ค่าไฟฟ้าแพง ดัน5อุตฯต้นทุนพุ่ง สูงสุด 12% ก.อุตฯแนะผู้ประกอบการใช้พลังงานทดแทนช่วยลดต้นทุนการผลิต

นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า สถานการณ์ทิศทางราคาพลังงานที่ทรงตัวในระดับสูงส่งผลให้ต้นทุนในการผลิตภาคอุตสาหกรรมปรับตัวสูงขึ้น และเป็นการเร่งอัตราเงินเฟ้อ รวมถึงส่งผลให้ขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการไทยลดลง โดยคาดว่าสถานการณ์ราคาพลังงานจะมีผลกระทบในระยะยาว กระทรวงอุตสาหกรรมจึงได้มอบหมายให้สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) ทำการศึกษาผลกระทบต่อภาคอุตสาหกรรม พบว่าการขึ้นค่าไฟฟ้าที่อัตรา 5.33 บาทต่อหน่วย จะส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตภาคอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้นเฉลี่ยร้อยละ 4.88 ซึ่งอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด คือ อุตสาหกรรมเหล็กและเหล็กกล้า รองลงมา ได้แก่ ซีเมนต์ สิ่งทอ ผลิตภัณฑ์คอนกรีต เครื่องแต่งกาย และเซรามิค

นางวรวรรณ ชิตอรุณ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) กล่าวว่า สศอ. ได้ศึกษาวิเคราะห์ผลกระทบจากการปรับขึ้นค่าไฟฟ้าต่อภาคอุตสาหกรรม โดยใช้ข้อมูลจากตารางปัจจัยการผลิตและผลผลิตของสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) จากการศึกษาพบว่าการขึ้นค่าไฟฟ้าที่อัตรา 5.33 บาทต่อหน่วย จะส่งผลให้ต้นทุนการผลิตอุตสาหกรรมเหล็กและเหล็กกล้าเพิ่มขึ้น 12.41% ต้นทุนการผลิตอุตสาหกรรมซีเมนต์เพิ่มขึ้น 9.47% ต้นทุนการผลิตอุตสาหกรรมสิ่งทอเพิ่มขึ้น 8.96% ต้นทุนการผลิตอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์คอนกรีตเพิ่มขึ้น 8.14% ต้นทุนการผลิตอุตสาหกรรมเครื่องแต่งกายเพิ่มขึ้น 7.98% และต้นทุนการผลิตอุตสาหกรรมเซรามิคเพิ่มขึ้น 6.49%
เมื่อพิจารณาอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบจากการขึ้นค่าไฟฟ้าเพิ่มเติม โดยใช้ข้อมูลดัชนีการส่งสินค้ารายเดือน ในช่วง 10 เดือนแรกของปี 2565(มกราคม-ตุลาคม) พบว่า อุตสาหกรรมเหล็กและเหล็กกล้า และอุตสาหกรรมสิ่งทอ มีอัตราการขยายตัวของดัชนีการส่งสินค้าในแต่ละเดือนค่อนข้างต่ำเมื่อเทียบกับอุตสาหกรรมอื่น ๆ ทั้งนี้ ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมเหล็กและเหล็กกล้า และอุตสาหกรรมสิ่งทอ จำเป็นต้องปรับตัวอย่างมากเมื่อเทียบกับผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมอื่น ๆ
“แนวทางการลดผลกระทบจากการขึ้นค่าไฟฟ้า ผู้ประกอบการจำเป็นต้องหาแหล่งพลังงานทดแทนการนำเข้าพลังงาน ได้แก่ การพึ่งพาพลังงานสะอาด และพลังงานทางเลือก เช่น พลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานน้ำ พลังงานลม พลังงานไฮโดรเจน เป็นต้น รวมถึงจำเป็นต้องใช้พลังงานในสถานประกอบการอย่างประหยัด และบริหารการใช้ประโยชน์ของพื้นที่ในสถานประกอบการอย่างมีประสิทธิภาพ โดยวางแผนการใช้งานพื้นที่ให้เหมาะสมกับการจัดเก็บ อาทิ การใช้แสงจากธรรมชาติ การใช้ไฟแอลอีดี เปิด-ปิดอัตโนมัติด้วยระบบเซนเซอร์ ติดตั้งพัดลมระบายอากาศ และสร้างพื้นที่จัดเก็บไว้เหนือสำนักงานเพื่อใช้พื้นที่ทุกจุดอย่างคุ้มค่า” นางวรวรรณ กล่าว
อ่านข่าวน่าสนใจ
- แบงก์ชาติเช็กแล้ว ถูกดูดเงินจาก ‘สายชาร์จมือถือ’ ไม่จริง แต่ถูกลวงให้โหลดแอพพ์แฝงมัลแวร์
- ไวรัลเฉย! คนญี่ปุ่นแห่ชมโฆษณา ‘จน เครียด กินเหล้า’ ในตำนาน ถกมันส์ ยอดวิวพุ่ง 6 ล้านครั้ง
- ช่างเสื้อ เปิดปากเล่าถึง ชุดเจ้าหญิงชาร์ลอตต์ ปมขัดแย้งระหว่างเมแกน-เคท
- รวยไม่เกรงใจใคร! กองสลากพลัสแตก 54 ล้าน สาวสายไหมไม่รู้ตัว ถูกคนเดียว 6 ใบ
- เด้ง ‘ครูคลิปฉาว’ พ้นราชการ เครียดปลิดชีพหนีความผิด แต่ช่วยทัน พบเคยก่อเหตุมาแล้ว (คลิป)
- นายกฯ ต้อนรับ ‘นริศ’ ประชุมครม.นัดแรก รมต.สามมิตร คุยนาน หลังมีภาพ ‘ธรรมนัส’ ไหว้บิ๊กป้อม

