หน้าแรก การเมือง สว.โว 2 ปี ผ่...

สว.โว 2 ปี ผ่านกม.แล้ว 57 ฉบับ มงคล-บิ๊กเกรียง ไม่เสียกำลังใจคดีฮั้วสว. ยัน ไม่เคยรับคำสั่งใคร

7.07.26 | 16:18 น.

วุฒิสภา เปิดผลงาน 2 ปี โว ถกกฎหมายแล้วกว่า 57 ฉบับ 443 กระทู้ ด้าน ‘มงคล’ ยันทำตัวเป็นกลาง ปัดข้อครหาสว. สีน้ำเงิน ยัน ทำกม. ปฏิเสธไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อนเลือก กกต. ไม่เคยรู้จักเป็นการส่วนตัว ขณะที่ ‘บิ๊กเกรียง’  เผย ไม่เสียกำลังใจ คนมองคดีฮั้วสว. เป็นเรื่องนานาจิตตัง

เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 7 กรกฎาคม ที่รัฐสภา นายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา และพล.อ.เกรียงไกร ศรีรักษ์ รองประธานวุฒิสภาคนที่ 1 ร่วมแถลงผลงาน 2 ปี วุฒิสภาภารกิจเพื่อประชาชน รวมถึงผลการดำเนินงานภายใต้ความรับผิดชอบ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ประชาชนได้รับรู้ รับทราบผลการดำเนินงานของวุฒิสภาในด้านต่าง ๆ

โดยนายมงคล กล่าวช่วงหนึ่งว่า การทำหน้าที่เป็นประธานในที่ประชุมต้องมีสติ ไม่หลุด ไม่โกรธ และต้องควบคุมการประชุมให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย วางตัวเป็นกลางอย่างเคร่งครัด เปิดโอกาสให้ส.ว.ทุกคนสามารถแสดงความคิดเห็นได้ แต่ต้องอยู่ในขอบเขตระเบียบการประชุม และยังมีการผลักดันรัฐสภาให้เป็นสภาสีเขียว การเปิดพื้นที่ให้กับประชาชนในการเข้าถึงรัฐสภา และการส่งเสริมความรู้ความเข้าใจด้านการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตยแก่เยาวชนและประชาชน โดยในการประชุมในแต่ละครั้งตนต้องวางตัวเป็นกลาง

นายมงคล กล่าวต่อว่า สำหรับภาพรวมของการดำเนินงานด้านนิติบัญญัติที่วุฒิสภาได้ดำเนินการตลอดระยะเวลา 2 ปีที่ผ่านมา อาทิ การพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ที่ผ่านสภาผู้แทนราษฎรจำนวน 47 ฉบับ ประกาศใช้เป็นกฎหมายแล้ว 32 ฉบับ การอนุมัติพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) จำนวน 3 ฉบับ การพิจารณาญัตติ จำนวน 54 ญัตติ โดยเฉพาะประเด็นที่อยู่ในความสนใจของสังคม และเกี่ยวข้องกับอนาคตของประเทศโดยตรง ที่เป็นการตั้งกระทู้ 443 เรื่อง ขณะที่การให้ความเห็นชอบบุคคลดำรงตำแหน่งองค์กรต่าง ๆ ตามรัฐธรรมนูญ ยืนยันได้พิจารณาอย่างรอบคอบ โปร่งใส และยึดหลักคุณธรรมจริยธรรมเป็นสำคัญ

“วุฒิสภาอยู่มาครบ 2 ปี ด้วยความสามัคคี แม้จะมีความคิดเห็นที่แตกต่าง ซึ่งสามารถเห็นต่างและถกเถียงกันได้ ซึ่งความเห็นที่แตกต่างเปรียบเป็นดอกไม้หลากสี แต่เมื่อหลอมรวมก็จะเป็นประโยชน์กับประชาชน เชื่อว่าทุกคนจะอยู่ร่วมกันได้ด้วยความรักสามัคคี” นายมงคล กล่าว

Advertisement

ด้านพล.อ.เกรียงไกร กล่าวถึงโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชนว่า วุฒิสภาได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องในการลงพื้นที่ เพื่อรับฟังเสียงสะท้อนปัญหาความเดือดร้อน และความต้องการที่แท้จริงของประชาชนจากทั่วทุกภาคของประเทศ เพื่อนำข้อมูลที่ได้ไปประกอบการพิจารณากลั่นกรองกฎหมาย และการประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมาย ให้สอดคล้องกับบริบทสังคม รวมทั้งนำไปสู่การผลักดันเพื่อให้เกิดการแก้ไขให้อย่างเกิดผลเป็นรูปธรรม

พล.อ.เกรียงไกร กล่าวต่อว่า โดยตลอดระยะ 2 ปีที่ผ่านมา จากเรื่องร้องเรียนกว่า 1,370 เรื่อง พบปัญหาส่วนใหญ่เป็นปัญหาด้านแหล่งน้ำ รองลงมาได้แก่ปัญหาด้านที่ดิน และด้านเกษตร ซึ่งได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ทั้งส.ว. หน่วยงานภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคประชาชน ภาคเอกชนและสื่อมวลชน ในการช่วยกันแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้กับประชาชนอย่างดี เพื่อให้ประเทศชาติก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน ตนขอยืนยันว่าวุฒิสภาไม่ได้เป็นเพียงผู้รับฟัง แต่ยังเป็นผู้ที่เดินหน้าเพื่อประสาน ผลักดัน และติดตาม เพื่อให้ทุกความเดือดร้อนและข้อเสนอแนะของประชาชนได้ส่งต่อไปสู่การแก้ไขอย่างเป็นระบบ

เมื่อถามว่า มีการมองว่าเป็นส.ว.สีน้ำเงินในการทำงาน 2 ปีที่ผ่านมา นายมงคล กล่าวว่า ส.ว. ยึดผลประโยชน์ของประเทศและประชาชน และทำตามรัฐธรรมนูญรวมถึงข้อกฎหมาย คนเราเห็นต่างกันได้ ไม่จำเป็นต้องเห็นตรงกันเสมอไป ต่างคนต่างเห็นคนละมุม ทั้งดีและไม่ดี เป็นธรรมดาของมนุษย์ ที่ไม่มีความสมบูรณ์ จะเห็นปัญหาต่างกัน และมีความเห็นไม่ตรงกัน แต่ขอให้ยึดประโยชน์ของประเทศและประชาชน ถ้าทำผิดก็ถือว่าไม่ชอบ

เมื่อถามว่า ถูกมองเรื่องคดีฮั้วส.ว. เสียกำลังใจหรือไม่ นายมงคล กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นเอกสิทธิของแต่ละคน ซึ่งแต่ละคนไม่ก้าวก่ายหน้าที่กันและกัน หน้าที่ใครก็ทำไปเป็นอิสระต่อกัน ผลจะออกมาเป็นอย่างไรก็แล้วแต่

เมื่อถามว่าส.ว. ชุดปัจจุบันเลือกคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ไปแล้ว 4 คนใน 7 คน จะอธิบายให้ประชาชนเข้าใจอย่างไรว่าไม่มีเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน นายมงคล กล่าวว่า เป็นการทำตามหน้าที่ตามกฎหมาย ไม่ได้รู้จักกันกับกกต. ส่วนตัวประธานและรองประธานอีก 2 คน ไม่เคยเข้าไปก้าวก่ายแทรกแซง ทำไม่ได้และจะไม่ทำ

เมื่อถามว่า กระแสวิจารณ์เรื่องคดีฮั้วส.ว. กวนใจแค่ไหน เพราะภาพของส.ว. ถูกมองว่าไม่เป็นตัวของตัวเองคอยรับฟังคำสั่ง นายมงคล กล่าวว่า ไม่ได้รับฟังคำสั่งใคร ส.ว. ทุกคนมีเอกสิทธิ ไม่เคยไปสั่งใคร และไม่เคยรับคำสั่งใคร ทำหน้าที่ของตัวเอง การถูกวิจารณ์เรื่องคดีฮั้วส.ว. เป็นเรื่องปกติ ไม่มีใครรู้ตัวดีกับตัวของตัวเอง เราต้องเคารพตัวเอง คนจะมองอย่างไรก็มองได้ ซึ่งเสียงสะท้อนที่ออกมาก็พร้อมรับฟังเอามาแก้ไขปรับปรุง แต่จะไม่เอามาบั่นทอนกำลังใจ เราต้องปรับปรุงตัวเองและมีสติตลอดเวลา

พล.อ.เกรียงไกร กล่าวว่า ส.ว. ยังมีกำลังใจดี เรื่องคดีฮั้วส.ว. เป็นเรื่องนานาจิตตัง โลกใบนี้เรื่องติฉินนินทาห้ามไม่ได้ ส่วนที่ถามว่ากวนใจหรือไม่นั้น เราก็ต้องทำตามหน้าที่รัฐธรรมนูญ หากคำตัดสินออกมาอย่างไรก็พร้อมน้อมรับไม่ตะแบง เอฟซีใครเอฟซีมัน ตนก็ได้รับกำลังใจมากมายเช่นกัน อย่างไรก็ตาม พร้อมรับฟังความคิดเห็นเสียงสะท้อนทั้งด้านบวกและลบ ในระบอบประชาธิปไตย เมื่อเราเคารพมติเสียงส่วนใหญ่ก็ต้องไม่เพิกเฉยเสียงข้างน้อย ที่ให้ข้อติติงหรือข้อสังเกต

เมื่อถามถึง ในวันเลือก ส.ว.ระดับประเทศ ที่พบว่านายมงคล ส่งโพยให้กับเจ้าหน้าที่ กกต. จะให้คำตอบได้หรือไม่ว่าโพยนั้นคืออะไร นายมงคล กล่าวว่า เรื่องนี้ไม่ควรเอามาพูด ใครจะถาม ก็ไปถามเขาเอง ตนพูดไม่ได้ และกราบขอโทษอย่างยิ่งที่ผ่านมาไม่ค่อยให้สัมภาษณ์ เพราะต้องรักษาความเป็นกลางอย่างเคร่งครัด ดังนั้น เรื่องที่เป็นประเด็น ตนจะงดเว้นแสดงความคิดเห็นทั้งหมด

“ผมกราบขอโทษที่เลื่อนการจัดงานพบปะสื่อมวลชน จากเดิมที่จะจัดช่วงต้นปี 2569 แต่เลื่อนมาเป็นวันนี้ ผมกราบขอโทษสื่อได้ ยกมือไหว้นักข่าวทุกห้อง ไหว้ได้ทุกคน ไม่ใช่กราบแต่ลูกเทพ” พล.อ.เกรียงไกร กล่าว