เครือข่ายสลัม 4 ภาค ยื่น กสม. ค้านดีลทรู-ดีแทค หวั่นกระทบผู้บริโภค ค่าบริการพุ่ง
เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 17 ตุลาคม กลุ่มเครือข่ายสลัม 4 ภาค ได้เดินทางมายื่นหนังสือถึงกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เพื่อขอให้กรรมการสนับสนุนให้สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ทำหน้าที่ในฐานะองค์กรอิสระให้เป็นไปตามเจตนารมย์รัฐธรรมนูญและกฎหมายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับกิจการโทรคมนาคมที่เป็นไปเพื่อประโยชน์สูงสุดของประชาชน
สำหรับเนื้อหาในหนังสือระบุว่า ตามที่มีการประกาศควบรวมกิจการในธุรกิจโทรคมนาคม ระหว่าง บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ DTAC และ บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TRUE ไปสู่การเป็นบริษัทเทคโนโลยี (Technology Company) ที่อาจทำให้เกิดผลกระทบต่อประสิทธิภาพการแข่งขันและมีอำนาจเหนือตลาดในธุรกิจโทรคมนาคมอย่างมีนัยสำคัญ
อีกทั้งการควบรวมกิจการยังส่งผลต่อทางเลือกของผู้บริโภคในการเลือกผู้ให้บริการโครงข่ายโทรศัพท์มือถือที่น้อยลง และอาจทำให้เกิดปัญหาความเหลื่อมล้ำทางด้านดิจิทัล การปฏิบัติทางการค้า และราคาค่าบริการที่ไม่เป็นธรรมต่อผู้บริโภค

ทั้งนี้ กสทช.ได้ให้ที่ปรึกษาอิสระจากต่างประเทศ คือ “SCF Associates LTD” ศึกษาเกี่ยวกับผลกระทบกรณีการควบรวมธุรกิจะหว่าง TRUE และ DTAC (A Study on the Impact of a Proposed Merger) โดยสำนักงาน กสทช.จะเสนอรายงานฉบับดังกล่าวให้ที่ประชุม คณะกรรมการกสทช. ใช้เป็นข้อมูลประกอบการพิจารณา กรณีการควบรวมดังกล่าว ในวันที่ 20 ตุลาคมนี้
ข่าวที่เกี่ยวข้อง: ยังไม่ครบ! ‘ที่ปรึกษา ตปท.’ ชี้ควบทรู-ดีแทค มีรายงาน 3 ฉบับ ‘กสทช.’ อย่าด่วนปิดดีล
อย่างไรก็ตาม สื่อมวลชนได้เผยแพร่รายละเอียด ผลการศึกษาจากที่ปรึกษาอิสระจากต่างประเทศ “SCF Associates LTD” เกี่ยวกับผลกระทบกรณีการควบรวมธุรกิจะหว่าง TRUE และ DTAC (A Study on the Impact of a Proposed Merger) ซึ่งบางประเด็นจากผลการศึกษา เป็นประเด็นที่ผู้บริโภคมีความห่วงกังวลเป็นอย่างยิ่ง ดังเช่นบางตอนที่ระบุว่า
“กสทช. ควรจะให้น้ำหนักความสำคัญในการประเมินประเด็นด้านภูมิศาสตร์ หรือ ด้านการกระจายรายได้ อย่างไรก็ตามผู้มีอำนาจในการกำหนดนโยบายควรคำนึงเกี่ยวกับการแบ่งแยกทางดิจิทัล หากไม่ทำการแทรกแซง โดยเฉพาะการออกกฎ ระเบียบในการควบรวม ก็จะทำให้เกิดเป็น Duopoly (การแข่งขันเพียง 2 บริษัทในตลาด) โดยปริยาย และวิธีการจัดการของ MNO (ผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ที่มีโครงข่ายของตัวเอง) ที่ชัดเจน คือ การเพิกเฉยต่อบริการพื้นที่ชนบท (ภูมิภาคที่มีรายได้น้อยและห่างไกล) จะขาดการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานใหม่
จากนั้น MNOS ทั้ง 2 ราย จะมุ่งเน้นทำการตลาดไปที่กลุ่มเป้าหมายที่มีรายได้สูง พื้นที่เมือง และพื้นที่ประชากรหนาแน่นเป็นหลัก โดยคำนึงถึงผลตอบแทนหรือกำไรมากกว่าในเขตพื้นที่เมือง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สำหรับ 5G เนื่องจากสามารถใช้ความถี่สูงที่มีช่วงสั้น (ลึก ถึง 50 เมตร) ได้ ดังนั้น การใช้งานในพื้นที่ที่มีความหนาแน่นสูง (พื้นที่ที่มีจำนวนผู้ใช้บริการสูงกว่า) จึงทำกำไรได้สูงขึ้น เป็นการลงทุนที่คุ้มทุนมากกว่าอย่างเห็นได้ชัด”

