‘เจ้าท่า’ อัพเดตเหตุเพลิงไหม้เรือสมูธ 22 พบผู้เสียชีวิต 3 ราย พร้อมตั้งคกก.เร่งหาสาเหตุใน 10 วัน

17.01.23 | 18:10 น.

‘เจ้าท่า’ อัพเดตเหตุเพลิงไหม้เรือสมูธ 22 พบผู้เสียชีวิต 3 ราย พร้อมตั้งคกก.เร่งหาสาเหตุใน 10 วัน

เมื่อวันที่ 17 มกราคม ที่กรมเจ้าท่า นายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ รองปลัดกระทรวงคมนาคม รักษาการอธิบดีกรมเจ้าท่า (จท.) เปิดเผยภายหลังเกิดเหตุการณ์เพลิงไหม้ เรือสมูธซี 22 บริเวณอู่เรือ บริษัท รวมมิตรด็อคยาร์ด จำกัด จังหวัดสมุทรสงคราม ว่า ในเบื้องต้นกรมได้มีการตรวจสอบอู่ต่อเรือของ บริษัท รวมมิตรด็อคยาร์ดฯ พบว่าได้รับใบอนุญาตให้เป็นอู่ผู้ประกอบการอู่ต่อเรือ ถูกต้องตามกฎหมาย เมื่อปี 2561 หลังจากเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น กรมได้สั่งปิดอู่ต่อเรือฯ และลงพื้นที่ตรวจสอบหาผู้ประสบเหตุในทันที โดยในเรือดังกล่าวเป็นเรือที่บรรทุกน้ำมัน และเป็นเรือที่มีน้ำมันเตา 3 หมื่นลิตร และมีน้ำมันดีเซลในการขับเคลื่อนเรือค้างอยู่ในเรือ 2,500 ลิตร

“ยืนยันว่าเรือดังกล่าวเป็นเรือที่มีประกันเรือแและเครื่องยนต์ มูลค่าประกันอยู่ที่ 60 ล้านบาท ส่วนการดูแลสถานการณ์ภายนอกเรือ อยู่ที่ 1 พันล้านเหรียญสหรัฐ ปัจจุบันสามารถควบคุมเพลิงได้แล้ว และจากการตรวจสอบในเบื้องต้นพบว่ามีผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าว 3 ราย บาดเจ็บ 1 ราย ส่วนสัญชาติอยู่ระหว่างพิสูจน์ และคดีอยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ส่วนทางกรมต้องรอผลการตรวจสอบต่อไป ทั้งนี้ กรยืนยันว่าจะร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ผู้ที่ได้รับความเสียหายทุกท่านได้รับความเป็นธรรมสูงสุดต่อไป” นายสรพงศ์ กล่าว


ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

นายสรพงศ์ กล่าวว่า เบื้องต้นได้มีการตั้งประเด็นว่าการดำเนินการของอู่ต่อเรือได้ดำเนินการตามขั้นตอนของการรับสินค้าอันตรายไว้ในการซ่อมบำรุงหรือไม่ รวมถึงเหตุอื่นๆ ด้วย ทั้งสาเหตุภายนอกและภายใน พร้อมทั้งได้มีการเรียกดูมาตรการทั้งหมดในการอนุญาตให้ดำเนินการอู่ต่อเรือ และการกำกับดูแลอู่ต่อเรือ ที่มีอยู่ในปัจจุบันตามอำนาจหน้าที่ตามกฎหมาย ว่ามีเพียงพอหรือไม่ และต้องมีการปิดช่องโหว่ต่างๆ หากพิจารณาแล้ว เกิดการดูแลไม่ทั่วถึงจะได้มีการแก้ไขสถานการณ์ดังกล่าวต่อไป

Advertisement

ด้าน นายภูริพัฒน์ ธีระกุลพิศุทธิ์ รองอธิบดีกรมเจ้าท่า ด้านปลอดภัย กล่าวว่า หลังจากได้รับการแจ้งเหตุ ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบทันที จากการดำเนินการของผู้ผจญเพลิงที่ได้เข้าไปดำเนินการ ยืนยันว่าเรือดังกล่าวเป็นเรือเปล่า เพื่อรอขึ้นอู่ในอีกไม่กี่วันข้างหน้าเรือนี้ยังเป็นเรือใหม่ อายุ 4-5 ปี เป็นเรือที่บรรทุกน้ำมันดิบ ที่เป็นผลิตภัณฑ์ที่ไวไฟ จึงต้องมีความระมัดระวังในการดำเนินการ ต้องมีการไล่ก๊าซก่อนนำขึ้นอู่ เรื่องนี้ยังเป็นข้อสงสัย จึงได้มีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบเหตุการณ์ดังกล่าว โดยมีผู้เชี่ยวชาญ อาทิ บริษัท เชลล์แห่งประเทศไทย จำกัด เจ้าหน้าที่บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) ร่วมกับอู่ต่อเรือร่วมมิตรด็อกยาดฯ ที่จะต้องเข้ามาร่วมอยู่ในการสอบสวนด้วย ขึ้นมาสอบสวน เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป โดยคาดว่าจะใช้เวลาในการตรวจสอบ 10 วัน

ข่าวน่าสนใจอื่น: