กรมชลฯ ออกหนังสือด่วน เพิ่มระบายน้ำเขื่อนเจ้าพระยาอีกครั้ง เตือน 11 จังหวัดรับมือน้ำเพิ่ม
เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม นายวิทยา แก้วมี อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า กรมชลประทานออกหนังสือด่วนที่สุดฉบับใหม่ แจ้งเตือนสถานการณ์น้ำลุ่มน้ำเจ้าพระยา โดยปรับกรอบการระบายน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยาเป็น 700-1,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที จากที่เคยแจ้งไว้ 500-700 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที หลังประเมินว่าปริมาณน้ำที่ไหลเข้าสู่ลุ่มน้ำเจ้าพระยามีแนวโน้มเพิ่มขึ้น
นายวิทยา กล่าวว่า พร้อมกันนี้ ได้กำชับสำนักงานชลประทานทั่วประเทศเตรียมรับสถานการณ์ฝนที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในช่วงปลายเดือนสิงหาคม โดยให้ดำเนินการเชิงรุกผ่าน 3 มาตรการสำคัญ ได้แก่ การติดตาม การแจ้งเตือน และการช่วยเหลือ ให้เป็นไปอย่างทันท่วงที เพื่อลดผลกระทบต่อประชาชนและเกษตรกรให้น้อยที่สุด
นายวิทยา กล่าวว่า สำหรับลุ่มน้ำเจ้าพระยา กรมชลประทานคาดการณ์ว่า วันที่ 28 สิงหาคม 2569 ปริมาณน้ำไหลผ่านสถานี C.2 จังหวัดนครสวรรค์ จะอยู่ที่ประมาณ 1,000-1,100 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และมีน้ำจากลำน้ำสาขาอีกประมาณ 60-100 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ทำให้ปริมาณน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยาอยู่ที่ประมาณ 1,100-1,200 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที
ขณะเดียวกัน กรมชลประทานจะบริหารน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยา โดยแบ่งน้ำเข้าสู่ระบบชลประทานฝั่งตะวันตกและฝั่งตะวันออกในปริมาณที่เหมาะสม เพื่อกระจายน้ำและควบคุมการระบายน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยาให้สอดคล้องกับสถานการณ์ โดยลดผลกระทบต่อพื้นที่ด้านท้ายเขื่อนให้มากที่สุด
นายวิทยา กล่าวว่า กรมชลประทานได้แจ้งเตือนสถานการณ์ไปยัง 11 จังหวัด ได้แก่ อุทัยธานี ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง สุพรรณบุรี พระนครศรีอยุธยา ลพบุรี ปทุมธานี นนทบุรี สมุทรปราการ และกรุงเทพมหานคร รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ผู้ประกอบกิจการในแม่น้ำเจ้าพระยา งานก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่ง แพร้านอาหาร ตลอดจนประชาชนที่อาศัยอยู่ริมสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาและแม่น้ำน้อย ให้เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
นายวิทยา กล่าวว่า ย้ำว่า แม้กรมชลประทานจะแจ้งเตือนล่วงหน้าเพื่อให้หน่วยงานและประชาชนเตรียมพร้อมรับมือ แต่การบริหารจัดการน้ำ รวมถึงการปรับเพิ่มหรือลดการระบาย จะพิจารณาให้สอดคล้องกับสถานการณ์ฝนและน้ำท่าที่เกิดขึ้นจริง โดยคำนึงถึงการบรรเทาผลกระทบต่อประชาชนเป็นสำคัญ





