หน้าแรก คอลัมนิสต์ เมืองอโยธยา &...

เมืองอโยธยา ‘ผ่าซีก’ ฝ่าฝืน ‘มรดกโลก’ โดย สุจิตต์ วงษ์เทศ

28.04.23 | 15:08 น.

เมืองอโยธยา “ผ่าซีก” ฝ่าฝืน “มรดกโลก” โดย สุจิตต์ วงษ์เทศ

เมืองอโยธยา จ. พระนครศรีอยุธยา ถูกบังคับสูญหายเท่าที่รู้และเข้าใจขณะนี้มี 2 ครั้ง

ครั้งแรก จากเหล่านักวิชาการโบราณคดีที่ยกย่องคนไทยอพยพถอนรากถอนโคนมาจากตอนใต้ของจีน และ “สุโขทัยเป็นราชธานีแห่งแรก”

ครั้งล่าสุด จากโครงการระบบรถไฟความเร็วสูง (ไฮสปีด เทรน) ของรัฐบาลไทยร่วมกับรัฐบาลจีน โดยมีเส้นทางผ่าเมืองอโยธยาในแนวใต้-เหนือ ซึ่งเท่ากับบังคับสูญหาย อโยธยาทั้งเมือง ต่อมาคณะกรรมการแห่งชาติอนุ “มรดกโลก” มีมติให้หลีกเลี่ยงการทำลายเมืองอโยธยา แต่โครงการไฮสปีด เทรน ทำคลุมเครือซ่อนเร้นไม่เปิดเผยต่อชาวอโยธยาและประชาชนไทย ทั้งนี้เพื่อฝ่าฝืนก่อสร้างไฮสปีด เทรน “ผ่าซีก” เมืองอโยธยาให้สูญหายจากโลก ดังมีรายงานข่าวจากมติชนออนไลน์ วันพฤหัสบดีที่ 27 เมษายน 2566 ดังนี้

เปิดเอกสาร ‘ด่วนที่สุด’ จากบิ๊กป้อมถึงบิ๊กตู่

แจ้งปมมอบคมนาคมเลือกเปลี่ยนเส้นทางไฮสปีด เทรน

Advertisement

เลี่ยงมรดกโลก-สร้างอุโมงค์ลอด เมื่อปี 64

เมื่อวันที่ 27 เมษายน สืบเนื่องกรณีนักวิชาการและประชาชนกลุ่มหนึ่งคัดค้านการก่อสร้างสถานีอยุธยาของโครงการรถไฟความเร็วสูงช่วงกรุงเทพฯ-นครราชสีมาว่า โดยให้เหตุผลว่าจะส่งผลกระทบต่อโบราณสถานในพื้นที่เมืองอโยธยา โดยเมื่อ 22 เมษายนที่ผ่านมา นายนิรุฒ มณีพันธ์ ผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ระบุว่า ตำแหน่งสถานีอยู่ห่างไกลจากพื้นที่ไปกว่า 2 กิโลเมตร มากกว่าที่กฎหมายกำหนด และไม่ได้สร้างผ่าเมือง เพราะสร้างบนแนวรถไฟเดิม และโครงการนี้หากสร้างเสร็จจะมีประโยชน์ต่อคนอยุธยา แต่หากไม่มีสถานีจอดที่นี่จะทำให้เสียประโยชน์ ปัจจุบันงานก่อสร้างเดินหน้าไปแล้วหลายสัญญา ตั้งเป้าจะเปิดบริการในปี 2570

‘มติชนออนไลน์’ ค้นคว้าเอกสาร ด่วนที่สุด เรื่องการดำเนินการก่อสร้างสถานีรถไฟความเร็วสูงสถานีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ส่งถึง พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ลงนามโดย พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการแห่งชาติว่าด้วยอนุสัญญาคุ้มครองมรดกโลก เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ.2564

เอกสารดังกล่าว มีจำนวน 2 หน้า นอกจากนี้ยังมีเอกสารแนบเรื่อง ความเป็นมาของการดำเนินงานการก่อสร้างสถานีรถไฟความเร็วสูงสถานีอยุธยา

เนื้อหากล่าวถึงการที่กระทรวงคมนาคม ในฐานะหน่วยงานรับผิดชอบโครงการความร่วมมือระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทย และรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน พัฒนาระบบรถไฟความเร็วสูงสถานีอยุธยา ซึ่งที่ประชุมเมื่อ 10 มิถุนายน 2564 ซึ่งประกอบด้วย กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, กระทรวงวัฒนธรรม และกระทรวงมหาดไทยร่วมกันพิจารณา 5 แนวทางการก่อสร้างสถานี แต่ไม่สามารถหาข้อยุติได้

เอกสารดังกล่าว ยังระบุถึงการดำเนินงานที่เกี่ยวข้อง 2 ข้อ ได้แก่

  1. กระทรวงการต่างประเทศ แจ้งว่าศูนย์มรดกโลก ห่วงกังวลเกี่ยวกับการก่อสร้างสถานีรถไฟความเร็วสูงอยุธยา ซึ่งอาจกระทบต่อแหล่งมรดกโลก นครประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา และพื้นที่ใกล้เคียง จึงขอให้ประเทศไทยในฐานะภาคี จัดทำรายการการประเมินผลกระทบต่อแหล่งมรดกโลก (Heritage Impact Assessment, HIAs) ก่อนดำเนินการและหารือกับศูนย์มรดกโลกก่อนเกิดปัญหาที่แก้ไม่ได้
  2. คณะกรรมการแห่งชาติ ว่าด้วยอนุสัญญาคุ้มครองมรดกโลก ประชุมครั้งที่ 1/2564 เมื่อ 24 พฤษภาคม 2564 มีมติมอบหมายให้กระทรวงคมนาคม พิจารณาการก่อสร้างสถานี ในทางเลือก

แนวทางที่ 1 การก่อสร้างอุโมงค์ลอดผ่านพื้นที่มรดกโลก หรือ

แนวทางที่ 2 การเปลี่ยนเส้นทางใหม่ให้อ้อมพื้นที่มรดกโลก

โดยมอบหมายให้กรมศิลปากร หารือกรมการขนส่งทางราง และการรถไฟแห่งประเทศไทย เกี่ยวกับการดำเนินการจัดทำ HIAs

  • ทำคลุมเครือแบบ “อนารยประเทศ”

เอกสารประกอบการประชุมรับฟังความคิดเห็น การศึกษาผลกระทบด้านทรัพย์สินทางวัฒนธรรม (HIA) ของแหล่งมรดกโลก นครประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา เป็นเอกสารเล่มหนาที่เขียนและพิมพ์ตัวเล็กเพื่อให้ “ชาวบ้านไม่อ่าน” ถึงเปิดดูบ้างก็ “อ่านไม่รู้เรื่อง” โดยเจตนาทำคลุมเครือกรณีที่เป็นเอกสาร “ด่วนที่สุด” จากบิ๊กป้อมถึงบิ๊กตู่ เรื่องไฮสปีด เทรน ให้กระทรวงคมนาคมละเว้นทำลายเมืองอโยธยา พื้นที่ต่อเนื่อง “มรดกโลก” จะได้ลุยทำตามใจชอบ ถ้าใครคัดค้านก็จ้าง “ไอโอ” รุมด่าว่า “ขัดขวางความเจริญ” แต่ “ความเจริญ” ของคนกลุ่มนี้เป็นแบบ “อนารยประเทศ”

ย้อนอ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง