สุดท้าย‘เหนือดวง’หรือ‘วัดดวง’ : สุวพงศ์ จั่นฝังเพ็ชร
“อยากจะย้ำชัดๆ ครั้งสุดท้าย” เหมือนสโลแกนคอนเสิร์ต “อัสนี-วสันต์” ไปถึง 7 กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่จะต้องตัดสินใจครั้งสำคัญ ในวันที่ 14 กันยายน ว่าจะให้คดีฮั้ว ส.ว.
เป็นไปอย่างไร
“ย้ำชัดๆ” ว่าผลแห่งการตัดสินใจนี้ มีผลสะเทือนต่อทั้ง กกต.และการเมืองไทยสูงมาก
จนไม่อาจทำให้ 7 กกต.บิดพลิ้วไปจากแนวทางที่ประกาศไว้ “สุจริต โปร่งใส เป็นกลาง และเที่ยงธรรม” ได้
จะหวังลมๆ แล้งๆ ไปเชื่ออำนาจพิเศษ หรือพูดให้เข้ากับไวรัลตอนนี้ คือ “ภาวะเหนือดวง” มาคุ้มครอง คงยาก
ขนาดเจ้าตำรับ “เหรียญเหนือดวงองค์พ่อจตุคามรามเทพ” อย่าง หลวงพ่อโชติ แห่งวัดพุทไธศวรรย์ ยังเอาตัวเองไม่รอด
และพลอยทำให้ผู้เลื่อมใสศรัทธา ตั้งแต่คนในทำเนียบยันไปถึงคนเดินถนน อาจต้องปลดออกจากคอเป็นการด่วน
ดังนั้น 7 กกต.ที่หวังว่า จะมี “อำนาจศักดิ์สิทธิ์” มาช่วยคุ้มครอง คงต้องคิดให้ดี
ปรากฏการณ์ที่ “บิ๊กเนมในปีกอนุรักษ์” ออกมาสารภาพ และชิ่งหนีจากความผิดพลาดบกพร่องของระบบการเมือง ที่ร่วมกันออกแบบและสนับสนุน อย่างที่มาของ ส.ว. เป็นอาทิ
สะท้อนภาวะ “เห็บกระโดด” ชัดเจน
อย่างไรก็ตาม การที่ 7 เสือ กกต.ที่ต้องคิดให้ดี และรอบคอบนั้นจะออกมาอย่างไร รับว่าคาดการณ์ยากจริงๆ
เพราะ 7 เสือ กกต.กุมจุดยืนหนึ่งเอาไว้อย่างเหนียวแน่น คือ “ความเงียบเชียบ”
สังคมแทบไม่รู้ว่า 7 เสือ กกต.คิด หรือทำอะไรอยู่
จึงได้แต่ “คาดเดา” กันไปต่างๆ นานา
อาทิ วันที่ 14 กันยายน 7 เสือ กกต. อาจจะไม่ยอมให้ไปถึง “จุดสุดท้าย”
คือ อาจเลื่อนหรือลากยาว การตัดสินใจออกไป
ใช้ยุทธวิธีอย่างที่ “ปีกรัฐบาล” เดินเกมในสภา คือใช้ภาวะยืดเยื้อเข้าสู้
ที่เห็นกันชัดเจน ก็คือไม่ยอมให้ญัตติพิจารณาผลการทำงานของ กกต.ที่ต้องรายงานต่อสภา เข้าที่ประชุม ก่อนวันที่ 14 กันยายน
ด้วยเห็นว่าจะเปิดโอกาสให้ฝ่ายค้านสุมฟืนใส่กองไฟให้เพิ่มความร้อนแรง เลยเตะถ่วงใช้วาระอื่นๆ เข้ามาแทรก
ซึ่งก็ได้ผล ทำให้ฝ่ายค้านออกหมัดได้ไม่เต็มที่
มีการ “คาดเดา” ว่าเผลอๆ อาจดึงการชี้ขาดเรื่องนี้ไปหลัง 28 กันยายน ที่ศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยเรื่องบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง
ซึ่งหากถูกตีตก ก็คงไม่มีอะไร
แต่หากเกิดออกไปในทางทำให้การเลือกตั้งมีปัญหาหรือโมฆะกระแสการเมืองทุกสายคงจะไหลไปสู่เรื่องนั้น
เพราะหากเซตซีโร่ คือเริ่มต้นกันใหม่ ย่อมกระทบกันทุกฝ่ายเรื่องฮั้ว ส.ว.ก็จะกลายเป็นเรื่องรองไปเลย
จึงต้องจับดูว่า กกต.จะใช้เกมซื้อเวลา เช่นนี้หรือไม่
แต่ถ้าไม่ซื้อเวลา 14 กันยายน เดินหน้าตัดสินเลย
ก็อยาก “คาดเดา” โดยไม่มีหลักฐานอะไรยืนยัน หากแต่เป็นความเชื่อส่วนตัว
เชื่อส่วนตัวว่า มติ กกต.คงไม่เลือก “สุดขั้ว” คือฟ้อง “229” ตามมติอนุกรรมการชุดที่ 26 หรือให้การฟ้องเป็น “0” ตามมติอนุฯชุดที่ 36 ชี้ขาด
แต่จะมีชั้นเชิง แบบยอมฟ้อง ส.ว.ในระดับไม่น้อยเกินไป
แต่ก็ไม่มากถึงขนาดทำให้ดุลในสภาสูงเปลี่ยนไป
ส.ว.ในปีกสีน้ำเงิน จะต้องมีจำนวนเพียงพอที่จะคุมเกมสำคัญได้ เช่น การแก้ไขรัฐธรรมนูญและการเลือกองค์กรอิสระต่อไป
ขณะเดียวกันอาจยอมให้มีการฟ้อง “นักการเมือง” จำนวนหนึ่ง
แต่ต้องไม่มาก และต้องไม่เชื่อมโยงไปถึงการยุบพรรคการเมืองใดๆ
นี่จึงอาจเป็น “ภาพ” ที่เราได้เห็น
คือยอม “เจ็บ” แต่ไม่ยอม “จอด”
ชุลมุนชุลเก “วัดดวง” กันไป โดยไม่อาจหวังพึ่งภาวะหรืออำนาจพิเศษแบบ “เหนือดวง” มากนัก เพราะตอนนี้ดูเสื่อมและไม่ขลังยิ่งขึ้นทุกที



