หน้าแรก เศรษฐกิจ เอกชน หนุน &#...

เอกชน หนุน ‘อนุทิน’คุม EEC ดึงความเชื่อมั่น จี้เร่งสปีดโครงสร้างพื้นฐาน-ดันไทยสู่ฮับพลังงานภูมิภาค

19.06.26 | 23:17 น.
ดันไทยสู่ฮับพลังงานภูมิภาค

เอกชน หนุน ‘อนุทิน’คุม EEC ดึงความเชื่อมั่น จี้เร่งสปีดโครงสร้างพื้นฐาน-ดันไทยสู่ฮับพลังงานภูมิภาค

น.ส.รณันธร พลชาติ กรรมการผู้จัดการบริษัท โคร เอนเนอร์ยี่ กรีน คอร์ปอเรชั่น จำกัด เปิดเผยถึงกรณีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยของไทย ดึงอำนาจกำกับดูแลสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) กลับมาบริหารจัดการด้วยตนเองว่า ในมุมมองของภาคเอกชนถือเป็นสัญญาณเชิงบวกเพราะ EEC เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและการลงทุนของประเทศ ซึ่งการที่นายกรัฐมนตรี เข้ามากำกับดูแลด้วยตนเองคาดจะช่วยให้การตัดสินใจเชิงนโยบายมีความรวดเร็วขึ้น ลดความซ้ำซ้อนของหน่วยงาน และสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนทั้งไทยและต่างชาติ โดยเฉพาะในกลุ่มพลังงาน ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญในเรื่องโครงสร้างของเศรษฐกิจประเทศ

น.ส.รณันธร กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ภาคเอกชนคาดหวังคือการเร่งรัดโครงสร้างพื้นฐานอาชีพการอนุมัติเรื่องของพลังงานสะอาด เช่น โซล่าเซลล์การเปิดสัมปทานโซล่าฟาร์ม Data Center การอำนวยความสะดวกด้านกฎระเบียบ และการอนุมัติโครงการต่าง ๆ ให้มีความชัดเจนและต่อเนื่อง ส่วนข้อกังวลอยู่ที่ความต่อเนื่องของนโยบายและการบูรณาการระหว่างหน่วยงานต่าง ๆ หากสามารถสร้างความชัดเจนในระยะยาวได้ จะช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นของนักลงทุนได้อย่างมาก

น.ส.รณันธร กล่าวว่า นอกจากนี้ ปัจจุบันการแข่งขันทางภาคเศรษฐกิจ การลงทุนระหว่างประเทศมีความเข้มข้นมาก ผู้นำประเทศจึงต้องทำหน้าที่เสมือน Chief Sales Officer ของประเทศด้วย การที่นายกรัฐมนตรีลงพื้นที่พบปะนักลงทุนและโรดโชว์ด้วยตนเองถือเป็นเรื่องที่ดี เพราะช่วยสร้างการรับรู้และเปิดโอกาสใหม่ ๆ ให้กับประเทศไทย ขณะเดียวกัน การตัดสินใจลงทุนไม่ได้ขึ้นอยู่กับการนำเสนอเพียงอย่างเดียว นักลงทุนยังพิจารณาปัจจัยสำคัญ เช่น เสถียรภาพทางนโยบาย ความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐาน คุณภาพแรงงาน ต้นทุนแรงงาน พลังงานสะอาด และความสะดวกในการดำเนินธุรกิจ อาทิ โครงการ Land Bridge ถือเป็นโครงสร้างพื้นฐานเชิงยุทธศาสตร์ที่มีศักยภาพในการยกระดับประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางด้านโลจิสติกส์ การค้า และการขนส่งของภูมิภาค

