หน้าแรก เศรษฐกิจ อนันดา ขาดทุน...

อนันดา ขาดทุน Q2 กว่า 84 ล้าน รายได้อสังหาฯลดลง จ่อตั้งสำรอง ‘แอชตันอโศก’

10.08.23 | 20:44 น.
แฟ้มภาพ

อนันดา ขาดทุน Q2 กว่า 84 ล้าน รายได้อสังหาฯลดลง จ่อตั้งสำรอง ‘แอชตันอโศก’

เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม นายชานนท์ เรืองกฤตยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) ได้แจ้งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยถึงผลการดำเนินงานไตรมาส 2 ปี 2566 บริษัทและบริษัทย่อยมีกำไร (ขาดทุน) สำหรับงวดจากการดำเนินงานในธุรกิจหลัก หรือการดำเนินงานต่อเนื่อง เป็นผลขาดทุน จำนวน 82.2 ล้านบาท ลดลง จำนวน 74.9 ล้านบาท หรือมากกว่าร้อยละ 100 จากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า

โดยมีปัจจัยหลักมาจากรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ลดลง 211.3 ล้านบาท หรือลดลงร้อยละ 30.3 ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น จำนวน 41.8 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 11.9 และค่าใช้จ่ายทางการเงินเพิ่มขึ้น จำนวน 87 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 53.3

ทั้งนี้ ส่วนแบ่งกำไร (ขาดทุน) จากเงินลงทุนในกิจการร่วมค้าดีขึ้น 277. ล้านบาท เพิ่มขึ้น จำนวน 144.0 ล้านบาท หรือมากกว่าร้อยละ 100 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากบริษัทรับรู้รายได้การโอนต่อเนื่องจากโครงการ ไอดีโอจุฬา-สามย่าน, ไอดีโอ พระราม 9-อโศก

ในไตรมาส 2 ปี 2566 บริษัทมีกำไร (ขาดทุน) ที่เป็นส่วนของผู้ถือหุ้นของบริษัท เป็นผลขาดทุน จำนวน 84.5 ล้านบาท ขณะที่ในส่วนของธุรกิจหลักนั้นในไตรมาส 2 ปี 2566 บริษัทและบริษัทย่อยมี EBITDA เป็นผลขาดทุน จำนวน 81.5 ล้านบาท

Advertisement

ส่วนแบ่งกำไร (ขาดทุน) จากเงินลงทุนในกิจการร่วมค้าในไตรมาส 2 ปี 2566 มีผลกำไร จำนวน 277.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น จำนวน 144.0 ล้านบาท หรือมากกว่าร้อยละ 100.0 จากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า

โดยมีสาเหตุหลักมาจากการรับรู้รายได้การโอนต่อเนื่องของโครงการคอนโดมิเนียมในกิจการร่วมค้าคือไอดีโอ จุฬาฯ-สามย่าน และไอดีโอ พระราม 9-อโศก

ด้านรายได้รวมในไตรมาส 2 ปี 2566 มีจำนวน 818.2 ล้านบาท ลดลง จำนวน 211.5 ล้านบาท หรือลดลงร้อยละ 20.5 จากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน สาเหตุมาจากการลดลงของรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ที่ 211.3 ล้านบาท หรือร้อยละ 30.3 และรายได้จากการบริหารโครงการและค่านายหน้าลดลง จำนวน 30.4 ล้านบาท หรือร้อยละ 18.0

ต้นทุนขายและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน โดยต้นทุนรวมในไตรมาส 2 ปี 2566 มีจำนวน 505.7 ล้านบาท ลดลง จำนวน 174.6 ล้านบาท หรือร้อยละ 25.7 จากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า โดยมีสาเหตุมาจากการลดลงของต้นทุนการขายสังหาริมทรัพย์ จำนวน 173.1 ล้านบาท หรือร้อยละ 31.9

สำหรับค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารในไตรมาส 2 ปี 2566 เป็นจำนวน 394 ล้านบาท เพิ่มขึ้น จำนวน 41.8 ล้านบาท หรือร้อยละ 11.9 จากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า โดยบริษัทมีค่าใช้จ่ายส่งเสริมการขายและการตลาดเพื่อสนับสนุนรายได้ของบริษัทค่าใช้จ่ายทางการเงิน

สำหรับในไตรมาส 2 ปี 2566 บริษัทและบริษัทย่อยมีค่าใช้จ่ายทางการเงิน จำนวน 250 ล้านบาท เพิ่มขึ้น จำนวน 87 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 53.3 จากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้าโดยมีสาเหตุหลักมาจากการออกหุ้นกู้ที่เพิ่มขึ้นในช่วงปลายไตรมาส 1 ปี 2566 จำนวน 4,000 ล้านบาท และภาพรวมต้นทุนของตลาดการเงินที่มีการปรับตัวเพิ่มขึ้นส่งผลให้ต้นทุนทางการเงินของบริษัทเพิ่มสูงขึ้น ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2566 บริษัทและบริษัทย่อยมีอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้นสุทธิตามข้อกำหนดสิทธิของหุ้นกู้ เท่ากับ 1.72 เท่า ซึ่งยังอยู่ในระดับต่ำ

ส่วนกรณี แอชตันอโศก เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม 2566 ศาลปกครองสูงสุดได้มีคำพิพากษายืนตามคำพิพากษาของศาลปกครองกลางให้เพิกถอนใบอนุญาตก่อสร้าง และดัดแปลงโครงการอาคารชุดที่ออกให้แก่โครงการแอชตันอโศก เนื่องจากการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ไม่สามารถอนุญาตให้นำที่ดินของ รฟม.ไปเป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่ดินที่ใช้เป็นทางเข้าออกของโครงการได้ เพราะเป็นการขัดต่อวัตถุประสงค์การเวนคืน และมีข้อสงวนสิทธิในใบอนุญาตผ่านทาง ทำให้ไม่สอดคล้องกับกฎกระทรวง ฉบับที่ 33 ออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 ที่ออกให้แก่ผู้ร้องสอด โดยให้มีผลย้อนหลังถึงวันที่ออกหนังสือฉบับดังกล่าว

ทั้งนี้ แม้ศาลปกครองสูงสุดจะพิพากษาเพิกถอนใบรับหนังสือแจ้งความประสงค์จะก่อสร้าง ดัดแปลง รื้อถอน หรือเคลื่อนย้ายอาคาร แต่ปัจจุบันอนันดา เอ็มเอฟฯ อยู่ระหว่างการพิจารณาหาแนวทางกับหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องที่มีอยู่หลายแนวทาง

โดยอนันดา เอ็มเอฟฯ จะขอเข้าพบหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องเพื่อหารือ และอนันดา เอ็มเอฟฯ มั่นใจว่าจะสามารถดำเนินการแก้ไขปัญหาเรื่องการเพิกถอนใบรับหนังสือแจ้งความประสงค์จะก่อสร้างภายใต้กรอบของปัจจุบัน บริษัทไม่อยู่ในสถานการณ์ที่สามารถประเมินจำนวนเงินความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นได้ เนื่องจากยังไม่มีความแน่นอนหลายส่วนจากผลกระทบต่อกิจการ ทั้งนี้ บริษัทคาดหวังว่าเรื่องดังกล่าวจะมีความชัดเจนขึ้น และจะได้พิจารณาแนวทางในการตั้งสำรองในไตรมาสถัดไป

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง