ขณะที่ทางการไทยกำลังขับเคลื่อนเพื่อแก้ปัญหาและยกระดับการพัฒนาประเทศทุกด้านรวมทั้งการศึกษา โดยดำเนินการ 2 เรื่องสำคัญได้แก่ สมัครเข้าเป็นสมาชิกองค์กรเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (Organisation for Economic Co-operation and Development : OECD) ปัจจุบันมีสมาชิก 38 ประเทศทั่วโลก และการยกร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติฉบับใหม่ มีความเคลื่อนไหวซึ่งเป็นตัวชี้วัดคุณภาพ ผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาที่น่าสนใจอย่างยิ่ง เกิดขึ้นวันที่ 8 กันยายน 2569 นี้ สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) ศูนย์ดำเนินงาน PISA แห่งชาติของประเทศไทย จะเปิดเผยผลการประเมิน PISA 2025 (Programme for International Student Assessment) พร้อมกับประเทศที่เข้าร่วมการวิจัยทั่วโลก ซึ่งเป็นไปตามข้อกำหนดของ OECD
ผลคะแนนทดสอบที่จะออกมาเป็นอย่างไร คะแนนสูงขึ้นหรือต่ำลง มีผลต่อการรับรองการสมัครเข้าเป็นสมาชิกของประเทศไทย หรือไม่ อย่างไร ต้องติดตามกันต่อไป
ก่อนที่จะรับรู้ผลการทดสอบปี 2025 ต้องย้อนกลับไปดูผลครั้งล่าสุด ปี 2022 (พ.ศ.2565) ประกาศเมื่อปลายปี พ.ศ.2566 โดยคะแนนเฉลี่ยของนักเรียนไทยทั้ง 3 ด้านปรับตัวลดลงต่ำสุดในรอบ 20 ปี และอยู่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่มประเทศ OECD
คณิตศาสตร์ 394 คะแนน (ลดลง 25 คะแนนจากปี 2018 อยู่อันดับที่ 58 จาก 81 ประเทศ) คะแนนเฉลี่ยของประเทศสมาชิกโออีซีดี 472 คะแนน
วิทยาศาสตร์ 409 คะแนน (ลดลง 17 คะแนนจากปี 2018 อยู่อันดับที่ 58 จาก 81 ประเทศ) คะแนนเฉลี่ยของประเทศสมาชิกโออีซีดี 485 คะแนน
การอ่าน 379 คะแนน (ลดลง 14 คะแนนจากปี 2018 อยู่อันดับที่ 64 จาก 81 ประเทศ) คะแนนเฉลี่ยของประเทศสมาชิกโออีซีดี 476 คะแนน
ที่ผมยกเรื่องนี้ขึ้นมาชวนคุย เพราะคิดถึง พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ สมัย นายเศรษฐา ทวีสิน เป็นนายกรัฐมนตรี ประกาศหลังรับตำแหน่งวันที่ 2 กันยายน 2566 ว่า ผลคะแนนทดสอบปิซ่า 2025 รอบใหม่ต้องเพิ่มขึ้น ถ้าไม่เพิ่มจะพิจารณาตัวเอง
ยังไม่ทันที่ผลทดสอบจะประกาศ รัฐมนตรีต้องพ้นจากตำแหน่งไปก่อนแล้ว เพราะความเปลี่ยนแปลงทางการเมือง เกิดยุบสภา เลือกตั้งใหม่
อย่างไรก็ตาม ไม่เพียงแค่ให้คำมั่นสัญญาเท่านั้น แต่มีความพยายามปฏิบัติการจริงตามลำดับ ได้แก่ มีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการโครงการประเมินผลนักเรียนร่วมกับนานาชาติ PISA แห่งชาติ ปรับเปลี่ยนคณะกรรมการ PISA แห่งชาติเดิมเป็นคณะกรรมการ PISA และการพัฒนาคุณภาพการศึกษาแห่งชาติ และตั้งคณะทำงานขับเคลื่อนการยกระดับ PISA จากทุกหน่วยงาน เพื่อวิเคราะห์ปัญหา กำหนดมาตรการแก้จุดบกพร่อง มาตรการยกระดับคุณภาพการเรียนรู้ด้านคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์และการอ่าน
ประชุมเชิงปฏิบัติการ โครงการการปรับปรุงคุณภาพและการใช้ประโยชน์จากข้อมูลทางการศึกษา ในหัวข้อ การใช้ PISA ในทางปฏิบัติ : พลังของข้อมูลเพื่อการปรับปรุงการศึกษา การเชื่อมโยงผลจาก PISA กับการปฏิรูประบบการศึกษา พร้อมพันธมิตรทางการศึกษาทั้งสิ้น 20 หน่วยงาน