ซึ่งประเด็น ดังกล่าวบ่งชี้ชัดเจนว่า การควบรวมที่จะเกิดขึ้นจะส่งผลกระทบกับประชาชนในพื้นที่ชนบทที่อยู่ห่างไกลและมีรายได้น้อย เนื่องจากเป็นกลุ่มที่ต้องลงทุนสูงเพราะพื้นที่ห่างไกล และเป็นกลุ่มที่ไม่ทำกำไรให้กับธุรกิจ เครือข่ายสลัม 4 ภาค พิจารณาแล้วเห็นว่า หาก กสทช. มีผลการพิจารณาให้มีการควบรวมธุรกิจโทรคมนาคมดังกล่าว จะทำให้กลุ่มผู้มีรายได้น้อย ทั้งในต่างจังหวัดที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกลจะถูกทอดทิ้งและไม่ได้รับการบริการสัญญาณโทรศัพท์ และสัญญาณอินเตอร์เน็ต รวมถึงผู้มีรายได้น้อยที่อยู่ในเมืองที่จะต้องเสียค่าบริการสูงขึ้นกว่าเดิม ซึ่งอาจเข้าข่ายละเมิดสิทธิการใช้ทรัพยากรสาธารณะของประชาชน
ดังนั้น เครือข่ายสลัม 4 ภาค จึงได้รวมตัวกันเพื่อยื่นหนังสือต่อคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
เพื่อขอให้กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ สนับสนุนให้ กสทช.ทำหน้าที่ ในฐานะองค์กรอิสระให้เป็นไปตาม
เจตนารมณ์รัฐธรรมนูญ และกฏหมายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับกิจการโทรคมนาคมที่เป็นไปเพื่อประโยชน์สูงสุดของ
ประชาชน ในฐานะผู้บริโภคทุกคนที่มีสิทธิที่จะมีอิสระในการเลือกหาสินค้าหรือบริการ สิทธิที่จะได้รับความปลอดภัยจากการใช้สินค้าหรือบริการ สิทธิที่จะได้รับความเป็นธรรมในการทำสัญญา สิทธิที่จะได้รับการพิจารณาและชดเชยความเสียหาย รวมถึงสิทธิที่จะได้รับข่าวสาร คำพรรณนาคุณภาพที่ถูกต้องและเพียงพอเกี่ยวกับสินค้า สอดคล้องกับเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 ที่ระบุว่า
รัฐต้องรักษาไว้ซึ่งคลื่นความถี่และสิทธิในการเข้าใช้วงโคจรดาวเทียมอันเป็นสมบัติของชาติ เพื่อใช้ให้เกิดประโยชน์แก่ประเทศชาติและประชาชน รวมไปถึงเป็นการปกป้องสิทธิมนุษยชนให้กับประชาชนทุกคน ซึ่งระบุไว้ว่ามนุษย์ทุกคนมีความเท่าเทียมกัน มีศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ มีเสรีภาพ และความเสมอภาคของบุคคลที่ควรได้รับการรับรอง ทั้งความคิดและการกระทำที่ไม่มีการล่วงละเมิดได้ โดยได้รับการคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และสนธิสัญญาระหว่างประเทศ
โดยเรียกร้องให้ กสทช.ทำหน้าที่ ในฐานะองค์กรอิสระให้เป็นไปตามเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญ และกฏหมายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับกิจการโทรคมนาคม ที่เป็นไปเพื่อประโยชน์สูงสุดของประชาชน โดยการเปิดเผยผลการศึกษาจากที่ปรึกษาอิสระจากต่างประเทศ “SCF Associates LTD” เกี่ยวกับผลกระทบกรณีการควบรวมธุรกิจะหว่าง TRUE และ DTAC (A Study on the Impact of a Proposed Merger) ต่อสาธารณชนก่อนที่จะมีการลงมติกรณีการควบรวมกิจการโทรคมนาคมในครั้งนี้
ข่าวที่เกี่ยวข้อง:
- กสทช.’ รับหนังสือ ร้องสอบรักษาการเลขาฯ แย้ม จ่อเคาะปิดดีลทรู-ดีแทค 12 ต.ค.นี้
- สภาผู้บริโภค จัดโปรหนัก จ่อฟ้อง ‘กสทช.’ ปม ‘ทรู-ดีแทค’ ขัด ม.157
- กฤษฎีกา เคาะทางออกดีลทรู-ดีแทค ให้ยึดตามประกาศปี’61 กสทช.รับทราบ-ออกเงื่อนไข
- ลุ้น ‘กฤษฎีกา’ ตีความอำนาจ กสทช. เคาะดีลทรู-ดีแทค ‘ไตรรัตน์’ แย้ม ประชุมวาระพิเศษลงมติ
- ยกหลักฐานควบรวม ‘ทรู-ดีแทค’ ชงบอร์ด กสทช. 14 ก.ย.นี้ ‘ไตรรัตน์’ ฟันธง ปิดดีลแน่ปีนี้
-
เลขา กสทช. แจงไม่ได้ส่งข่าวให้สื่อฯ หลังบันทึกคณะกรรมการกฤษฎีกา หลุด!

