“ธุรกิจเอสเอ็มอีที่เริ่มหายออกจากระบบประมาณ 30% ทั้งในกลุ่มโรงงาน ก่อสร้าง และร้านอาหาร” คำยืนยันจาก สรเทพ โรจน์พจนารัช ประธานชมรมผู้ประกอบธุรกิจร้านอาหารและที่ปรึกษากิตติมศักดิ์สมาคมโฮสเทลและที่พักขนาดเล็กประเทศไทย
ล่าสุด สรเทพ ให้มุมมองต่อ มติคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ที่คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1% ว่า เห็นด้วยและรู้สึกดีใจต่อมติดังกล่าว เชื่อว่า กนง.มองเห็นสภาพเศรษฐกิจของไทยที่ยังไม่ฟื้นตัวและยังอยู่ในสภาวะที่เปราะบางมาก โดยเฉพาะธุรกิจเอสเอ็มอี
พร้อมแสดงความกังวลต่อเศรษฐกิจไทยในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 ว่าจะเป็นช่วงเวลาแห่งการ “กลบดินฝัง” กลุ่มธุรกิจเอสเอ็มอี
โดยวิพากษ์ว่าที่ผ่านมา รัฐบาลไม่ฟังเสียงเอสเอ็มอี แต่เลือกฟังเสียงธุรกิจใหญ่ เห็นได้จากการจัดเวทีเชิญเจ้าสัว นักธุรกิจพันล้าน ร่วมฟังความเห็น
ส่วนเอสเอ็มอีหลากหลายกลุ่มถูกมองข้าม ทั้งที่เป็นฐานเศรษฐกิจ หากล้มลงจะส่งผลกระทบเป็นวงกว้างและฟื้นตัวได้ยากและอาจทำให้โครงสร้างเศรษฐกิจเหลือเพียงกลุ่มทุนขนาดใหญ่ครอบครองแทบทั้งหมด
ล่าสุดตัวแทนเอสเอ็มอีระบุ ทางกลุ่มเอสเอ็มอีได้ทำหนังสือถึง จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ให้เร่งพิจารณาปรับลดอัตราเงินสมทบประกันสังคมลงครึ่งหนึ่งทั้งฝ่ายนายจ้างและลูกจ้าง เป็นระยะเวลา 6 เดือน ตั้งแต่เดือนกรกฎาคมถึงสิ้นปี 2569
มีเป้าหมายเพื่อลดภาระต้นทุนของผู้ประกอบการที่มีลูกจ้างจำนวนมาก และเพิ่มสภาพคล่องให้แรงงานมีรายได้เหลือสำหรับการจับจ่ายใช้สอยในระบบเศรษฐกิจมากขึ้น แต่ยังไม่ได้รับความชัดเจนหรือสัญญาณตอบรับจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
จึงขอให้ภาครัฐเร่งพิจารณามาตรการดังกล่าวโดยเร็ว เพื่อช่วยประคองภาวะเศรษฐกิจและกำลังซื้อในช่วงครึ่งปีหลัง
สถานการณ์ “กลบดินฝังเอสเอ็มอี” จะเกิดหรือไม่ รอติดตาม
ปิยะวรรณ ผลเจริญ



