สถานีคิดเลขที่ 12 : 7 เดือนประชามติ

8.09.26 | 12:12 น.

สถานีคิดเลขที่ 12 : 7 เดือนประชามติ


ช่วงนี้วงการเมืองกำลังฮิตเรื่องวันครบรอบ

ครบรอบ 2 ปีคดีฮั้ว ส.ว. ที่พรรคประชาชนนำขึ้นมาชู และ กกต.นัดจะลงมติว่าจะส่งศาลรัฐธรรมนูญหรือไม่สัปดาห์หน้า

กำหนดไว้ว่าวันที่ 14 กันยายนจะมีคำตอบ

Advertisement

ท่ามกลางข้อมูลข่าวสาร หลักฐาน และพยานที่ปลิวว่อนไปทั่วประเทศ ทุกคนยังเดาไม่ออกว่าผลจะออกมาเช่นไร

แต่เชื่อกันว่าผลที่ออกมาจะส่งผลกระทบทางการเมืองอย่างแน่นอน

วันก่อนครบรอบ 1 ปี MOA ที่พรรคภูมิใจไทยและพรรคประชาชนลงนาม

ผลักดันให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทยเป็นนายกฯ ต่อจาก น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งให้พ้นตำแหน่ง

ผลจากข้อตกลงดังกล่าวทำให้การเมืองเปลี่ยนขั้ว

จากขั้วพรรคเพื่อไทยไปเป็นขั้วพรรคภูมิใจไทย

และว่ากันว่านี่คือจุดเริ่มต้นของความสำเร็จของพรรคภูมิใจไทยกระทั่งเป็นรัฐบาลในตอนนี้

จุดหักสะบั้นแตกหักจนถึงขั้นที่นายกฯอนุทินยุบสภา คือ การล้มร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ

จากเหตุแห่งการหักสะบั้นความสัมพันธ์ครั้งนี้ ทำให้นึกขึ้นมาได้ว่า ประเทศไทยลืมเลือนเรื่องแก้ไขรัฐธรรมนูญไปแล้วหรือ

การลงประชามติแก้ไขรัฐธรรมนูญ เมื่อวันเดียวกับการเลือกตั้ง คือวันที่ 8 กุมภาพันธ์ มีผลออกมาแล้ว

จากคำถามที่ว่า “ท่านเห็นชอบหรือไม่ที่จะให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่?”

ผลประชามติแก้ไขรัฐธรรมนูญออกมาว่า จากผู้ใช้สิทธิประชามติ 36,870,266 เสียง

เห็นชอบ 21,621,638 เสียง ไม่เห็นชอบ 11,241,653 เสียง บัตรเสีย 932,852 ใบ

หรือถ้าคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ พบว่าเห็นชอบ  60.16% ไม่เห็นชอบ 31.28 % และบัตรเสีย 2.56%

สรุปว่าประชาชนเห็นชอบที่จะให้จัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

จากวันนั้นถึงวันนี้ ข่าวคราวการแก้ไขรัฐธรรมนูญเงียบหาย

สภาผู้แทนราษฎรเปิดมาถึงสมัยที่ 2 หลายพรรคยื่นแก้ไขรัฐธรรมนูญ

เวลาผ่านมา 7 เดือนยังไม่ปรากฏความคืบหน้าให้ชื่นใจ

ทั้งๆ ที่ปัญหาที่เกิดขึ้นในทุกวันนี้ เกิดจากรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน

รัฐธรรมนูญที่ถูกตั้งฉายาโก้หรูว่า “ปราบโกง” กลับปรากฏการทุจริตจนทุกวงการเริ่มทนไม่ไหว

การกำหนดที่มาของวุฒิสภาที่มีจุดโหว่ กลายเป็นคดีฮั้ว ส.ว. และกำลังบั่นทอนระบบ คิดไปคิดมาก็มาจากรัฐธรรมนูญ

การกำหนดยุทธศาสตร์ 20 ปี ก็มีปัญหาต่อการพัฒนา จนกลายเป็นอุปสรรคของรัฐบาลทุกชุด

ที่สำคัญคือการกำหนดให้ “เสียงส่วนน้อย” ควบคุม “เสียงส่วนใหญ่” ที่ตอกลิ่มความขัดแย้งระหว่างชนชั้นให้ถ่างขึ้น

เรื่องการจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่น่าจะเป็นเร่งด่วนที่ทุกฝ่ายเห็นพ้องกัน

แต่สิ่งที่ปรากฏคือความเงียบ

เงียบเพราะถูกปัญหาอันเป็นปลายเหตุของรัฐธรรมนูญส่งเสียงกลบ

ขณะที่รัฐธรรมนูญอันเป็นต้นเหตุของปัญหายังไม่มีทีท่าว่าจะได้รับการแก้ไข

ไหนๆ ก็กำลังพูดกันถึงวาระครบรอบ

ทั้ง 6 เดือนรัฐบาลอนุทิน 2 ทั้ง 2 ปีคดีฮั้ว ส.ว. ทั้ง 1 ปี การทำ MOA ระหว่างพรรคภูมิใจไทยกับพรรคประชาชน

ขอผนวกรวมเอา 7 เดือนการทำประชามติจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เติมเข้าไปด้วย

เพื่อตอกย้ำถึงหนทางแก้ไขปัญหาประเทศ

การให้ความสำคัญกับเสียงคนไทยกว่า 30 ล้านคน

การมองเห็นความจำเป็นที่ต้องจัดทำรัฐธรรมนูญอีกครั้ง