาวออกไปเป็นปี ในความคิดของผมนั้นควรจะไว้ทุกข์ 100 วัน 1,000 วัน หรือจะกี่วันก็ตามยังไม่คลายความเศร้าโศกเสียใจ โดยเฉพาะเทศบาลเมืองน่านจะยังไม่เอาเรื่องบันเทิงเข้ามาเกี่ยวข้อง