น.ส.รณันธร กล่าวว่า ทั้งนี้ จุดแข็งสำคัญคือการเชื่อมต่ออ่าวไทยกับทะเลอันดามัน ซึ่งจะช่วยเพิ่มทางเลือกในการขนส่งสินค้า ลดความแออัดของเส้นทางเดินเรือเดิม และเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขัน เชื่อว่าหากรัฐบาลสามารถดำเนินการควบคู่กันทั้งการประชาสัมพันธ์และการปรับปรุงสภาพแวดล้อมการลงทุน จะมีโอกาสเห็นเม็ดเงินลงทุนจากต่างประเทศเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมเป้าหมาย เช่น ดิจิทัล AI ดาต้าเซ็นเตอร์ ยานยนต์ไฟฟ้า พลังงานสะอาด และเทคโนโลยีขั้นสูง

น.ส.รณันธร กล่าวว่า นอกจากนี้ ไทยเป็นเจ้าภาพจัดงาน Gastech 2026 เป็นเวทีด้านพลังงานที่สำคัญระดับโลก การที่ประเทศไทยได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพสะท้อนถึงศักยภาพและบทบาทที่เพิ่มขึ้นของไทยในอุตสาหกรรมพลังงานของภูมิภาค ภาคเอกชนมองว่านี่เป็นโอกาสสำคัญในการแสดงศักยภาพของประเทศ ทั้งในด้านโครงสร้างพื้นฐานพลังงาน ความพร้อมด้าน LNG การเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด รวมถึงการลงทุนในพลังงานแห่งอนาคต และยังเป็นเวทีในการสร้างเครือข่ายธุรกิจ เจรจาความร่วมมือ และดึงดูดนักลงทุนจากทั่วโลกให้มองเห็นประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางพลังงานและโลจิสติกส์ของอาเซียน

Advertisement

“สำหรับภาคพลังงาน เราอยากเห็นประเทศไทยก้าวสู่การเป็น Regional Energy Hub ที่เชื่อมโยงทั้ง LNG ไฟฟ้า พลังงานหมุนเวียน ระบบกักเก็บพลังงาน และเทคโนโลยีพลังงานสะอาดในอนาคต” น.ส.รณันธร กล่าว

ทั้งนี้ คาดว่า Gastech 2026 จะสร้างประโยชน์ให้ประเทศไทยใน 3 มิติหลัก คือ เศรษฐกิจ การลงทุน และการยกระดับสถานะของประเทศ ในด้านเศรษฐกิจ ประเทศไทยจะได้รับเม็ดเงินหมุนเวียนจากผู้เข้าร่วมงาน นักลงทุน และผู้ประกอบการจากทั่วโลก ซึ่งส่งผลดีต่อภาคการท่องเที่ยว โรงแรม การคมนาคม และธุรกิจบริการต่าง ๆ แต่สิ่งที่สำคัญกว่านั้นคือผลลัพธ์ในระยะยาว เพราะ Gastech 2026 เป็นเวทีที่รวบรวมผู้นำด้านพลังงาน นักลงทุน และผู้กำหนดนโยบายจากทั่วโลก ทำให้เกิดโอกาสในการสร้างเครือข่ายธุรกิจ การเจรจาความร่วมมือ และการดึงดูดเม็ดเงินลงทุนใหม่เข้าสู่ประเทศไทย

“นอกจากนี้ ยังเป็นโอกาสสำคัญในการถ่ายทอดองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรมด้านพลังงานสมัยใหม่ ไม่ว่าจะเป็น LNG พลังงานสะอาด ไฮโดรเจน ระบบกักเก็บพลังงาน และโครงสร้างพื้นฐานพลังงานแห่งอนาคต ซึ่งจะช่วยยกระดับศักยภาพของบุคลากรไทยและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ” น.ส.รณันธร กล่าว

ที่สำคัญที่สุด Gastech 2026 เป็นเวทีที่ทำให้ประเทศไทยสร้างภาพลักษณ์ต่อสายตานานาชาติว่า เรามีความพร้อมที่จะก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางด้านพลังงาน การค้า และการลงทุนของภูมิภาคอาเซียน ดังนั้น Gastech 2026 ไม่ใช่เพียงงานแสดงสินค้า แต่เป็นเวทีเชิงยุทธศาสตร์ที่สามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจและต่อยอดโอกาสการลงทุนของประเทศได้ในระยะยาว