กบน.กำหนดอัตราเงินกองทุน LPG ใหม่ มีผล 1 พ.ย.นี้ ชดเชยกิโลกรัมละ 11.9054 บาท
เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2569 คณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) ออกประกาศฉบับที่ 180 พ.ศ. 2569 เรื่อง การกำหนดอัตราเงินส่งเข้ากองทุน อัตราเงินชดเชย อัตราเงินคืนจากกองทุน และอัตราเงินชดเชยคืนกองทุนสำหรับก๊าซปิโตรเลียมเหลว โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 เป็นต้นไป
ประกาศดังกล่าวยกเลิกประกาศฉบับที่ 159 พ.ศ. 2569 ลงวันที่ 1 ตุลาคม 2569 และกำหนดอัตราเงินกองทุนสำหรับก๊าซปิโตรเลียมเหลว หรือ LPG ที่จำหน่ายเพื่อใช้เป็นเชื้อเพลิง ดังนี้
– LPG ที่ผลิตในประเทศโดยโรงแยกก๊าซธรรมชาติ กำหนดเงินส่งเข้ากองทุนกิโลกรัมละ 16.2340 บาท ยกเว้นที่ผลิตจากโรงแยกก๊าซของบริษัท ปตท.สผ.สยาม จำกัด อ.ลานกระบือ จ.กำแพงเพชร และบริษัท ยูเอซี โกลบอล จำกัด (มหาชน) อ.กงไกรลาศ จ.สุโขทัย
– LPG ที่ผลิตจากโรงแยกก๊าซของบริษัท ยูเอซี โกลบอล จำกัด (มหาชน) อ.กงไกรลาศ จ.สุโขทัย กำหนดเงินส่งเข้ากองทุนกิโลกรัมละ 12.8336 บาท
– LPG ที่ซื้อหรือได้มาจากโรงแยกก๊าซของบริษัท ปตท.สผ.สยาม จำกัด อ.ลานกระบือ จ.กำแพงเพชร กำหนดเงินส่งเข้ากองทุนกิโลกรัมละ 3.3152 บาท
ส่วนอัตราเงินชดเชยจากกองทุนสำหรับ LPG ที่จำหน่ายเพื่อใช้เป็นเชื้อเพลิง กำหนดไว้ที่กิโลกรัมละ 11.9054 บาท โดยไม่รวม LPG จากการแยกก๊าซธรรมชาติที่ซื้อหรือได้มาจากรัฐ ผู้รับสัมปทาน หรือผู้รับสัญญาแบ่งปันผลผลิต โดยโรงแยกก๊าซของบริษัท ปตท.สผ.สยาม จำกัด อ.ลานกระบือ จ.กำแพงเพชร
สำหรับ LPG ที่ได้รับอนุญาตให้ส่งออกนอกราชอาณาจักรและได้รับเงินชดเชยจากกองทุนแล้ว ให้ส่งเงินชดเชยคืนกองทุนในอัตรากิโลกรัมละ 11.9054 บาท
ประกาศลงนามโดยนางไพลิน ฟุ้งเกียรติ ผู้อำนวยการสำนักการเงินและบัญชี รักษาการแทนผู้อำนวยการสำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง โดยเป็นการกำหนดอัตราเงินส่งเข้าและเงินชดเชยกองทุน ไม่ใช่ประกาศปรับราคาขายปลีก LPG โดยตรง




