หน้าแรก เศรษฐกิจ แอตต้า จี้รัฐ...

แอตต้า จี้รัฐกลัดกระดุมเม็ดแรก ชูท่องเที่ยวนำควบวัฒนธรรม หนุนโคเพย์เมนต์กระตุ้นเดินทาง

29.06.26 | 04:32 น.

แอตต้า จี้รัฐกลัดกระดุมเม็ดแรก ชูท่องเที่ยวนำควบวัฒนธรรม หนุนโคเพย์เมนต์กระตุ้นเดินทาง

นายอดิษฐ์ ชัยรัตนานนท์ เลขาธิการสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (แอตต้า) เปิดเผยว่า ภาคเอกชนมีข้อเสนอถึงแนวคิดการจัดวางโครงสร้าง กระทรวงท่องเที่ยวและวัฒนธรรม เพื่อยกระดับการท่องเที่ยวเป็นเครื่องยนต์เศรษฐกิจของประเทศ โดยมองว่า การจัดวางชื่อให้เป็นกระทรวงท่องเที่ยวและวัฒนธรรม มีนัยสำคัญเชิงยุทธศาสตร์อย่างชัดเจน เนื่องจากสะท้อนให้เห็นถึงการที่ประเทศไทยกำหนดให้ภาคการท่องเที่ยว เป็นภารกิจนำในการสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ ขณะที่วัฒนธรรมถือเป็นทุนทางอัตลักษณ์และทุนทางสังคมที่ช่วยยกระดับคุณค่า สร้างความแตกต่าง และเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะยาว ไม่ใช่การลดบทบาทของวัฒนธรรม หากแต่เป็นการเชื่อมโยงวัฒนธรรมเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจอย่างเป็นรูปธรรม

“การกำหนดชื่อและโครงสร้างของกระทรวง ไม่ใช่เป็นเพียงการปรับเปลี่ยนภารกิจของหน่วยงาน แต่เป็นการประกาศทิศทางการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศในระยะยาว ว่าประเทศไทยจะใช้อุตสาหกรรมใด เป็นเครื่องยนต์หลักในการขับเคลื่อนการเติบโตและการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศต่อจากนี้ เพื่อกำหนดบทบาทใหม่ของการท่องเที่ยวในฐานะกลไกหลักของการพัฒนาเศรษฐกิจไทย และการวางรากฐานให้ประเทศไทยสามารถต่อยอดจากความเข้มแข็งของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวในปัจจุบัน ไปสู่เศรษฐกิจแห่งอนาคตได้อย่างมั่นคง” นายอดิษฐ์ กล่าว

นายอดิษฐ์ กล่าวว่า ในช่วงเวลาที่ประเทศไทยกำลังเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจฐานนวัตกรรม ไม่ว่าจะเป็นปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) ศูนย์ข้อมูล (เดต้า เซ็นเตอร์) เศรษฐกิจดิจิทัล หรืออุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง ซึ่งล้วนต้องใช้ระยะเวลาในการลงทุน พัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และสร้างบุคลากร การท่องเที่ยวยังคงเป็นอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพสูงสุดในการสร้างรายได้ การจ้างงาน เงินตราต่างประเทศ และการกระจายรายได้สู่ทุกภูมิภาคได้ทันที ไม่ได้เป็นเพียงภาคบริการ หากแต่เป็นอุตสาหกรรมที่เชื่อมโยงห่วงโซ่เศรษฐกิจทั้งระบบ ตั้งแต่ภาคเกษตรกรรม อุตสาหกรรม การค้า โลจิสติกส์ การคมนาคม การแพทย์และสุขภาพ การศึกษา เศรษฐกิจสร้างสรรค์ กีฬา การพัฒนาเมือง และธุรกิจบริการต่างๆ การใช้จ่ายของผู้มาเยือนก่อให้เกิดการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจในหลายภาคส่วนพร้อมกัน จึงนับเป็นกลไกสำคัญในการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับเศรษฐกิจของประเทศโดยรวม

นายอดิษฐ์ กล่าวว่า หากประเทศไทยยังคงมองการท่องเที่ยวเป็นเพียงการส่งเสริมการเดินทางหรือการประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยว ย่อมไม่สามารถใช้ศักยภาพของอุตสาหกรรมนี้ได้อย่างเต็มที่ ในทางกลับกัน หากกำหนดให้การท่องเที่ยวเป็นเครื่องมือเชิงยุทธศาสตร์ในการพัฒนาเศรษฐกิจ ประเทศจะสามารถขยายผลไปสู่แนวคิดเศรษฐกิจผู้มาเยือน หรือ Visitor Economy ซึ่งให้ความสำคัญกับผลกระทบทางเศรษฐกิจจากผู้มาเยือนในทุกมิติ ทั้งการลงทุน การค้า การจ้างงาน การพัฒนาธุรกิจ และการสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้กับประชาชนในทุกภูมิภาคจึงเห็นควรให้การออกแบบโครงสร้างและพันธกิจของ กระทรวงท่องเที่ยวและวัฒนธรรม ยึดหลัก Tourism-led Economic Transformation กลัดกระดุมเม็ดแรกที่สำคัญในการวางโครงสร้างเศรษฐกิจของประเทศสำหรับทศวรรษหน้า

นายอดิษฐ์ กล่าวว่า ในช่วงไตรมาส 4/2569 กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้ระบุถึงแผนการจัดทำโครงการโคเพย์เมนต์ เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศ รูปแบบเหมือนโครงการเราเที่ยวด้วยกัน หรือเที่ยวไทยคนละครึ่ง ซึ่งจะเป็นการอุดหนุนส่วนต่างให้กับประชาชนใช้ออกเดินทางท่องเที่ยวในประเทศ แต่สัดส่วนในการสมทบจากรัฐบาลยังอยู่ในรายละเอียดนั้น เบื้องต้นประเมินว่า ไทม์ไลน์ช่วงเวลาที่กำหนดถือว่ามีความเหมาะสม เพื่อเป็นแรงส่งไปยังไตรมาส 1/2570 จำนวนและสิทธิที่มองไว้ 1 ล้านสิทธิ รวมถึงเพดานใช้จ่ายสุงสุด 3 พันบาทต่อคน ถือเป็นตัวเลขที่เหมาะสม สอดคล้องกับข้อเสนอของสมาคมฯ ในช่วงก่อนหน้าที่ ทั้งรูปแบบของโครงการและงบประมาณเบื้องต้นที่วางไว้ประมาณ 3,000 ล้านบาท เชื่อว่าจะเป็นส่วนช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศเพิ่มขึ้นได้

Advertisement