สถานีคิดเลขที่ 12 : 7 เดือนประชามติ
ช่วงนี้วงการเมืองกำลังฮิตเรื่องวันครบรอบ
ครบรอบ 2 ปีคดีฮั้ว ส.ว. ที่พรรคประชาชนนำขึ้นมาชู และ กกต.นัดจะลงมติว่าจะส่งศาลรัฐธรรมนูญหรือไม่สัปดาห์หน้า
กำหนดไว้ว่าวันที่ 14 กันยายนจะมีคำตอบ
ท่ามกลางข้อมูลข่าวสาร หลักฐาน และพยานที่ปลิวว่อนไปทั่วประเทศ ทุกคนยังเดาไม่ออกว่าผลจะออกมาเช่นไร
แต่เชื่อกันว่าผลที่ออกมาจะส่งผลกระทบทางการเมืองอย่างแน่นอน
วันก่อนครบรอบ 1 ปี MOA ที่พรรคภูมิใจไทยและพรรคประชาชนลงนาม
ผลักดันให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทยเป็นนายกฯ ต่อจาก น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งให้พ้นตำแหน่ง
ผลจากข้อตกลงดังกล่าวทำให้การเมืองเปลี่ยนขั้ว
จากขั้วพรรคเพื่อไทยไปเป็นขั้วพรรคภูมิใจไทย
และว่ากันว่านี่คือจุดเริ่มต้นของความสำเร็จของพรรคภูมิใจไทยกระทั่งเป็นรัฐบาลในตอนนี้
จุดหักสะบั้นแตกหักจนถึงขั้นที่นายกฯอนุทินยุบสภา คือ การล้มร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ
จากเหตุแห่งการหักสะบั้นความสัมพันธ์ครั้งนี้ ทำให้นึกขึ้นมาได้ว่า ประเทศไทยลืมเลือนเรื่องแก้ไขรัฐธรรมนูญไปแล้วหรือ
การลงประชามติแก้ไขรัฐธรรมนูญ เมื่อวันเดียวกับการเลือกตั้ง คือวันที่ 8 กุมภาพันธ์ มีผลออกมาแล้ว
จากคำถามที่ว่า “ท่านเห็นชอบหรือไม่ที่จะให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่?”
ผลประชามติแก้ไขรัฐธรรมนูญออกมาว่า จากผู้ใช้สิทธิประชามติ 36,870,266 เสียง
เห็นชอบ 21,621,638 เสียง ไม่เห็นชอบ 11,241,653 เสียง บัตรเสีย 932,852 ใบ
หรือถ้าคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ พบว่าเห็นชอบ 60.16% ไม่เห็นชอบ 31.28 % และบัตรเสีย 2.56%
สรุปว่าประชาชนเห็นชอบที่จะให้จัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่
จากวันนั้นถึงวันนี้ ข่าวคราวการแก้ไขรัฐธรรมนูญเงียบหาย
สภาผู้แทนราษฎรเปิดมาถึงสมัยที่ 2 หลายพรรคยื่นแก้ไขรัฐธรรมนูญ
เวลาผ่านมา 7 เดือนยังไม่ปรากฏความคืบหน้าให้ชื่นใจ
ทั้งๆ ที่ปัญหาที่เกิดขึ้นในทุกวันนี้ เกิดจากรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน
รัฐธรรมนูญที่ถูกตั้งฉายาโก้หรูว่า “ปราบโกง” กลับปรากฏการทุจริตจนทุกวงการเริ่มทนไม่ไหว
การกำหนดที่มาของวุฒิสภาที่มีจุดโหว่ กลายเป็นคดีฮั้ว ส.ว. และกำลังบั่นทอนระบบ คิดไปคิดมาก็มาจากรัฐธรรมนูญ
การกำหนดยุทธศาสตร์ 20 ปี ก็มีปัญหาต่อการพัฒนา จนกลายเป็นอุปสรรคของรัฐบาลทุกชุด
ที่สำคัญคือการกำหนดให้ “เสียงส่วนน้อย” ควบคุม “เสียงส่วนใหญ่” ที่ตอกลิ่มความขัดแย้งระหว่างชนชั้นให้ถ่างขึ้น
เรื่องการจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่น่าจะเป็นเร่งด่วนที่ทุกฝ่ายเห็นพ้องกัน
แต่สิ่งที่ปรากฏคือความเงียบ
เงียบเพราะถูกปัญหาอันเป็นปลายเหตุของรัฐธรรมนูญส่งเสียงกลบ
ขณะที่รัฐธรรมนูญอันเป็นต้นเหตุของปัญหายังไม่มีทีท่าว่าจะได้รับการแก้ไข
ไหนๆ ก็กำลังพูดกันถึงวาระครบรอบ
ทั้ง 6 เดือนรัฐบาลอนุทิน 2 ทั้ง 2 ปีคดีฮั้ว ส.ว. ทั้ง 1 ปี การทำ MOA ระหว่างพรรคภูมิใจไทยกับพรรคประชาชน
ขอผนวกรวมเอา 7 เดือนการทำประชามติจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เติมเข้าไปด้วย
เพื่อตอกย้ำถึงหนทางแก้ไขปัญหาประเทศ
การให้ความสำคัญกับเสียงคนไทยกว่า 30 ล้านคน
การมองเห็นความจำเป็นที่ต้องจัดทำรัฐธรรมนูญอีกครั้ง