ได้แก่ องค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา, เลขาธิการสภาการศึกษา, องค์การยูนิเซฟ (UNICEF) ประจำประเทศไทย และผู้เชี่ยวชาญจากประเทศสมาชิก OECD ที่ประสบความสำเร็จในการยกระดับผลการทดสอบ PISA ผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงศึกษาธิการ ผู้แทนจากองค์กรหลัก และผู้แทนจากหน่วยงานด้านการศึกษาที่เกี่ยวข้อง
ขับเคลื่อนโปรแกรมประเมินสมรรถนะนักเรียนมาตรฐานสากล อบรมการสร้างและพัฒนาข้อสอบวัดความฉลาดรู้ ด้านการอ่าน วิทยาศาสตร์ และคณิตศาสตร์ ในระดับเขตพื้นที่การศึกษา จำนวน 245 เขตพื้นที่ ในรูปแบบเรียนที่ไหน เมื่อไหร่ก็ได้ ตามที่ต้องการ เป้าหมายทั้งสิ้น 445,624 คน มีผู้สนใจลงทะเบียนทั้งหมด 188,042 คน สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) ที่ดำเนินการอบรมได้ครบ 100 เปอร์เซ็นต์ คือ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา (สพม.) ฉะเชิงเทรา, สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา (สพป.) สมุทรสงคราม, สพป.ตาก เขต 1 และ สพป.ยะลา เขต 3
ทำโครงการเตรียมสำหรับการสอบเดือนสิงหาคม 2568 ได้แก่ การพัฒนาทักษะและสมรรถนะของผู้เรียนและครู ออกแบบข้อสอบและประเมินผู้เรียนในแนวทางที่สอดคล้องกับกรอบคิดของ PISA รวบรวมข้อสอบ PISA เดิมและข้อสอบที่มีลักษณะใกล้เคียง จัดทำเป็นคลังข้อสอบสำหรับครูและนักเรียน
ความเคลื่อนไหวต่างๆ ที่แสดงให้เห็นพัฒนาการในหลายด้านที่ว่ามา ทำให้สภาการศึกษามองว่าเกิดสัญญาณเชิงบวก มีความหวังมากขึ้น
ครับ แต่สิ่งที่น่าขบคิดและยังน่ากังวลก็คือ ความเป็นจริงที่ผ่านมา
สะท้อนจากเอกสาร “รายงานการประเมินผล พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 และการออกแบบกรอบการพัฒนากฎหมายการศึกษาแห่งชาติฉบับใหม่” จัดทำโดยสำนักประเมินผลการจัดการศึกษา สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา เผยแพร่วันที่ 14 เมษายน 2569
ระบุว่า ข้อมูล PISA, O-NET, NT และ RT สะท้อนภาพที่ไม่สม่ำเสมอ (ต้องตีความ หมายความว่าอย่างไร) กล่าวคือ มีสัญญาณดีในระดับประถมศึกษาตอนต้นจาก NT และ RT แต่ PISA และ O-NET โดยเฉพาะระดับมัธยมศึกษา ยังสะท้อนข้อจำกัดด้านสมรรถนะและผลสัมฤทธิ์ของผู้เรียน (อ่านแล้วยังงงต่อ)
รายงานสภาวะการศึกษาไทยชี้ว่า PISA 2022 ของไทยลดลงในทั้งสามด้าน และ O-NET หลายวิชาหลักยังอยู่ในระดับต่ำหรือมีแนวโน้มลดลง
ผลการทดสอบ PISA ที่จะเปิดเผยอีกครั้ง จะเป็นบวกหรือลบ เป็นไปตามสัญญาณที่สภาการศึกษาเห็นหรือตรงกันข้าม
คะแนนจะเป็นคำตอบว่า สิ่งที่กระทรวงศึกษาธิการพยายามทุ่มเท ลงทุน ลงแรงมาทั้งหมด ผลลัพธ์เป็นไปตามความคาดหวังเพียงไร
ถ้าคะแนนออกมายังน้อย ไม่กระเตื้องขึ้น สังคมวงการศึกษาและรัฐบาลไทยจะทำอะไรต่อไป
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติฉบับใหม่ที่กำลังเคลื่อนไหวผลักดันกันอีกครั้ง จะตอบโจทย์คุณภาพการศึกษาไทยได้ดีกว่าที่ผ่านมาอย่างไร
ตราบใดที่กระบวนการเรียนรู้ของนักเรียนและครูยังไม่เปลี่ยนแปลงไปจากความเคยชินเดิม เรียนเพื่อสอบ เรียนท่อง เรียนจำ มากกว่าเรียนคิด เรียนถาม เรียนเขียน คะแนน PISA, O-NET, NT และ RT เพิ่มขึ้นยาก
โดยเฉพาะการอ่าน คะแนนจะดีขึ้นก็ต่อเมื่อมาตรการส่งเสริมการอ่านมีความเป็นรูปธรรม ทำจริง ทำให้การอ่านเป็นวัฒนธรรมในชีวิตประจำวันให้ได้ ซึ่งเป็นเรื่องยากอีกเช่นกัน ในสังคมชอบเมาธ์ ชอบดูมากกว่าอ่าน
ทั้งๆ ที่ตัวเลขปริมาณการเสพเทคโนโลยี สื่อสารผ่านอินเตอร์เน็ตของคนไทยสูงมากไม่น้อยหน้ากว่าประเทศไหนๆ ในโลก แต่คุณภาพกลับตรงกันข้าม



